xs
xsm
sm
md
lg

ปักกิ่งอวดว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน‘เหลียวหนิง’ ได้รับการอัปเกรดจน‘ใช้สู้รบ’ได้แล้ว

เผยแพร่:   โดย: กองบรรณาธิการเอเชียไทมส์

เรือบรรทุกเครื่องบิน “เหลียวหนิง” (กลาง)  เข้าร่วมการซ้อมรบของกองทัพปลดแอกประชาชนจีน เมื่อเดือนเมษายน 2018
(เก็บความจากเอเชียไทมส์ www.asiatimes.com)

Beijing says Liaoning is now a ‘combat carrier’
By Asia Times staff
25/04/2019

หลังจากขึ้นระวางเข้าประจำการมา 7 ปี “เหลียวหนิง” เรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกของกองทัพปลดแอกประชาชนจีนก็ได้รับการปรับปรุงยกเครื่องครั้งใหญ่เนื่องในวาระครบ “ครึ่งชีวิต” โดยมีการติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา

“เหลียวหนิง” เรือบรรทุกเครื่องบินที่ขึ้นระวางแล้วเพียงลำเดียวของกองทัพปลดแอกประชาชนจีน อาจจะถูกล้อเลียนไม่หยุดหย่อนจากบางคนบางฝ่ายว่าเป็น เรือ “มือสอง” เนื่องจากเป็นเรือซึ่งผลิตในยูเครนยุคที่ยังเป็นสาธารณรัฐหนึ่งของสหภาพโซเวียต แล้วจีนไปซื้อต่อมาปรับปรุงยกเครื่องอยู่ถึงสิบกว่า ปี ก่อนจะนำเข้าประจำการในปี 2012

หลายๆ ปีถัดจากนั้น เรือบรรทุกเครื่องบินระวางขับน้ำ 55,000 ตันลำนี้ ก็ได้รับมอบหมายให้ประจำอยู่แถวๆ น่านน้ำชายฝั่งของจีน ทำหน้าที่เป็นเรือฝึกขนาดยักษ์ให้แก่เหล่านักบินและทหารเรือจีน ในภารกิจต่างๆ ที่มีลักษณะเป็นการหยิบยืมบุคลากรมาช่วยงาน

อย่างไรก็ตาม มาถึงตอนนี้เรือบรรทุกเครื่องบินจีนลำนี้อาจจะ “สำเร็จการศึกษา” และกำลังได้รับบทบาทใหม่ในการเป็นผู้นำรายหนึ่งของภารกิจก่อตั้งกองนาวีน้ำลึก (blue-water navy) ของจีนขึ้นมา

สื่อมวลชนของจีนเมื่อปลายเดือนเมษายนพากันประโคมข่าวว่า หลังจากที่เรือเหลียวหนิงเข้ารับการปรับปรุงยกเครื่องใหม่เป็นเวลานานถึง 6 เดือน ในวาระที่มีอายุยืนยาวมาถึง “ครึ่งชีวิต” ณ อู่ต่อเรือต้าเหลียน (Dalian Shipyard) เวลานี้เรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้ได้รับการแปลงโฉมจนกลายเป็นฐานทัพอากาศที่แล่นไปในทะเลได้ ซึ่ง “มีความพร้อมในการสู้รบ” โดยที่ได้รับการประกอบติดตั้งเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งจีนพัฒนาขึ้นเองเป็นจำนวนมาก
<i>ดาดฟ้าสำหรับให้เครื่องบินทะยานขึ้นของเรือบรรทุกเครื่องบิน “เหลียวหนิง”  ที่เป็นแบบลานลาดเอียง  และสื่อจีนระบุว่ามีข้อเสนอที่จะให้ปรับปรุงติดตั้งแท่นส่งเครื่องบินแบบดีดชนิดใช้แรงแม่เหล็กไฟฟ้า โดยที่ดาดฟ้าของเหลียวหนิงมีพื้นที่เพียงพอให้ทำเรื่องนี้ได้  กระนั้นก็มีหลายฝ่ายติงว่านี่เป็นเรื่องที่ยุ่งยากซับซ้อนและเสียค่าใช้จ่ายสูงลิ่ว </i>
ตอนนี้เหลียวหนิงได้รับการติดตั้งด้วยสายเคเบิลหน่วงรั้งเครื่องบินรุ่นอัปเกรด โดยเป็นสายเคเบิลที่ทำจากวัสดุผสมอย่างใหม่ สายเคเบิลนี้จะทำหน้าที่หน่วงรั้งในเวลาที่เครื่องบินขับไล่แบบ เจ-15 ซึ่งประจำการอยู่บนเรือลำนี้ ร่อนกลับลงมาจอดที่ดาดฟ้าเรือ นอกจากนั้นยังมีการติดตั้งตาข่ายหน่วงรั้งเพิ่มขึ้นมาตรงบริเวณรอบๆ ดาดฟ้าบินขึ้นลง เพื่อคอยรั้งเครื่องบินเอาไว้ในกรณีที่ลงจอดโดยสายเคเบิลหน่วงรั้งเอาไว้ไม่อยู่ ทั้งนี้ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ส่วนกลางของทางการจีน (China Central Television หรือ CCTV)

