xs
xsm
sm
md
lg

คอลัมน์นอกหน้าต่าง: เมื่อ‘ทรัมป์’รับรอง‘ที่ราบสูงโกลาน’เป็นของอิสราเอล ก็หมดสิทธิคัดค้านรัสเซียเข้าผนวก‘แหลมไครเมีย’

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

<i>ทหารอิสราเอลยืนรักษาการณ์อยู่ที่จุดข้ามแดนกูเนตรา (Quneitra) ในที่ราบสูงโกลานซึ่งอิสราเอลยึดครองเอาไว้ เตรียมรับมือกับการเดินขบวนประท้วงที่คาดว่าจะเคลื่อนมาจากชายแดนฝั่งซีเรีย เพื่อคัดค้านเรื่องที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศจะยอมรับว่าอิสราเอลมีอธิปไตยเหนือโกลาน (ภาพถ่ายเมื่อ 23 มี.ค.) </i>
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กำลังทำลายบรรทัดฐานทางการทูตอีกครั้งหนึ่งแล้ว โดยอุ้มชูหนุนหลังการที่อิสราเอลเข้ายึดครองที่ราบสูงโกลานของซีเรีย ขณะที่พวกผู้เชี่ยวชาญพากันเตือนว่า การกระทำเช่นนี้เท่ากับว่าเขากำลังเสี่ยงภัย ที่จะสร้างความชอบธรรมให้แก่การรุกรานขยายดินแดนของประเทศอื่นๆ ไปด้วยในตัว

อิสราเอลมีชัยชนะทางการทหารและยึดครองที่ราบสูงโกลานจากซีเรียในช่วง “สงคราม 6 วัน” เมื่อปี 1967 และประกาศผนวกเข้าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตนในปี 1981 ทว่าจวบจนกระทั่งถึงเวลานี้ ประชาคมระหว่างประเทศไม่เคยยอมรับความเคลื่อนไหวเช่นนั้นของรัฐยิวเลย และมีความวาดหวังกันอยู่ว่าดินแดนส่วนนี้อาจจะได้ทำหน้าที่เป็นหมากตัวหนึ่งสำหรับใช้ในการต่อรองกัน ในการทำความตกลงสันติภาพกันระหว่างประเทศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในอนาคตข้างหน้า

แต่แล้วทรัมป์ได้โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดี (21 มี.ค.) ที่ผ่านมา เรียกร้องให้ดำเนินการแบบหักเลี้ยวทางการทูตอย่างฉับพลัน โดยบอกว่าหลังจากเวลาผ่านมาแล้ว 52 ปี “มันถึงเวลาแล้วสำหรับสหรัฐฯที่จะให้การรับรองอย่างเต็มที่” ว่าที่ราบสูงโกลานเป็นดินแดนในอธิปไตยของอิสราเอล

ความเคลื่อนไหวเช่นนี้ –ซึ่งน่าสังเกตว่าบังเกิดขึ้นขณะที่พันธมิตรในอิสราเอลของทรัมป์ ซึ่งก็คือนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กำลังต้องต่อสู้ศึกเลือกตั้ง-- ปรากฏว่าได้ก่อให้เกิดความผิดหวังระคนความสะดุ้งหวั่นไหว แม้กระทั่งในหมู่พวกชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ โดยที่อังกฤษกับฝรั่งเศสต่างออกมาแถลงว่า พวกเขายังคงถือว่าที่ราบสูงโกลานเป็นดินแดนที่ถูกอิสราเอล “ยึดครอง”

ริชาร์ด ฮาสส์ (Richard Haass) ประธานของกลุ่ม “สภาว่าด้วยความสัมพันธ์กับต่างประเทศ” (Council on Foreign Relations) กลุ่มคลังความคิดทรงอิทธิพลทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ตั้งฐานอยู่ในนิวยอร์ก กล่าวแสดงความหวั่นกลัวผลต่อเนื่องของการละทิ้งไม่กระทำตามมติหมายเลข 242 (Resolution 242) ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเน้นย้ำถึง “การไม่สามารถที่จะยอมรับได้ถึงการเข้าครอบครองดินแดนที่ได้มาจากสงคราม” มตินี้ผ่านออกมาภายหลังจากสงคราม 6 วัน

