xs
xsm
sm
md
lg

คาด ‘สงครามการค้า’ จะทำให้จีนปรับโฟกัส เร่งรัดยกระดับอุตสาหกรรมไฮเทค

เผยแพร่:   โดย: เจฟฟ์ เปา


(เก็บความจากเอเชียไทมส์ www.asiatimes.com)

Trade war may make China alter its focus
By Jeff Pao
16/05/2019

คาดหมายกันว่า ปักกิ่งจะเร่งรัดปรับปรุงยกระดับอุตสาหกรรมไฮเทคของตนให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้พวกชาติคู่ค้านำมาเป็นเครื่องมือข่มขู่คุกคามในอนาคตข้างหน้าอย่างที่กำลังเกิดขึ้นในกรณีของสหรัฐฯ

คาดหมายกันว่า รัฐบาลจีนจะเร่งรัดเดินหน้าเรื่องการปรับปรุงอุตสาหกรรมไฮเทคของตนด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกข่มขู่คุกคามจากชาติคู่ค้า ในเวลาที่อาจจะเกิดสงครามการค้าขึ้นมาอีกทั้งในระยะกลางและระยะยาว ทั้งนี้เป็นรายงานของธนาคาร ดีบีเอส แบงก์ (ฮ่องกง) จำกัด (DBS Bank (Hong Kong) Ltd.)

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนที่กำลังบานปลายขยายตัวในระยะหลังๆ มานี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะส่งผลกระทบระยะสั้นในทางลบต่อเขตเกรตเทอร์ เบย์ แอเรีย (Greater Bay Area หรือ เขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า Guangdong-Hong Kong-Macau Greater Bay Area) ซึ่งเศรษฐกิจต้องพึ่งพาอาศัยภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการส่งออกอย่างมหาศาล แครอล อู่ ซูเหยียน (Carol Wu Shuyan) หัวหน้าฝ่ายวิจัยฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ ดีบีเอส แบงก์ (ฮ่องกง) กล่าวในการแถลงสรุปรายงานต่อสื่อมวลชนฮ่องกงเมื่อวันพฤหัสบดี (16 พ.ค.)

เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการถูกบรรดาชาติคู่ค้าข่มขู่คุกคามอีกในอนาคต อู่รู้สึกว่ามีความเป็นไปได้มากที่รัฐบาลส่วนกลางของจีนในปักกิ่งจะเร่งรัดทั้งเรื่องการยกระดับอุตสาหกรรม และทั้งเรื่องการโฟกัสไปที่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง ด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้น

ในช่วงระยะสองสามปีต่อจากนี้ไป อุตสาหกรรมการผลิตสำหรับพวกผลิตภัณฑ์อย่างเช่น ยวดยานใช้พลังงานแบบใหม่, พวกเครื่องมืออุปกรณ์ที่มีความฉลาด, ผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม, และฮาร์ดแวร์ “อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง” สำหรับผู้บริโภค (consumer internet-of-things hardware) จะยังคงสามารถมองเห็นอัตราเติบโตอย่างเข้มแข็งต่อไปในเขตเกรตเทอร์ เบย์ แอเรีย เธอกล่าว

เวลาเดียวกัน จีนก็จะต้องแสดงบทบาทในการไล่ตามให้ทันในด้านอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นแวดวงที่เวลานี้ไต้หวันยังคงได้เปรียบอยู่ ถัม จื๋อหวาง (Tam Tsz-wang) นักวิเคราะห์หมวดเทเลคอมและเทคโนโลยีของบีดีเอส กล่าวเสริม

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ปักกิ่งได้ออกเผยแพร่ แผนการพัฒนาฉบับกรอบโครง สำหรับเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Guangdong-Hong Kong-Macau Greater Bay Area) ซึ่งกำหนดจุดมุ่งหมายว่า จะเพิ่มการไหลเวียนของประชาชนและสินค้าในพื้นที่ดังกล่าวนี้ อันประกอบไปด้วย ฮ่องกง, มาเก๊า, เซินเจิ้น, กว่างโจว (กวางเจา), และอีก 7 เมืองใหญ่ในมณฑลกวางตุ้ง (ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.bayarea.gov.hk/filemanager/en/share/pdf/Outline_Development_Plan.pdf)
<i>แคร์รี หลัม ประธานผู้บริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษฮ่องกง (ซ้าย) จับมือกับ หม่า ซิงลุ่ย ผู้ว่าการมณฑลกวางตุ้ง  ณ การประชุมร่วมเพื่อความร่วมมือฮ่องกง/กวางตุ้งครั้งที่ 21 ที่เมืองกว่างโจว วันพฤหัสบดี (16 พ.ค.) </i>
เช้าวันพฤหัสบดี (16 พ.ค.) แคร์รี หลัม เจิง ยุด-งอร์ (Carrie Lam Cheng Yuet-ngor) ประธานผู้บริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษฮ่องกง ได้พบปะหารือกับ หม่า ซิงลุ่ย (Ma Xingrui) ผู้ว่าการมณฑลกวางตุ้ง ณ การประชุมร่วมเพื่อความร่วมมือฮ่องกง/กวางตุ้ง (Hong Kong/Guangdong Cooperation Joint Conference) ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองกว่างโจว ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในข้อตกลงฉบับหนึ่งซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมบรรจุภารกิจต่างๆ 70 ภารกิจสำหรับการร่วมกันพัฒนาของทั้งสองฝ่ายในเขตเกรตเทอร์ เบย์ แอเรีย