ไม่เพียงเท่านี้ ทีมวิศวกรของกองทัพปลดแอกประชาชนจีน ยังทำรอยบิดให้แก่กังหันไอน้ำและระบบขับดันของเรือ ขณะเดียวกันก็อัปเกรดสมรรถนะในการต่อต้านการก่อกวนทางอิเล็กทรอนิกส์ของ “เหลียวหนิง”

แต่การปรับปรุงยกระดับที่ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุดนั้น มีรายงานหลายชิ้นก่อนหน้านี้ซึ่งคาดเดากันว่า กองทัพปลดแอกประชาชนจีนอาจจะทดลองนำเอาระบบแท่นส่งเครื่องบินแบบดีดชนิดใช้แรงแม่เหล็กไฟฟ้า (electromagnetic catapults) ที่เป็นตัวต้นแบบมาติดตั้งบนเหลียวหนิง หากเป็นความจริงนี่ก็น่าจะเปลี่ยนเรือเก่าลำนี้ให้กลายเป็นสถานที่ทดสอบเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่จะเพิ่มพูนความเร็วและน้ำหนักบรรทุกของเครื่องบินขับไล่ ในเวลาทะยานขึ้นจากดาดฟ้าเรือ

เหตุผลสำคัญเบื้องหลังความคิดที่จะนำเอาเรือเหลียวหนิงมาทดลองติดตั้งแท่นส่งเครื่องบินแบบดีดชนิดใช้แรงแม่เหล็กไฟฟ้าก็คือ เพื่อให้สามารถดำเนิน “การฝึกอย่างเร่งรัด” แก่พวกนักบินกองทัพเรือได้ เนื่องจากเวลานี้กองทัพปลดแอกประชาชนจีนกำลังต้องเร่งจัดตั้งฝูงบินขับไล่ประจำบนเรือบรรทุกเครื่องบินขึ้นมาหลายๆ ฝูงบิน แต่สถานที่สำหรับใช้ฝึกเพิ่มชั่วโมงบินเพิ่มทักษะความเชี่ยวชาญกลับยังมีอยู่จำกัด อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ยังคงเป็นเพียงข้อเสนอเท่านั้น และมีผู้เชี่ยวชาญของจีนบางคนให้ความเห็นคัดค้าน โดยมองว่าการติดตั้งเป็นเรื่องที่ยุ่งยากซับซ้อนมากและจะต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากเกินไป

ถึงแม้ผ่านการปรับปรุงยกเครื่องคราวนี้แล้ว เรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้ก็ยังคงต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้าที่เป็นระบบกังหันไอน้ำ ขณะที่ระบบในการช่วยเครื่องบินให้ทะยานขึ้นจากดาดฟ้าเรือ ก็ยังจะเป็นระบบเดิม นั่นคือการทำลานลาดเอียงขึ้นที่บริเวณหัวของดาดฟ้า ซึ่งกลายเป็นข้อจำกัดในเรื่องปริมาณอาวุธและน้ำมันที่เครื่องบินสามารถบรรทุกได้ เหล่านี้ย่อมหมายความว่า เหลียวหนิงยังคงไม่สามารถแล่นตะลุยไปไกลจากชายฝั่งของจีน หรือไม่อาจส่งเครื่องบินขับไล่ เจ-15 ที่ประกอบอาวุธและเชื้อเพลิงได้น้อย ไปเข้าทำการสู้รบอย่างดุเดือดจริงจังได้

ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากเรือลำนี้เริ่มสร้างเมื่อช่วงกลางทศวรรษ 1980 จึงหมายความว่าหากเป็นไปตามกำหนดอายุขัยตามปกติทั่ไปแล้ว เราสามารถคาดหมายได้ว่า “เหลียวหนิง” จะต้องถูกส่งเข้ากรุภายในทศวรรษหน้า

(หมายเหตุผู้แปล: ได้เพิ่มเติมข้อมูลบางส่วนจากข้อเขียนเรื่อง China’s first aircraft carrier may become test bed for top flight electromagnetic warplane launcher (เรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกของจีนอาจจะกลายเป็นสถานที่ทดสอบสำหรับแท่นส่งเครื่องบินแบบดีดชนิดใช้แรงแม่เหล็กไฟฟ้า) ของหนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ วันที่ 10 ก.พ. 2019 เขียนโดย มินนี ชาน (Minnie Chan) ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.scmp.com/news/china/military/article/2185095/chinas-first-aircraft-carrier-may-become-test-bed-top-flight)


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...