xs
xsm
sm
md
lg

In Clips : แชงกรี-ลา ไดอะล็อกเดือด! “รมว.กลาโหมจีน" กร้าวกับวอชิงตัน พร้อมสู้ทุกทางเพื่อได้ “ไต้หวัน” คืน - ใช้รถถังยิง นศ.จัตุรัสเทียนอันเหมิน 30 ปีก่อนชอบธรรม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รอยเตอร์ - รัฐมนตรีกลาโหมจีน เหว่ย เฝิงเหอ (Wei Fenghe) แถลงวันอาทิตย์ (2 มิ.ย.) ในการประชุมสุดยอดความมั่นคงแห่งเอเชีย แชงกรีลา ที่สิงคโปร์ โดยชี้ตรงไปที่ “วอชิงตัน” ว่าทางจีนพร้อมจะสู้กับใครก็ตามที่ขวางการรวมชาติกับไต้หวัน พร้อมกับกล่าวถึงครบรอบ 30 ปีที่ปักกิ่งปราบปรามนักศึกษาและกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยที่จัตุรัสเทียนอันเหมินด้วยการใช้รถถังนั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง พร้อมอ้างประเทศมีเสถียรภาพนับตั้งแต่นั้น

รอยเตอร์รายงานวันนี้ (2 มิ.ย.) ว่า จีนต้องออกอาการควันออกหูเมื่อไม่นานมานี้จากความเคลื่อนไหวของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเพิ่มการสนับสนุนไต้หวันที่ทางจีนมองว่าเป็นของตัวเอง รวมไปถึงการที่เรือรบไต้หวันแล่นผ่านช่องแคบไต้หวันที่แบ่งแยกไต้หวันและจีนแผ่นดินใหญ่ออกจากกัน

“ไม่มีความพยายามในการแบ่งแยกจีนจะประสบความสำเร็จ ความพยายามใดๆในการเข้าแทรกแซงในไต้หวันจะส่งถึงความหายนะ” เหว่ย เฝิงเหอ (Wei Fenghe ) รัฐมนตรีกลาโหมจีนที่อยู่ในเครื่องแบบนายพลประจำกองทัพปลดแอกประชาชนจีนกล่าวในวันอาทิตย์ (2)

และเสริมต่อว่า “หากมีใครกล้าที่จะทำการแบ่งแยกไต้หวันออกจากจีน ทางกอทัพจีนไม่มีทางเลือกนอกเหนือจากที่จะทำการสู้รบแม้ถึงต้องใช้ทุกอย่างก็ตาม... สหรัฐฯ ไม่อาจแบ่งแยกได้..จีนก็เช่นกัน จีนจึงคงต้องและจะยังคงกลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง”

ทั้งนี้ สหรัฐฯ เป็นเหมือนเช่นชาติอื่นๆ ที่ไม่มีความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับไต้หวัน แต่ได้ให้การสนับสนุนมากที่สุดและยังเป็นที่มาของยุทโธปกรณ์ทางทหาร

ในภาษาจีนมีคำว่า tong yi ซึ่งหมายความถึง “การรวมตัวเป็นหนึ่ง” (unification) ในภาษาอังกฤษ แต่ทว่ายังคงสามารถมีความหมายที่ว่า “กลับมาอยู่ร่วมกัน” (reunified) ซึ่งคำว่า unification ถือเป็นคำที่บรรดาผู้สนับสนุนไทเปมักชอบใช้ด้วยถือว่าปักกิ่งไม่เคยเข้าปกครองไต้หวัน ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้คำว่า reunified ได้

ความสัมพันธ์จีนและสหรัฐฯ เลวร้ายลงจากความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดทางการค้าระหว่างทั้งสองชาติ ในวันเสาร์ (1) รักษาการรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ แพทริก แชนาแฮน (Patrick Shanahan) ได้ขึ้นกล่าวในการประชุมแชงกรี-ลา ว่าสหรัฐฯ จะไม่ยอมใจเย็นต่อการกระทำของจีนในภูมิภาคเอเชีย

รอยเตอร์ชี้ว่า เมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมา เดวิด ลี (David Lee) หัวหน้าความมั่นแห่งชาติไต้หวันเข้าพบที่ปรึกษาความมั่นคงประจำทำเนียบขาว จอห์น โบลตัน (John Bolton) กลายเป็นการเข้าพบครั้งประวัติศาสตร์ในรอบกว่า 40 ปีของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทั้ง 2 ชาติ

และในเวลานี้ไต้หวันกำลังเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันในเดือนมกราคม ในขณะที่ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ยังคงกล่าวหาปักกิ่งว่าพยายามบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตยของไต้หวัน พร้อมประกาศที่จะปกป้องเสรีภาพและอธิปไตยประเทศ

