xs
xsm
sm
md
lg

“ปูติน” พูดหลังซัมมิต “ผู้นำคิม” ลำพังสหรัฐฯ ยังไม่พอให้โสมแดงไว้ใจยอมปลดนุก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

<i>ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย (ขวา) ดื่มอวยพรให้ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ในงานเลี้ยงดินเนอร์ภายหลังการเจรจาของผู้นำทั้งสอง ณ วิทยาเขตของมหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทิร์นสเตท บนเกาะรัสสกี ซึ่งอยู่นอกเมืองวลาดิวอสต็อก โดยมีสะพานติดต่อเชื่อมถึงกัน </i>
รอยเตอร์/เอเจนซีส์ - ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย กล่าวภายหลังการพูดจาหารือแบบพบหน้ากันเป็นครั้งแรกกับ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ในวันพฤหัสบดี (25 เม.ย.) ว่า การค้ำประกันความมั่นคงปลอดภัยของสหรัฐฯ เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะโน้มน้าวเปียงยางให้ตกลงปิดโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของตน

การประชุมซัมมิตเป็นเวลา 1 วันระหว่าง ปูติน กับ คิม คราวนี้ ที่เกาะรัสสกี นอกเมืองวลาดิวอสต็อก อันเป็นเมืองสำคัญริมชายฝั่งแปซิฟิกของรัสเซีย มีขึ้นหลังจากคิมเจรจากับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนามเมื่อ 2 เดือนก่อน ซึ่งยุติลงด้วยความล้มเหลวไม่สามารถตกลงอะไรกันได้ เป็นการกัดกร่อนความหวังที่จะเห็นการผ่าทางตันในปัญหานิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีซึ่งยืดเยื้อมานับหลายสิบปีแล้ว

การหารือระหว่างปูตินกับคิมคราวนี้ ดูเหมือนไม่ได้สามารถผ่าทางตันอะไรสำคัญๆ ได้เช่นกัน

ทว่า ปูตินซึ่งมุ่งอาศัยซัมมิตคราวนี้เพื่อเสริมส่งเชิดชูเครดิตทางการทูตของรัสเซียในฐานะที่เป็นเพลเยอร์ระดับโลกรายหนึ่ง กล่าวว่าเขาเชื่อว่าการค้ำประกันใดๆ ของสหรัฐฯอาจจะต้องได้รับการหนุนหลังเพิ่มเติมจากชาติอื่นๆ ซึ่งเกี่ยวข้องอยู่ในการเจรจา 6 ฝ่าย ที่เคยใช้เป็นเวทีเพื่อพยายามคลี่คลายประเด็นปัญหานิวเคลียร์นี้ในอดีต

นี่ย่อมหมายถึงต้องเอา รัสเซีย, จีน, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เข้ามาสมทบกับสหรัฐฯและเกาหลีเหนือด้วย ตามรูปแบบการเจรจา 6 ฝ่าย ซึ่งได้ถูกมองเมินไปโดยสหรัฐฯ ในยุคโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มุ่งอาศัยความพยายามของตนฝ่ายเดียวเพื่อให้ได้ข้อตกลงกับโสมแดง

“พวกเขา (ฝ่ายเกาหลีเหนือ) เพียงแค่ต้องการให้มีการค้ำประกันเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยของพวกเขา มันก็เท่านั้นแหละ คือสิ่งที่พวกเราทั้งหมดจะต้องร่วมกันขบคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้” ปูตินบอกกับพวกผู้สื่อข่าวหลังการหารือกับคิม

“... ผมมีความแน่ใจอย่างลึกซึ้งว่า ถ้าพวกเราเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ซึ่งมีฝ่ายหนึ่ง ซึ่งในกรณีนี้คือเกาหลีเหนือ เรียกร้องต้องการการค้ำประกันความมั่นคงปลอดภัยในบางรูปแบบแล้ว มันย่อมจะเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะทำเช่นนั้นได้ถ้าหากไม่มีการค้ำประกันในระดับนานาชาติ มันไม่น่าเป็นไปได้ที่การตกลงกันใดๆ ระหว่าง 2 ประเทศจะถือว่าเพียงพอแล้ว”

การค้ำประกันเช่นนั้นควรที่จะต้องอยู่ในลักษณะเป็นค้ำประกันจากนานาชาติ, มีผลผูกพันทางกฎหมาย และรับรองอธิปไตยของเกาหลีเหนือ ปูตินแจกแจงต่อ
<i>ประธานาธิบดีปูติน ต้อนรับ ผู้นำคิม ก่อนหน้าเจรจากัน </i>
ประธานาธิบดีรัสเซียบอกด้วยว่า จะแจ้งผลสรุปการเจรจาของเขาครั้งนี้ให้คณะผู้นำของจีนและของสหรัฐฯรับทราบ พร้อมกับกล่าวว่า เขาเองคิดว่าการทำข้อตกลงเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของโสมแดงนี้เป็นเรื่องที่มีความเป็นไปได้ และหนทางที่จะทำให้สำเร็จควรต้องก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าว เพื่อเป็นการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกัน

