xs
xsm
sm
md
lg

ยักษ์ใหญ่ไฮเทคว้าวุ่นกม.สกัดข่าวปลอม'สิงคโปร์' หวั่นรวบรัดปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นออนไลน์

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เอเอฟพี – บรรดาบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกต่างขวัญหนีดีฝ่อกับกฎหมายฉบับใหม่ที่รัฐบาลสิงคโปร์เตรียมดันเข้าสู่สภาเพื่อบังคับใช้เร็วๆ นี้ ภายใต้เป้าหมายในการกำจัดเนื้อหา “ข่าวปลอม” ด้วยมาตรการลงโทษที่มีทั้งปรับหนักและจำคุก ท่ามกลางความกังวลว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นความพยายามอีกขั้นในการปิดกั้นเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของสาธารณชน

รัฐบาลสิงคโปร์เปิดเผยร่างกฎหมายฉบับนี้เมื่อต้นเดือนเมษายนนี้ ซึ่งประกอบด้วยมาตรการขั้นเด็ดขาดหลายอย่าง อาทิ การให้อำนาจรัฐมนตรีในการสั่งให้เว็บไซต์สื่อสังคมอย่างเฟซบุ๊กติดป้ายเตือนข้างๆ โพสต์ที่ทางการเชื่อว่า เป็นข้อมูลเท็จ หรือลบออกในกรณีที่ส่งผลกระทบร้ายแรง

การกระทำใดที่ทางการเห็นว่า มีความประสงค์ร้ายและเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ของสิงคโปร์ บริษัทที่ดำเนินการดังกล่าวจะถูกปรับสูงสุด 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 23.5 ล้านบาท) ส่วนบุคคลทั่วไปอาจถูกจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี

รัฐบาลสิงคโปร์ที่ใช้มาตรการควบคุมประชาชนอย่างเข้มงวดและถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า จำกัดเสรีภาพพลเมือง ยืนกรานว่า มาตรการเหล่านี้จำเป็นในการหยุดยั้งการเผยแพร่ข่าวปลอมหรือข้อมูลปลอมที่อาจสร้างความแตกแยกในประเทศของตน ซึ่งประกอบด้วยผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์อยู่แล้ว

ทว่า กลุ่มรณรงค์เสรีภาพสื่อ ตลอดจนถึงบริษัทเทคโนโลยีที่ลงทุนก้อนใหญ่ในสิงคโปร์มองว่า ร่างกฎหมายเช่นนี้ของรัฐบาลเป็นการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นทางออนไลน์

เอเชีย อินเทอร์เน็ต โคลิชัน สมาคมอุตสาหกรรมที่มีสมาชิก อาทิ เฟซบุ๊ก กูเกิล และทวิตเตอร์ วิจารณ์ว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ที่ถือว่า มีขอบเขตครอบคลุมที่สุดในบรรดาร่างกฎหมายลักษณะเดียวกันของประเทศต่างๆ ถือเป็นความเสี่ยงอย่างมากต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

ไซมอน มิลเนอร์ รองประธานด้านนโยบายสาธารณะประจำเอเชีย-แปซิฟิกของเฟซบุ๊ก กล่าวว่า บริษัทกังวลมากเกี่ยวกับแนวโน้มการถูกบังคับให้ลบเนื้อหา

มิลเนอร์ระบุในคำแถลงว่า การจัดหาพื้นที่เพื่อให้ผู้คนสามารถแสดงตัวตนอย่างเสรีและปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเฟซบุ๊ก แต่ขณะเดียวกัน บริษัทก็มีความรับผิดชอบในการสนองตอบคำขอของภาครัฐอย่างละเอียดรอบคอบในการลบข้อมูลที่ถูกกล่าวหาว่า ไม่ถูกต้อง

ปกติแล้วอินเทอร์เน็ตเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างเสรีในสิงคโปร์ และมีเว็บไซต์ข่าวทางเลือกท้องถิ่นบางแห่งที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลมากกว่าหนังสือพิมพ์และทีวีทั่วไปที่ส่วนใหญ่ให้การสนับสนุนทางการ

อย่างไรก็ดี สิงคโปร์เป็นหนึ่งในหลายๆ ประเทศที่กำลังจะออกกฎหมายจัดการข่าวปลอม โดยรัฐบาลเน้นย้ำว่า มาตรการรับมือหลักคือการสั่งแก้ไขที่แสดงคู่ไปกับข่าวปลอม มากกว่าที่จะเลือกใช้การสั่งจำคุกหรือปรับ นอกจากนั้นผู้ถูกกล่าวหายังสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลได้