ในขณะที่ในส่วนของจีนพบว่า “เหว่ย” ถือเป็นรัฐมนตรีกลาโหมปักกิ่งคนแรกที่ขึ้นกล่าวในการประชุมแชงกรี-ลา นับตั้งแต่ปี 2011 กล่าวปกป้องตัวเองว่า ปฏิบัติการทางการทหารในภูมิภาคเอเชียของจีนนั้นมีเป้าจุดประสงค์เพื่อปกป้องตัวเองเท่านั้น แต่ทางจีนจะไม่ลังเลที่จะลุกขึ้นต่อต้านการโจมตีต่อผลประโยชน์ของปักกิ่ง

“จีนจะไม่โจมตีหากว่าพวกเราไม่ถูกโจมตีก่อน” เหว่ยกล่าว โดยเตือนให้เห็นภาพว่า อาจเกิดความหายยะตามมาต่อการเผชิญหน้าใดๆ ที่จะเกิดขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และจีน “ทั้งสองฝ่ายตระหนักดีว่าการขัดแย้ง หรือสงครามระหว่างกันจะนำมาซึ่งหายนะต่อทั้งสองชาติและต่อโลก”

ในการขึ้นกล่าววันอาทิตย์ (2) เหว่ยยังได้ระบุอย่างเจาะจงไปที่สหรัฐฯ โดยมีใจความว่า “บางประเทศที่มาจากนอกภูมิภาคเข้ามาแสดงกำลังในทะเลจีนใต้โดยอ้างชื่อเสรีภาพแห่งการสัญจร”

ส่วนในด้านสงครามการค้า รัฐมนตรีกลาโหมจีนยังได้ส่งสัญญาณว่า ทางจีนจะสู้จนสุดทางหากสหรัฐฯ ต้องการเช่นนั้น แต่ยังชี้ว่า แต่หากว่าสหรัฐฯยังคงต้องการเจรจา ทางเรายังคงพร้อมที่จะเปิดประตูกว้าง

ซึ่งในการตอบคำถามหลังการขึ้่นกล่าว พบว่าได้มีการกล่าวไปถึงการครบรอบ 30 ปีการปราบปรามนักศึกษาและผู้ประท้วงประชาธิปไตยจัตุรัสเทียนอันเหมินด้วยกำลังทหาร โดยเหว่ยเรียกการประท้วงทางการเมืองว่า “เป็นความปั่นป่วน”

รอยเตอร์กล่าวว่า เป็นสิ่งน้อยครั้งที่รัฐบาลปักกิ่งจะออกมารับรู้ถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 1989

“ทุกคนที่กังวลเกี่ยวกับเทียนอันเหมินเมื่อ 30 ปีก่อน” รัฐมนตรีกลาโหมเหว่ยประกาศว่า “ตลอดระยะเวลา 30 ปี จีนภายใต้รัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาอย่างมากมาย พวกคุณคิดว่ารัฐบาลคิดผิดในการจัดการวันที่ 4 มิ.ย.เช่นนั้นหรือ มีข้อสรุปสำหรับเหตุการณ์นี้ ทางรัฐบาลมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าในการที่จะหยุดความปั่นป่วน”

นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่า จีนพัฒนามาตั้งแต่ปี 1989 แสดงให้เห็นว่าการตัดสินใจของรัฐบาลถูกต้อง และเขาชี้ว่า การประท้วงทางการเมืองจัตุรัสเทียนอันเหมินถือเป็นความปั่้นป่วนทางการเมืองที่รัฐบาลจำเป็นต้องปราบปราม ซึ่งถือเป็นนโยบายที่ถูกต้อง “จากสิ่งนี้ทำให้จีนมีความสุขไปกับเสถียรภาพ และหากว่าคุณได้มีโอกาสที่จะไปเยือนจีน คุณจะเข้าใจในบางส่วนของประวัติศาสตร์นั้น”

ซึ่งในวันอังคาร (4) จะเป็นวันครบรอบ 30 ปีแห่งการนองเลือดที่จัตุรัสเทียนอันเหมินโดยรัฐบาลปักกิ่งในขณะนั้นได้ตัดสินใจส่งกองกำลังบุกเข้าไปจัดการกับบรรดานักศึกษาที่นำความไม่สงบ ซึ่งบรรดากลุ่มสิทธิมนุษยชนและพยานต่างกล่าวว่า มีจำนวนร่วมหลายร้อยหรืออาจนับพันคนที่ถูกสังหาร ทางการจีนไม่เคยเปิดเผยตัวเลขเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ









Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...