xs
xsm
sm
md
lg

ริบหรี่ “สี-ทรัมป์” จะตกลงกันได้ที่จี 20 ชี้สองฝ่ายแทบไม่เตรียมซัมมิตในญี่ปุ่น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

(แฟ้มภาพ) ภาพเมื่อครั้งที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (ซ้าย) ปูพรมแดงให้การต้อนรับ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ(ขวา) ระหว่างที่ฝ่ายหลังเดินทางมาเยือนกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2017
รอยเตอร์ - ความคาดหวังว่า สงครามการค้าจีน-อเมริกาจะสิ้นสุดลงมีน้อยมาก ขณะที่ข้อเสนอพบปะเจรจากันระหว่าง “ทรัมป์” กับ “สี” ระหว่างซัมมิตกลุ่มจี 20 ก็ยังไม่มีความแน่นอน ทั้งๆ ที่เหลือเวลาไม่ถึงสามสัปดาห์จะถึงกำหนดการประชุมแล้ว แถมแหล่งข่าวทั้งสองฝ่ายเผยว่า แต่ละฝ่ายแทบไม่มีการเตรียมการใดๆ สำหรับการหารือดังกล่าว ซึ่งจะมีความหมายต่อเศรษฐกิจของโลกเป็นอย่างมาก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกปากว่า ต้องการพบปะหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในช่วงระหว่างการประชุมสุดยอดกลุ่มจี 20 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นที่เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 28-29 ที่จะถึงนี้ และจากนั้นจะตัดสินใจว่า จะขยายมาตรการขึ้นภาษีศุลกากรให้ครอบคลุมสินค้าจีนที่เหลืออยู่ทั้งหมดหรือไม่

แม้ยังไม่มีฝ่ายไหนยืนยันว่า การประชุมดังกล่าวจะเกิดขึ้นแน่ๆ แต่นักลงทุนทั่วโลกที่รับรู้ว่า เงินหลักล้านล้านดอลลาร์หายวับไปจากตลาดการเงินในช่วงเดือนที่ผ่านมาจากสงครามการค้าของสองมหาอำนาจ ต่างเฝ้าจับตาปฏิกิริยาของสองผู้นำอย่างใกล้ชิด

ความสัมพันธ์จีน-อเมริกาเสื่อมลงอย่างหนักในเดือนที่ผ่านมาหลังจากการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งทางการค้าจบลงโดยปราศจากความคืบหน้า ทำให้มีความหวังเพียงริบหรี่ในการบรรลุข้อตกลงระหว่างที่ผู้นำทั้งสองไปร่วมประชุมที่ญี่ปุ่นคราวนี้

นักการทูตตะวันตกอาวุโสในปักกิ่งคนหนึ่งบอกว่า บรรยากาศเลวร้ายมาก ขณะที่แหล่งข่าววงในสำทับว่า ทั้งจีนและอเมริกาไม่มีการเตรียมการสำหรับการหารือระหว่างสีกับทรัมป์ หรือการฟื้นการเจรจาการค้าขึ้นมาอีก

ทั้งนี้ ทีมเจรจาของสองประเทศไม่ได้พบกันอีกเลยนับแต่การเจรจาล่มเมื่อวันที่ 10 เดือนที่แล้ว

ในวันอังคาร (11 มิ.ย.) การ์เร็ตต์ มาร์กิส โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาวกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า วอชิงตันกำลังเตรียมการสำหรับซัมมิตจี 20 และยังไม่มีข่าวคราวการพบกันระหว่างทรัมป์กับสีจะประกาศในขณะนี้

ถึงแม้ แลร์รี คุดโลว์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของทำเนียบขาว บอกว่า ทรัมป์หวังฟื้นการเจรจาการค้าที่ชะงักงันอยู่ในการประชุมที่โอซากา

ตัวทรัมป์เองนั้นพูดในวันจันทร์ (10) ย้ำอีกครั้งว่า ตนเองคาดหวังว่าจะได้พบกับสี แต่พร้อมกันนั้นก็ขู่ว่า จะขึ้นภาษีศุลกากรสินค้าจีนเพิ่มหากไม่มีความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจหรือหากสีไม่ร่วมประชุมด้วย