“นี่เป็นหลักการข้อรากฐานที่สุดของระเบียบระหว่างประเทศ และก็ถูกใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการที่สหรัฐฯคัดค้านซัดดัม ฮุสเซนที่เข้าสู้รบและยึดครองคูเวต และการที่ปูตินยึดครองแหลมไครเมีย” ฮาสส์ กล่าว โดยอ้างอิงถึงสงครามอ่าวเปอร์เซียปี 1991 ซึ่งกลุ่มพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯประสบความสำเร็จในการปลดปล่อยคูเวตให้เป็นอิสรเสรีจากซัดดัม และการที่รัสเซียเข้ายึดครองแหลมแห่งนี้จากยูเครนเมื่อปี 2014

ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ผู้ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีอเมริกันผู้นี้ ได้แสดงการเมินเฉยไม่ยี่หระต่อระเบียบข้อตกลงระหว่างประเทศทั้งหลายอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ เมื่อเดือนธันวาคม 2017 ทรัมป์ได้ประกาศรับรองว่านครเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล ซึ่งเป็นการเติมเต็มเป้าหมายใหญ่ข้อหนึ่งของรัฐยิวแห่งนี้

ในการให้สัมภาษณ์ทางทีวี ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯออกมาแก้เนื้อแก้ตัวให้แก่บิ๊กบอสของเขา โดยปฏิเสธไม่ยอมรับความคิดเห็นของฝ่ายต่างๆ ที่ว่า สหรัฐฯกำลังทำตัวมีมาตรฐานสองมาตรฐาน ด้วยการยอมรับอธิปไตยของอิสราเอลในที่ราบสูงโกลาน แต่ขณะเดียวกันก็ประกาศใช้มาตรการลงโทษคว่ำบาตรรัสเซียจากกรณีเข้าผนวกแหลมไครเมีย

“สิ่งที่ท่านประธานาธิบดีทำในกรณีที่ราบสูงโกลาน คือการยอมรับความเป็นจริงในภาคสนาม และสถานการณ์ความมั่นคงปลอดภัยที่จำเป็นสำหรับการพิทักษ์ปกป้องรัฐอิสราเอล มันเป็นเรื่องง่ายๆ แค่นี้เอง” เขาบอกกับทีวีสกายนิวส์

พอมเพโออวดโอ่วาดภาพของสหรัฐฯว่าเป็น “พลังเพื่อคุณงามความดี” ในภูมิภาคตะวันออกกลาง และเป็นชาติซึ่งมีเจตนารมณ์อัน “มีเกียรติสูงส่ง”

“เราต้องการผลลัพธ์ในทางดีงาม ... สำหรับทุกๆ ชาติในตะวันออกกลาง และการตัดสินใจที่ท่านประธานาธิบดีกระทำไปแล้วจะเพิ่มพูนโอกาสสำหรับให้ที่นั่นเกิดเสถียรภาพตลอดทั่วทั้งภูมิภาค” เขากล่าว
<i>ชาวบ้านซึ่งพำนักอาศัยในที่ราบสูงโกลาน โบกธงชาติซีเรียและธงของชาวดรูซ ขณะพวกเขาประท้วงเรื่องที่ทรัมป์จะรับรองว่าโกลานเป็นของอิสราเอล ณ หมู่บ้านมัจดัล ชามส์ ในเขตที่ราบสูงโกลานที่อิสราเอลยึดครองอยู่ (ภาพถ่ายเมื่อ 23 มี.ค.) </i>
กฎของสัตว์ป่า

อย่างไรก็ตาม คาร์ล บิลด์ต (Carl Bildt) อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของสวีเดนระบุว่า การกระทำของทรัมป์คือการหวนกลับไปใช้กฎแห่ง “สัตว์ป่า”

“นี่คือการผละออกจากสิ่งที่เป็นพื้นฐานจริงๆ ของกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งจะก่อให้เกิดความวิบัติหายนะขึ้นมา วังเครมลินจะต้องปรบมืออย่างยินดีและใช้หลักการเดียวกันนี้กับแหลมไครเมีย ปักกิ่งก็จะปรบมืออย่างยินดีและใช้กับทะเลจีนใต้” บิลด์ต ทวิตด้วยข้อความเช่นนี้

