xs
xsm
sm
md
lg

In Clips: “พนง.ดอยซ์แบงก์” รายงานธุรกรรมต้องสงสัยโยงบริษัทลูกเขยทรัมป์-รัสเซียหน้าร้อนปี 2016

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เอเจนซีส์ - แทมมี แม็คแฟดเดน(Tammy McFadden) อดีตพนักงานธนาคารดอยซ์แบงก์สัญชาติเยอรมันเปิดเผยว่า เธอได้ตรวจพบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับบริษัทลูกเขยทรัมป์ จาเรด คุชเนอร์ และรัสเซียในหน้าร้อนปี 2016

NBC NEWS สื่อสหรัฐฯรายงานวันนี้(20 พ.ค)ว่า ผู้เชี่ยวชาญต่อต้านการฟอกเงินประจำธนาคารดอยซ์แบงก์ได้ส่งสัญญาณถึงความผิดปกติของธุรกรรมการเงินจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯและบุตรเขย จาเรด คุชเนอร์ ระหว่างปี 2016-2017

ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำแนะนำให้รายงานธุรกรรมผิดปกติเหล่านี้ต่อหน่ายอาชญากรรมทางการเงินของสำนักงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯ อ้างอิงจากหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สที่รายงานในวันอาทิตย์(19)

แต่ทว่าผู้บริหารระดับสูงของยักษ์ใหญ่ทางการเงินระดับโลกปฎิเสธคำแนะนำเหล่านั้น พนักงานปัจจุบันและอดีตพนักงานให้ข้อมูลกับหนังสือพิมพ์สหรัฐฯ

ทั้งนี้พบว่าธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติถูกแจ้งเตือนขึ้นในระบบที่ถูกออกแบบให้จับตาความเคลื่อนไหวความผิดปกติการทำธุรกรรม อ้างอิงจากพนักงานปัจจุบันและอดีตพนักงานของธนาคารดอยซ์แบงก์ 5 คน

ซึ่งหลังจากนั้นพนักงานกำกับและตรวจสอบของดอยซ์แบงก์ได้เข้ามาตรวจสอบความผิดปกติเหล่านี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่เหล่านี้ได้จัดทำรายงานขึ้นโดยคนเหล่านี้คิดว่า สิ่งนี้สมควรต้องรายงานต่อกระทรวงการคลังสหรัฐฯ

แต่อย่างไรก็ตาม กลับพบว่ารายงานไม่เคยถูกส่งไป หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สกล่าว พร้อมเสริมว่า ลักษณะธุรกรรมการเงินต้องสงสัยนั้นไม่เป็นที่แน่ชัดถึงแม้ว่าบางส่วนจะเกี่ยวข้องนิติบุคคลต่างชาติหรือชาวต่างชาติก็ตามที่ทำให้นำมาสู่การถูกเตือนด้วยสัญญาณธงแดงตามมา

อย่างไรก็ตาม นิวยอร์กไทม์สเตือนว่า สัญญาณธงแดงไม่จำเป็นที่ธุรกรรมการเงินต้องไม่เหมาะสมเสมอไป

ทั้งนี้ในช่วงเวลาไม่กี่ปี่ที่ผ่านมา ธนาคารดอยซ์แบงก์ถูกลงโทษจากทั้งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯและยุโรปในคดีฟอกเงิน ส่งผลทำให้ต้องจ่ายค่าปรับร่วมนับร้อยล้านดอลลาร์ ซึ่งพบว่าทางธนาคารมีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับทรัมป์จากการที่เป็นสถาบันทางการเงินเพียงแห่งเดียวที่ยังคงปล่อยกู้ให้กับทรัมป์หลังจากที่เขาต้องพบกับวิบากกรรมทางการเงินครั้งมโหฬารในช่วงยุค 90

NBC NEWS ชี้ว่า พบว่าทางดอยซ์แบงก์ได้ให้เงินกู้แก่ทรัมป์และธุรกิจของเขาจำนวนรวมไม่ต่ำกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ และเมื่อทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ พบว่าทางดอยซ์แบงก์ยังคงเป็นเจ้าหนี้ทรัมป์ในมูลค่าไม่ต่ำกว่า 300 ล้านดอลลาร์

ด้านเคอร์รี แม็คฮิวจ์(Kerrie McHugh) โฆษกธนาคารดอยซ์แบงก์กล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า “ทางเราได้เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ต่อต้านอาชญากรรมทางการเงินและพัฒนาการควบคุมของเราไม่กี่ปีที่ผ่านมา และดูการกำกับตรวจสอบตามตัวบทกฎหมายอย่างเข้มงวด(ในการต่อต้านการฟอกเงิน)

และเสริมต่อว่า “จากการที่โครงการ(ต่อต้านการฟอกเงิน)ที่มีผลสัมฤทธ์จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีการตรวจสอบควบคุมที่มีความก้าวหน้ารวมไปถึงการอบรมทีมเจ้าหน้าที่ซี่งมีความสามารถในการวิเคราะห์การแจ้งเตือนที่ออกมาจากเทคโนโลยีนั้นทั้งหมดอย่างมีประสิทธิภาพ”