ทางด้านปักกิ่ง เกิ่ง ส่วง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวในการแถลงข่าวประจำวันเมื่อวันจันทร์ว่า จีนเปิดกว้างในการเจรจาการค้าต่อ แต่ยังไม่มีข้อมูลที่จะเปิดเผยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีการพบกันระหว่างผู้นำสองชาติ ต่อมาในวันอังคาร เขาย้ำว่า จีนจะต่อสู้จนถึงที่สุด หากวอชิงตันยั่วยุให้ความขัดแย้งทางการค้าลุกลาม
(แฟ้มภาพ)
แหล่งข่าวหลายรายบอกกับรอยเตอร์ว่า มีแนวโน้มว่า ทรัมป์และสีอาจพบกันในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในโอซากาจะห่างไกลจากสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายเคยคาดหวังไว้เมื่อสองเดือนที่แล้ว ซึ่งก็คือ ทั้งคู่ร่วมลงนามข้อตกลงการค้าครั้งประวัติศาสตร์

กระนั้น การที่เวลานี้อเมริกายังไม่ได้เตรียมการประชุมก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด เพราะที่ผ่านมามีหลายครั้งที่ทรัมป์เข้าร่วมการหารือสำคัญโดยที่มีการเตรียมการน้อยมากแต่สามารถผลักดันนโยบายอย่างเร่งด่วน

ทว่าสำหรับสีนั้น ดูไม่ต้องการเข้าสู่การประชุมอย่างเอิกเกริกที่ไม่สามารถคาดเดาผลลัพธ์ได้ และต้องเผชิญการขู่ขึ้นภาษีของอเมริกา นักการทูตเอเชียคนหนึ่งเห็นด้วยว่า จีนให้ความสำคัญอย่างมากกับพิธีการ เนื่องจากต้องการมั่นใจว่า สีจะได้รับการเคารพและไม่กระอักกระอ่วนหากต้องร่วมประชุม

เอสวาร์ ปราสาท ศาสตราจารย์ด้านการค้าของมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ของสหรัฐฯ และอดีตหัวหน้าแผนกจีนของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวว่า มีความคาดหวังต่ำว่า จะมีการพบกันระหว่างสีกับทรัมป์ และเสริมว่าผลลัพธ์ที่ดีที่สุดหากมีการพบกันคือ การตกลงฟื้นการเจรจา

ปราสาทบอกด้วยว่า แนวโน้มที่จะมีการพักรบแม้เพียงชั่วคราวและอย่างจำกัด ขณะนี้กำลังลดลงไปแล้ว แต่กลับมีแนวโน้มมากขึ้นว่า ความตึงเครียดทางการค้าและเศรษฐกิจในวงกว้างจะยืดเยื้อต่อไป

ทั้งนี้ ถ้าการหารือดำเนินไปอย่างเลวร้าย ทั้งสองฝ่ายอาจขึ้นภาษีตอบโต้กันอย่างบานปลายต่อไปอีก และทรัมป์อาจใช้มาตรการยกเลิกใบอนุญาตของบริษัทที่ยังทำธุรกิจกับหัวเว่ย เทคโนโลยีส์ ขณะที่จีนก็อาจใช้มาตรการแบนการส่งออกแรร์เอิร์ธที่มีความสำคัญในการผลิตผลิตภัณฑ์ไฮเทค รวมถึงดำเนินการบังคับใช้มาตรการต่างๆ กับบริษัทอเมริกันในจีน

ความขัดแย้งระหว่างปักกิ่งกับวอชิงตันเวลานี้ ไม่ได้มีเพียงประเด็นการค้าและภาษีศุลกากรเท่านั้น อเมริกายังแบนหัวเว่ย ซึ่งเท่ากับเปิดสงครามทางเทคโนโลยี รวมทั้งส่งเรือรบเข้าไปในน่านน้ำที่มีข้อพิพาทในทะเลจีนใต้และช่องแคบไต้หวัน ตลอดจนแสดงท่าทีอย่างเปิดเผยว่า ให้การสนับสนุนไทเปในการปกครองตนเอง

นอกจากนั้นยังคาดกันว่า สัมพันธ์เครียดขมึงระหว่างสองชาติมหาอำนาจนี้จะทำให้นักการทูตทำงานยากขึ้นในการร่างแถลงการณ์ร่วมปิดประชุมจี 20

มีรายงานว่า ญี่ปุ่นผู้เป็นเจ้าภาพ และสหภาพยุโรป กำลังร่วมกับอเมริกาในเรื่องการสร้างกฎกติกาใหม่ๆ ขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) เพื่อควบคุมนโยบายที่ไม่ได้เป็นไปตามกลไกตลาด โดยรวมถึงการอุดหนุนภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเห็นได้ชัดว่า กฎกติกาเหล่านี้พุ่งเป้าที่จีน

ขณะเดียวกัน มีการคาดการณ์ว่า จีนจะคัดค้านถ้อยคำใดๆ ก็ตามในแถลงการณ์ร่วม ที่อเมริกาอาจใช้เพื่อโจมตีตนเกี่ยวกับการเจรจาการค้า
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...