ทางด้าน ซีเรีย และชาติพันธมิตรของพวกเขาอย่างอิหร่าน ต่างพากันประณามความเคลื่อนไหวเช่นนี้ของทรัมป์ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่คาดหมายได้อยู่แล้ว ขณะที่ประธานาธิบดีเรเจป ตอยยิป แอร์โดอัน ของตุรกี –ซึ่งหวาดเกรงว่าซีเรียที่แตกออกเป็นเสี่ยงจะทำให้ชาวเคิร์ดมีโอกาสที่จะตั้งรัฐเอกราชขึ้น และส่งผลสะเทือนไปถึงชาวเคิร์ดส่วนที่อาศัยอยู่ในตุรกีเอง— แถลงว่า ทรัมป์กำลังสร้าง “วิกฤตการณ์ครั้งใหม่” ขึ้นมา และเรียกร้องให้องค์การความร่วมมืออิสลาม (Organization of the Islamic Cooperation หรือ OIC) เข้าขัดขวางเรื่องนี้

แม้กระทั่งพวกชาติพันธมิตรของสหรัฐฯก็แสดงความวิตกเกี่ยวกับความหมายโดยนัยของเรื่องนี้ กระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสกล่าวในคำแถลงฉบับหนึ่งว่า การยอมรับอธิปไตยของอิสราเอลเหนือที่ราบสูงโกลาน “จะเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพันธะผูกพันสำหรับรัฐต่างๆ ที่จะต้องไม่รับรองไม่ยอมรับสถานการณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย”

สตีเวน คุก (Steven Cook) ผู้เชี่ยวชายด้านตะวันออกกลางของกลุ่ม “สภาว่าด้วยความสัมพันธ์กับต่างประเทศ” แสดงความข้องใจว่าจำเป็นหรือที่จะต้องสั่นคลอนเปลี่ยนแปลงสถานะเดิมที่ดำรงมายาวนานหลายสิบปีแล้ว โดยระบุว่าการรับรองของสหรัฐฯมีแต่จะจุดชนวนให้เกิดการคัดค้านต่อต้านขึ้นมา ในดินแดนซึ่งจริงๆ แล้วอิสราเอลควบคุมเอาไว้เป็นเวลายาวนาน และได้อพยพโยกย้ายชาวอิสราเอลราว 20,000 คนเข้าไปตั้งถิ่นฐานกันที่นั่นแล้วด้วย

“ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องให้การรับรองอะไรหรอก อิสราเอลเข้าไปอยู่ในที่ราบสูงโกลานเนื่องจากเหตุผลต่างๆ ของพวกเขาเอง และไม่มีการตัดสินใจใดๆ ของคณะบริหารทรัมป์จะเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้” เขาเขียนเอาไว้เช่นนี้ในบทความชิ้นหนึ่งในนิตยสาร “ฟอเรนจ์ โพลิซี” (Foreign Policy)

อิลัน โกลเดนเบิร์ก (Ilan Goldenberg) แห่งกลุ่มคลังความคิด “นิว อเมริกัน ซีเคียวริตี” ก็บอกว่า การตัดสินใจของทรัมป์คือ “การแหย่รังแตน ซึ่งไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องไปแหย่เลย”

“นอกจากนั้น มันยังทำให้เป็นเรื่องลำบากจริงๆ สำหรับสหรัฐฯที่จะยังคงต่อสู้คัดค้านการเข้าผนวกไครเมียของรัสเซีย โดยอิงอาศัยหลักการที่ว่าการเข้ายึดดินแดนด้วยกำลังนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย มาถึงตอนนี้เราไม่มีความชอบธรรมใดๆ ที่จะอ้างอิงหลักการนั้นอีกแล้ว และฝ่ายรัสเซียก็จะฉวยใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้” เขาบอกทางทวิตเตอร์

“ดังนั้น ทำไมต้องทำเรื่องนี้ด้วย? เพราะนี่จะเป็นสิ่งดีเยี่ยมสำหรับการเมืองของบีบี้ (Bibi)”นั่นเอง เขากล่าวต่อ โดยที่ “บีบี้” คือชื่อเล่นของเนทันยาฮู

(เก็บความจากเรื่อง Accepting Golan annexation Trump risks new precedents ของสำนักข่าวเอเอฟพี)


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...