เค. ชานมูกัม รัฐมนตรียุติธรรมและมหาดไทยสิงคโปร์ โพสต์บนเฟซบุ๊กว่า กฎหมายที่รัฐบาลเสนอมีเป้าหมายที่จะจัดการกับการเผยแพร่ข่าวปลอม ไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นหรือการวิพากษ์วิจารณ์ และศาลจะเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด หากมีความเห็นไม่ลงรอยเกี่ยวกับข้อเท็จจริงกับข่าวปลอม

กูเกิล เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ต่างมีสำนักงานใหญ่ประจำเอเชียอยู่ในสิงคโปร์ ประเทศที่มีประชากร 5.6 ล้านคนและเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของผู้พำนักจากต่างแดน เนื่องจากเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเริ่มปรากฏสัญญาณความตึงเครียดในหมู่บริษัทเทคโนโลยี หลังจากรัฐบาลเตรียมคลอดกฎหมายฉบับนี้ โดยระหว่างการอภิปรายในสภาเมื่อปีที่แล้วเกี่ยวกับการจัดการข่าวปลอม กูเกิลและเฟซบุ๊กออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลสิงคโปร์ล้มเลิกแผนการนำเสนอกฎหมายใหม่นี้

ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน เฟซบุ๊กปฏิเสธคำขอของทางการสิงคโปร์ให้ลบบทความชิ้นหนึ่งที่เชื่อมโยงประเทศนครรัฐแห่งนี้กับเรื่องอื้อฉาวทางการเงินในมาเลเซีย ซึ่งรัฐบาลสิงคโปร์ระบุว่า ไม่เป็นความจริง ส่งผลให้กระทรวงยุติธรรมออกมาประกาศว่า กลไกการกลั่นกรองข่าวปลอมของเฟซบุ๊กนั้นเชื่อถือไม่ได้

นักวิจารณ์หลายคนบอกว่า หนึ่งในประเด็นที่น่าเป็นห่วงที่สุดของกฎหมายใหม่ฉบับนี้คือ การให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการตัดสินใจว่า ข่าวใดจริงหรือปลอม

แม้ทางการสิงคโปร์ยืนยันว่า สามารถอุทธรณ์การตัดสินใจได้ แต่คริสเตน ฮัน บรรณาธิการเว็บไซต์ข่าวระดับภูมิภาค “นิว เนราทีฟ “ที่ประจำอยู่ในสิงคโปร์ มองว่า คนส่วนใหญ่ไม่มีกำลังหรือความตั้งใจที่จะไปต่อกรกับรัฐบาล

ฮันตั้งคำถามว่า แม้เชื่อว่า โพสต์บนเฟซบุ๊กของตัวเองถูก แต่จะมีคนสิงคโปร์สักกี่คนที่ลุกขึ้นมาอุทธรณ์การตัดสินใจของรัฐมนตรี เนื่องจากต้องใช้เงินหลายพันดอลลาร์เพื่อว่าจ้างทนายความและยื่นคำร้องต่อศาล

ทางด้านฮิวแมน ไรต์ส วอตช์ ระบุว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้มีขอบเขตครอบคลุมกว้างขวางมาก ขณะที่นักวิจารณ์ตั้งข้อสังเกตว่า สิงคโปร์มีกฎหมายควบคุมการปลุกปั่น การใส่ร้ายทำลายชื่อเสียง และการก่อกวนความปรองดองทางเชื้อชาติอันเข้มงวดอยู่แล้ว และสามารถใช้กฎหมายเหล่านั้นควบคุมตรวจสอบเนื้อหาบนเว็บได้

นอกจากนั้นยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า กฎหมายควบคุมข่าวปลอมที่มีแนวโน้มจะได้รับอนุมัติอย่างง่ายดายในรัฐสภาที่พรรครัฐบาลกุมอำนาจอยู่นั้น จะนำไปบังคับใช้อย่างไรในการปฏิบัติจริง

ศาสตราจารย์อัง เปง ฮวา จากวี คิม สกูล ออฟ คอมมิวนิเคชัน แอนด์ อินฟอร์เมชัน ในสิงคโปร์ คิดว่า รัฐบาลจะใช้ความรอบคอบอย่างมากในการบังคับใช้กฎหมายนี้ นอกจากนั้นโดยทั่วไปแล้วรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐบาลสิงคโปร์ยังได้รับความไว้วางใจสูงมากจากบริษัทและสถาบันต่างชาติ และไม่มีแนวโน้มว่า บริษัทและสถาบันเหล่านี้จะลุกขึ้นมาโจมตีกฎหมายควบคุมข่าวปลอมของรัฐบาลสิงคโปร์แต่อย่างใด


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...