xs
xsm
sm
md
lg

เร่งสืบหาตัวการโจมตีเรือนอกฝั่งยูเออี อเมริกาตั้งข้อสงสัยอิหร่านอยู่เบื้องหลัง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รอยเตอร์ – เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำซาอุฯ ระบุวอชิงตันจะตอบโต้อย่างเหมาะสม แต่ไม่ใช่เปิดสงคราม หลังสืบพบผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันนอกชายฝั่งยูเออีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (12 พ.ค.) พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของอเมริกายังนำข้อมูลการข่มขู่คุกคามของเตหะรานไปแจกแจงกับผู้นำอียูและนาโตที่บรัสเซลส์

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่รับทราบงานด้านข่าวกรอง ระบุเมื่อวันจันทร์ (13 พ.ค.) ว่าผู้ต้องสงสัยสำคัญในการก่อวินาศกรรมครั้งนี้คืออิหร่าน แม้วอชิงตันยังไม่มีพยานหลักฐานชัดเจนก็ตาม ขณะที่เตหะรานปฏิเสธว่า ไม่มีส่วนรู้เห็น

จอห์น อบิเซด เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำซาอุดีอาระเบีย ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในเมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมีการเผยแพร่ในวันอังคาร (14 พ.ค.) ระบุว่า อเมริกาจำเป็นต้องสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นและออกมาตรการตอบโต้อย่างเหมาะสม แต่ไม่ใช่การทำสงคราม พร้อมยืนยันว่า ไม่มีประเทศใดต้องการให้เกิดความขัดแย้ง

ทั้งนี้ เมื่อวันอาทิตย์ (12 พ.ค.) เรือพาณิชย์ 4 ลำ ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำของซาอุดีอาระเบีย ถูกโจมตีใกล้รัฐฟูไจราห์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) โดยเจ้าหน้าที่ยูเออีไม่ได้ระบุว่า ใครอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้

กระทรวงต่างประเทศอิหร่านยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองด้วยการวิจารณ์ว่า การก่อวินาศกรรมที่เกิดขึ้น “น่าเป็นห่วงและเลวร้ายมาก”

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้นเตหะรานกับวอชิงตันปะทะคารมกันดุเดือดเรื่องมาตรการคว่ำบาตรและการประจำการณ์ทางทหารของอเมริกาในตะวันออกกลาง

เมื่อต้นเดือนนี้อเมริกาได้เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน เพื่อยุติการส่งออกน้ำมันของอิหร่านโดยสิ้นเชิง หลังจากปีที่แล้วประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ นำสหรัฐฯ ถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ 2015 ซึ่งทำร่วมกับ 5 ชาติมหาอำนาจและอิหร่าน

ช่วงสัปดาห์ที่แล้ว สำนักงานบริหารกิจการทางทะเลของสหรัฐฯ เตือนว่า อิหร่านอาจโจมตีเรือพาณิชย์ของอเมริกา ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางผ่านน่านน้ำในตะวันออกกลาง ขณะที่เตหะรานประกาศว่า กองทัพอเมริกันเป็น “เป้าหมาย” ไม่ใช่ภัยคุกคามของตน

ทรัมป์ต้องการบีบให้อิหร่านตกลงขยายข้อตกลงควบคุมอาวุธให้ครอบคลุมมากขึ้น และส่งเรือบรรทุกเครื่องบินพร้อมเครื่องบินทิ้งระเบิด บี-52 ไปยังตะวันออกกลางเพื่อแสดงแสนยานุภาพปรามผู้ที่คุกคามกองกำลังอเมริกันในภูมิภาคดังกล่าว

ขณะเดียวกัน เมื่อเดือนที่แล้ว กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่านที่ถูกวอชิงตันขึ้นบัญชีเป็นกลุ่มก่อการร้าย ได้ขู่ปิดจุดตรวจบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของตะวันออกกลาง หากอิหร่านถูกปิดกั้นไม่ให้ใช้เส้นทางนี้

ไบรอัน ฮุก ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ ด้านกิจการอิหร่าน ระบุว่า ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ นำข้อมูลการคุกคามของอิหร่านไปเผยแพร่กับผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) และองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ระหว่างเดินทางไปบรัสเซลส์เมื่อวันจันทร์

ฮุกปฏิเสธที่จะระบุว่า เขาและพอมเพโอเชื่อว่าอิหร่านมีส่วนร่วมในการโจมตีที่ฟูไจราห์หรือไม่ แต่เปิดเผยว่า ยูเออีได้ขอให้อเมริกาให้ความช่วยเหลือในการสืบสวน

ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์หลายฉบับในยูเออีที่อยู่ภายใต้การควบคุมเข้มงวดจากรัฐบาล อาทิ เดอะ เนชันแนล ได้ตีพิมพ์บทบรรณาธิการเรียกร้องให้รับมือการโจมตีที่เกิดขึ้นอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายจนเกินการควบคุม ชี้การก่อวินาศกรรมดังกล่าวเสี่ยงที่จะบ่อนทำลายภาพลักษณ์ของยูเออีในฐานะปราการปกป้องเสถียรภาพและความมั่นคงของภูมิภาค ขณะที่ กัลฟ์ นิวส์ ของดูไบ ระบุว่า อันธพาลที่ก่อเหตุต้องถูกนำตัวมาสอบสวน

เมื่อวันจันทร์ รัฐมนตรีน้ำมันของซาอุฯ วิจารณ์ว่า การโจมตีดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะบ่อนทำลายความมั่นคงของอุปทานน้ำมันดิบโลก
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...