หลัมแถลงว่า ฮ่องกงกับมณฑลกวางตุ้งจะทำงานในโครงการต่างๆ ซึ่งมีทั้งพวกโครงสร้างพื้นฐานข้ามชายแดน, การอพยพเข้าออก, เทคโนโลยีทางด้านนวัตกรรม, อุตสาหกรรมบริการ, และการพัฒนาวัฒนธรรม เธอบอกด้วยว่ารัฐบาลกวางตุ้งจะจัดตั้งศูนย์บ่มเพาะกิจการสตาร์ทอัปขึ้นมาจำนวน 10 ศูนย์ ในเมืองกว่างโจว, เซินเจิ้น, ตงกวน, และฝอซาน ซึ่งจะดูแลให้บริการทั้งแก่คนหนุ่มสาวท้องถิ่นและคนหนุ่มสาวฮ่องกง

อย่างไรก็ดี อู่ แห่ง ดีบีเอส แบงก์ (ฮ่องกง) ชี้ว่า การพัฒนาในเขตเกรทเตอร์ เบย์ แอเรีย ยังจะต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญๆ หลายประการ อย่างเช่น การขาดแคลนระบบการศึกษาที่จะส่งเสริมสนับสนุนเรื่องนวัตกรรม ตลอดจนการขาดแคลนวัฒนธรรมที่จะทำให้กล้าเข้าไปแบกรับความเสี่ยงในระยะยาว พร้อมกับเสริมด้วยว่า พวกรัฐบาลระดับท้องถิ่นในเขตเกรตเทอร์ เบย์ แอเรีย ทั้งหลายควรต้องใช้ความพยายามให้มากขึ้นในเรื่องนวัตกรรมทางเทคโนโลยี

“ด้วยการหลอมรวม (ทำให้เซินเจิ้นกลายเป็น) ‘ซิลิคอน แวลลีย์’ (Silicon Valley) ในเวอร์ชั่นจีนขึ้นมา เป็นที่คาดหมายกันว่าเซินเจิ้นจะเป็นตัวขับดันในเรื่องไฮเทค และในเรื่องอัตราการเติบโตขยายตัวทางด้านการวิจัยและพัฒนา” เธอกล่าว ทั้งนี้ในปัจจุบัน เซินเจิ้นก็เป็นฐานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของพวกบริษัทเทครายยักษ์ของจีนหลายๆ แห่งอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมอย่าง หัวเว่ย และ แซดทีอี (ZTE) หรือยักษ์ใหญ่อินเทอร์เน็ตอย่าง เทนเซนต์ (Tencent) และผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า บีวายดี (BYD)

ยอดจีดีพีเฉลี่ยต่อรายหัวประชากร (GDP per capita) ในย่านเกรตเทอร์ เบย์ แอเรีย เวลานี้อยู่ที่ประมาณ 23,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับย่านอ่าวโตเกียว (Tokyo Bay) ซึ่งอยู่ที่ 42,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ, ย่านอ่าวนิวยอร์ก (New York Bay)ซึ่งอยู่ที่ 82,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ, และย่านอ่าวซานฟรานซิสโก (San Francisco Bay) ซึ่งอยู่ที่ 102,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ตามรายงานการวิจัยที่เผยแพร่โดย ดีบีเอส แบงก์ (ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.dbs.com.sg/treasures/aics/templatedata/article/generic/data/en/GR/052019/190515_insights_greater_bay_area.xml) ถ้าหากไม่รวมฮ่องกงกับมาเก๊าเข้าไปด้วย ปัจจุบันอุตสาหกรรมบริการเป็นตัวที่สร้างจีดีพี 57% ใน 9 เมืองใหญ่เหล่านี้ของกวางตุ้ง คาดหมายกันว่าภายในปี 2030 อัตราส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 72%

เคน สือ (Ken Shih) นักวิเคราะห์หมวดการธนาคารและประกันภัย ของ ดีบีเอส แบงก์ (ฮ่องกง) กล่าวเติมเติมว่า ภาคการเงินจะสามารถเติบโตขยายตัวได้อย่างแข็งแรงในเขตเกรตเทอร์ เบย์ แอเรีย ในช่วง 10 ปีข้างหน้านี้ เขาคาดการณ์ว่า ภายในปี 2030 เบี้ยประกันภัยจะมีอัตราเติบโตขยายตัวในแต่ละปีถึงระดับ 16% ขณะที่การกู้ยืมเงินประเภทบุคคลต่อบุคคลจะเติบโตในระดับ 17%, บริการต่างๆ ทางการเงินจะขยายตัว 14%, ส่วนการปล่อยกู้ยืมเงินของพวกธนาคารจะเติบโตในระดับ 12%



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...