xs
xsm
sm
md
lg

In Clips: “เหริน เจิ้งเฟย” ยักไหล่ กระทบยอดเติบโตเล็กน้อยหลังถูกบัญชีดำ “หัวเว่ย” ไม่ยอมให้วอชิงตันจูงจมูกเหมือน ZTE

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เอเจนซีส์/รอยเตอร์ - ล่าสุดผู้ก่อตั้งและประธานาบริหารบริษัทหัวเว่ย เหริน เจิ้งเฟย (Ren Zhengfei) ออกมาแสดงความเห็นถึงผลกระทบต่อบริษัทหลังจากถูกทางสหรัฐฯขึ้นบัญชีดำ เชื่อว่าอาจจะกระทบยอดการเติบโตเล็กน้อยราว 20% แต่ยืนยันทางหัวเว่ยไม่ได้ละเมิดกฎหมายตามการถูกกล่าวอ้าง พร้อมประกาศจะไม่เป็นเหมือนเช่น ZTE Corp ที่ยอมให้สหรัฐฯคอยมอนิเตอร์ตรวจสอบ

หนังสือพิมพ์เซาท์มอร์นิงไชน่าโพสต์ สื่อฮ่องกงรายงานวันนี้(19 พ.ค)ว่า อ้างอิงจากการรายงานของสื่อนิเคอิ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีน “เหริน เจิ้งเฟย” (Ren Zhengfei) ออกมาแสดงความเห็นในเรื่องที่สหรัฐฯประกาศขึ้นบัญชีดำบริษัทหัวเว่ยว่า

“ยอดการเติบโตของหัวเว่ยอาจจะช้า แต่ก็เพียงเล็กน้อย” เหรินกล่าวให้สัมภาษณ์กับนักข่าวญี่ปุ่นที่สำนักงานใหญ่หัวเว่ยในเซินเจิ้น จีน

ตั้งแต่วันพุธ(15) วอชิงตันได้สั่งขึ้นบัญชีดำที่เรียกว่า “Entity List” กับบริษัทหัวเว่ยที่ถือเป็นบริษัทโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดและประสบความสำเร็จมากที่สุดของจีนในเวลานี้

และการอยู่ในบัญชีดำยังทำให้เป็นการยากสำหรับหัวเว่ยที่จะสามารถติดต่อทำการค้ากับบริษัทในสหรัฐฯนอกเสียจากต้องได้รับอนุญาตจากวอชิงตันเสียก่อน ซึ่งในอดีตบริษัทโทรคมนาคม ZTE Corp ของจีนเคยถูกขึ้นบัญชีดำนี้ก่อนหน้าเช่นกันด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง

สื่อฮ่องกงชี้ว่า การออกมาแสดงความคิดเห็นของเหรินถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่บริษัทของเขาถูกสหรัฐฯลงโทษด้วยการถูกจำกัดทางการค้า ซึ่งทางเหรินยอมรับว่า การถูกแบนนี้อาจทำให้ตัวเลขรายได้ต่ำกว่าเป้าไป 20%

รอยเตอร์รายงานว่า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯแถลงในวันศุกร์(17)ว่า บางทีทางกระทรวงอาจลดข้อจำกัดลงสำหรับหัวเว่ย

โดยในเรื่องนี้ เซาท์มอร์นิงไชน่าโพสต์รายงานในวันศุกร์(17)ว่า ทางโฆษกกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯได้ออกมาแถลงว่า บางทีสหรัฐฯอาจจะยอมผ่อนปรนให้กับทางหัวเว่ยด้วยการออกใบอนุญาตทั่วไปชั่วคราวเพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทและบุคคลทั่วไปที่มีอุปกรณ์ของหัวเว่ยเพื่อที่จะยังคงสามารถใช้ระบบเครือข่ายโทรคมนาคมและอุปกรณ์ได้ต่อไป

แต่อย่างไรก็ตาม พบว่าใบอนุญาตทั่วไปที่หากทางสหรัฐฯออกมานี้จะไม่ครอบคลุมถึงธุรกรรมใหม่ที่จะเกิดขึ้น และจะมีอายุเพียงแค่ 90 วันเท่านั้น

ทั้งนี้เป็นที่คาดกันว่าผู้รับผลประโยชน์จากใบอนุญาตชั่วคราวของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯอาจรวมไปถึง บริษัทให้บริการอินเตอร์เนตและโทรศัพท์มือถือในพื้นที่ประชาชนอาศัยไม่หนาแน่น เป็นต้นว่า รัฐไวโอมิง และทางตะวันออกของรัฐโอเรกอน ที่ได้สั่งซื้ออุปกรณ์เครือข่ายจากทางบริษทหัวเว่ยเมื่อไม่กี่ปีมานี้

ซึ่งในการให้สัมภาษณ์ ทางผู้ก่อตั้งหัวเว่ยชี้แจงว่า ทางบริษัทเตรียมพร้อมสำหรับขั้นตอนเช่นนั้น รวมไปถึงการที่ทางหัวเว่ย “อาจถูกสั่งปรับ” ถึงแม้ว่าบริษัทผู้ผลิชชิปสมาร์ทโฟนสัญชาติสหรัฐฯ  Qualcomm Inc และบริษัทซัพพลายเออร์อเมริกันเจ้าอื่นๆจะไม่จำหน่ายชิปให้กับหัวเว่ยก็ตาม

ในขณะที่บริษัทผู้ผลิตชิปของหัวเว่ย  HiSilicon ออกแถลงในวันศุกร์(17)ว่า ทางบริษัทได้มีแผนการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์นี้มานานแล้วที่ว่า ทางบริษัทอาจถูกประกาศห้ามจากการซื้อชิปและเทคโนโลยีของสหรัฐฯ และทางบริษัทจะสามารถให้ความมั่นคงด้านซัพพลายต่อผลิตภัณฑ์ของบริษัทส่วนใหญ่ได้

วิลเบอร์ รอส รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯออกมาอ้างว่า หัวเว่ยและบริษัทเกี่ยวข้องแสดงความเป็นภัยทางความมั่นคงต่อสหรัฐฯ และมาตรการข้อจำกัดที่ออกมานั้นอยู่คนละประเด็นกับสงครามทางการค้าสหรัฐฯ-จีนที่ทั้งสองฝ่ายกำลังดำเนินการเจรจาในเวลานี้ หนังสือพิมพ์เซาท์มอร์นิงไชน่าโพสต์ชี้

“ทางเราไม่ได้กระทำสิ่งใดที่ถือเป็นการละเมิดต่อกฎหมาย” เหรินกล่าวในการแสดงการวิพาษ์วิจารณ์ต่อมาตรการจำกัดทางการค้าของสหรัฐฯ

โดยทางผู้ก่อตั้งหัวเว่ยชี้ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อธุรกิจญี่ปุ่นว่า ทางหัวเว่ยจะไม่ยอมรับการสั่งการจากสหรัฐฯไ และจะไม่ยอมให้ถูกตรวจสอบเช่นที่เคยเกิดขึ้นกับบริษัทโทรคมนาคมคู่แข่ง ZTE Corp

“ทางเราไม่ได้เปลี่ยนแปลงการจัดการของเราตามคึขอของสหรัฐฯหรือยอมรับการตรวจสอบมอนิเตอร์เหมือนเช่นที่ ZTE เคยกระทำ” เหรินยืนยัน









Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...