ปูตินพูดถึงคิมว่า เป็นคน “เปิดเผยมาก” “ไตร่ตรองรอบคอบ” และ “น่าสนใจ”

ผู้นำทั้งสองดูเหมือนเข้ากันได้ดี กำหนดการประชุมซัมมิต 1 วันครั้งนี้ แบ่งออกเป็นสองช่วง โดยช่วงแรกเป็นการหารือแบบตัวต่อตัว ที่มีผู้ช่วยไม่กี่คนเข้าร่วมด้วย ปรากฏว่าพูดคุยกันอยู่ถึง 2 ชั่วโมง นานเป็นเท่าตัวจากที่กำหนดเอาไว้เพียง 50 นาที

ปูตินกล่าวหลังจบการหารือช่วงแรกว่า พูดคุยกับคิมเกี่ยวกับวิธีการและสิ่งที่สามารถทำได้เพื่อปรับปรุงสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี รวมทั้งการกระชับความสัมพันธ์ทั้งด้านการทูตและเศรษฐกิจ

ทางด้านคิมที่เดินทางถึงวลาดิวอสต็อกก่อนกำหนดประชุมหนึ่งวันด้วยขบวนรถไฟหุ้มเกราะ กล่าวก่อนหารือกับปูตินว่า สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีเป็นสิ่งที่ทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมาก และสำทับว่า เดินทางมารัสเซียก็เพื่อพบปูตินเป็นการส่วนตัว และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การเผชิญหน้าด้านนิวเคลียร์

ประมุขโสมแดงยังบอกอีกว่า ต้องการหารือเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ด้านเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์และการจัดการสถานการณ์ร่วมกันในอนาคต รวมถึงพัฒนาความสัมพันธ์เพื่อตอบสนองความต้องการสำหรับศตวรรษใหม่

สำหรับการประชุมในช่วงที่สองนั้นมีคณะผู้แทนเข้าร่วมหารือด้วยและจบลงโดยไม่มีการออกแถลงการณ์ใดๆ

จากนั้น ผู้นำทั้งสองร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ พร้อมชมการแสดงจากศิลปินรัสเซีย

คิมไม่ได้พูดกับสื่อมวลชนอีกเลยภายหลังการหารือ แต่ได้จับมือกับปูตินก่อนขึ้นรถลีมูซีนของเขา ออกไปจากสถานที่จัดประชุม

เห็นกันว่า สืบเนื่องจากการเจรจาระหว่างเกาหลีเหนือกับอเมริกาหยุดชะงัก ซัมมิตในวลาดิวอสต็อกจึงเป็นโอกาสที่เปียงยางจะขอการสนับสนุนจากรัสเซีย ซึ่งอาจรวมถึงการผ่อนคลายมาตรการแซงก์ชันที่กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโสมแดงอย่างรุนแรง ตัวอย่างเช่นการขอให้มอสโกขยายเส้นตายที่จะครบกำหนดปลายปีนี้ เพื่ออนุญาตให้แรงงานเกาหลีเหนือราว 10,000 คนทำงานในรัสเซียต่อไป

นอกจากนั้นคิมยังอาจต้องการกระชับความสัมพันธ์กับรัสเซียเพื่อคานอิทธิพลของจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญที่สุด รวมถึงคู่ค้าใหญ่สุดและผู้จัดหาเชื้อเพลิงที่สำคัญ

สำหรับปูติน ซัมมิตครั้งนี้ยังเป็นโอกาสในการต่อต้านอิทธิพลของอเมริกา โดยในบทสัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี่ของทางการจีนฉบับวันพฤหัสบดี ผู้นำรัสเซียโจมตีประเทศที่อ้างตนเป็นผู้นำโลกแต่เพียงผู้เดียว ด้วยการเหยียบย่ำบรรทัดฐานและหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ ใช้วิธีขู่กรรโชก แซงก์ชัน และกดดัน รวมทั้งพยายามผลักดันให้ประเทศและประชาชนทั่วโลกยอมรับค่านิยมและอุดมคติอันน่าสงสัยของตัวเอง

กระนั้น นักวิเคราะห์มองว่า ตราบที่มอสโกยังสนับสนุนมาตรการลงโทษเกาหลีเหนือของนานาชาติ ซัมมิตครั้งนี้คงไม่มีประโยชน์เป็นรูปธรรมต่อเปียงยางมากนัก นอกจากแสดงถึงมิตรภาพระหว่างกัน

การประชุมที่วลาดิวอสต็อกมีขึ้นหลังจากที่ปูตินเชิญชวนคิมให้เดินทางเยือนหลายครั้ง และหลังจากที่คิมโหมโรงบทบาททางการทูตเมื่อปีที่แล้ว เริ่มจากการเยือนปักกิ่งและพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงในเดือนมีนาคม การประชุมสุดยอด 3 ครั้งกับประธานาธิบดีมุน แจอินของเกาหลีใต้ ซัมมิตสองครั้งกับทรัมป์ และการหารือกับผู้นำเวียดนาม



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...