โฆษกธนาคารดอยซ์แบงก์กล่าวต่อว่า “ไม่มีเวลาใดที่เจ้าหน้าตรวจสอบถูกสั่งห้ามจากกิจกรรมที่ถูกบ่งชี้ว่าต้องสงสัย” และเธอเสริมว่า “นอกจากนี้ จากการบ่งชี้ที่ใครก็ตามที่ถูกสั่งให้ทำหน้าที่อื่นหรือถูกให้ออกในความพยายามที่จะปกปิดข้อวิตกที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าใดๆนั้นถือเป็นเท็จทั้งสิ้น”

ทั้งนี้แทมมี แม็คแฟดเดน (Tammy McFadden) อดีตผู้เชี่ยวชาญต่อต้านการฟอกเงินของดอยซ์แบงก์ ที่ได้เข้าตรวจสอบธุรกรรมการเงินต้องสงสัยบางส่วน ได้เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สว่า ***เธอถูกสั่งย้ายไปยังแผนกอื่นของธนาคารหลังจากแจ้งความผิดปกติที่เกิดขึ้นก่อนที่เธอจะถูกไล่ออกในปีที่ผ่านมา***

“คุณแสดงให้รับทราบถึงทุกสิ่ง และคุณได้ให้คำแนะนำแต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น” แม็คแฟดเดนกล่าว และเสริมว่า “มันเป็นแนวทางของ ดี.บี พวกเขามีแนวโน้มที่จะลดในทุกสิ่ง”

ทั้งนี้พบว่าในปี 2016 แม็คแฟดเดนได้ตรวจสอบธุรกรรมการเงินจำนวนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของจาเรด คุชเนอร์ “คุชเนอร์ คอมปานีส์” (Kushner Companies) ที่ถูกเตือนโดยระบบซอฟต์แวร์ของทางธนาคาร

แม็คแฟดเดนกล่าวว่า เธอพบว่าเงินได้ถูกเคลื่อนย้ายจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไปยังชาวรัสเซียจำนวนหนึ่ง และรู้สึกว่าธุรกรรมการเงินเหล่านี้สมควรที่ต้องแจ้งต่อกระทรวงการคลังสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธนาคารดอยซ์แบงก์อยู่ภายใต้การจับตาอย่างเข้มงวดจากในความเกี่ยวข้องคดีฟอกเงินรัสเซีย

แต่กลับพบว่าบรรดาผู้จัดการของดอยช์แบงก์ในนิวยอร์กไม่คิดว่าความวิตกของแม็คแฟดเดนนั้นจะสำคัญ และไม่ได้ส่งรายงานไปยังสำนักงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯเพื่อแจ้งเรื่องนี้ พนักงานที่มีมากกว่า 1 คนเปิดเผยต่อนิวยอร์กไทม์ส

และหลังจากที่ทรัมป์ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทีมต่อต้านอาชญากรรมการเงินภายในได้ทำการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และได้จัดทำรายงานกิจกรรมต้องสงสัยจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ทรัมป์เป็นเจ้าของหรือควบคุม อดีตเจ้าหน้าที่พนักงาน 3 รายที่ได้เห็นรายงานเปิดเผย

รายงานนั้นพบว่าเกี่ยวข้องกับบริษัทTrump's LLC's และมูลนิธิทรัมป์(Trump Foundation) ที่ปัจจุบันเลิกกิจการ แต่อย่างไรก็ตามพบว่าทางธนาคารดอยซ์แบงก์กลับเลือกที่จะไม่ส่งรายงานนี้ออกไป

แต่จากการที่รัฐสภาคองเกรสและอัยการนิวยอร์กกำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวนความสัมพันธ์ของทรัมป์ที่มีต่อทางธนาคาร และได้ออกคำสั่งเรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับตัวประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมาชิกตระกูลทรัมป์ และธุรกิจของคนเหล่านั้น ทำให้ทางดอยซ์แบงก์จำเป็นต้องเริ่มต้นส่งมอบเอกสารเหล่านี้ไปยังสำนักงานอัยการนิวยอร์ก ในขณะที่ทรัมป์และครอบครัวในเดือนที่ผ่านมา ได้ยื่นฟ้องต่อดอยซ์แบงก์เพื่อห้ามไม่ให้ทางธนาคารจัดทำรายงานส่งมอบให้กับสภาล่างสหรัฐฯที่มีพรรคเดโมแครตคุมอยู่ในเวลานี้

โดยทางโฆษกของทรัมป์ ออร์แกไนเซชัน ( Trump Organization ) อ้างกับ NBC NEWS ว่า “ทางเราไม่รับทราบถึงธุรกรรมการเงินต้องสงสัยที่มีกับธนาคารดอยซ์แบงก์” พร้อมเสริมว่าทางบริษัทไม่มีบัญชีกับธนาคารแห่งนี้

ส่วนโฆษกของบริษัทคุชเนอร์ คอมปานีส์ แถลงกับหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สว่า “การกล่าวอ้างใดๆที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ร่วมกับธนาคารดอยช์แบงก์และบริษัทคุชเนอร์ คอมปานีส์ที่เชื่อมโยงกับการฟอกเงินนั้นล้วนเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นและเป็นเท็จโดยสิ้นเชิง”





Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...