xs
xsm
sm
md
lg

Weekend Focus: โลกประณามกราดยิง 50 ศพ ‘มัสยิดไครสต์เชิร์ช’ นิวซีแลนด์จ่อแก้กฎหมายควบคุมปืน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

มัสยิด อัล นูร์ ในเมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ หลังเกิดเหตุคนร้ายผิวขาวขวาจัดบุกกราดยิงผู้คนที่กำลังละหมาดวันศุกร์ เมื่อวันที่ 15 มี.ค.
นับเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญคนทั้งโลกเมื่อ ‘นิวซีแลนด์’ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่สงบสุขที่สุดแห่งหนึ่งต้องเผชิญเหตุกราดยิงมัสยิด 2 แห่งที่คร่าชีวิตผู้คนไปถึง 50 รายเมื่อวันที่ 15 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยฆาตกรเป็นชาวออสเตรเลียที่นิยมลัทธิผิวขาวเป็นใหญ่ (white supremacist) และมีความชิงชังผู้อพยพมุสลิม ขณะที่โศกนาฏกรรมครั้งนี้ยังกระตุ้นให้รัฐบาลนิวซีแลนด์ต้องเร่งแก้กฎหมายควบคุมอาวุธปืนให้เข้มงวดรัดกุมยิ่งขึ้น

เบรนตัน ทาร์แรนต์ มือปืนวัย 28 ปี ได้ทำการไลฟ์สดผ่านสื่อโซเชียลขณะบุกเข้าไปสาดกระสุนใส่ชาวมุสลิมที่กำลังละหมาดวันศุกร์อยู่ในมัสยิดแห่งหนึ่งที่เมืองไครสต์เชิร์ช และยังโพสต์ถ้อยแถลงอุดมการณ์ความยาวกว่า 70 หน้ากระดาษ ประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนว่าต้องการกำจัดชาวมุสลิมซึ่งเขาถือว่าเป็น “ผู้รุกราน”

เหตุกราดยิงครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 50 คน บาดเจ็บอีกหลายสิบคน เหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้อพยพหรือผู้ลี้ภัยจากหลากหลายประเทศ เช่น อินเดีย ปากีสถาน มาเลเซีย อินโดนีเซีย ตุรกี โซมาเลีย อัฟกานิสถาน และบังกลาเทศ

ผู้ตายที่อายุน้อยที่สุดเป็นเด็กชายวัยเพียง 3 ขวบที่พ่อแม่เป็นผู้อพยพจากโซมาเลีย

นายกรัฐมนตรี จาซินดา อาร์เดิร์น ยอมรับว่านี่คือ “หนึ่งในวันเวลาอันมืดมิดที่สุดของนิวซีแลนด์” พร้อมยืนยันว่ามือปืนจะต้องได้รับโทษขั้นสูงสุด แต่จะไม่ได้รับการกล่าวขวัญใดๆ ทั้งสิ้น

“พวกคุณจะไม่มีวันได้ยินดิฉันเอ่ยชื่อคนๆ นี้เด็ดขาด เขาจะเป็นผู้ก่อการร้าย อาชญากร พวกสุดโต่ง แต่เป็นบุคคลนิรนามสำหรับดิฉัน” ผู้นำหญิงกีวี ระบุ

ทาร์แรนต์ ซึ่งดูเหมือนจะกระทำการเพียงคนเดียวถูกจับกุมได้ทันทีในวันเกิดเหตุ เขาถูกคุมตัวไปยังศาลแขวงไครสต์เชิร์ชเมื่อวันเสาร์ที่ 16 มี.ค. เพื่อรับทราบข้อหาฆาตกรรม และคาดว่าอัยการจะตั้งข้อหาอื่นๆ เพิ่มเติม

มือปืนรายนี้ไม่ได้แสดงท่าทีสำนึกผิด เขายิ้มเยาะใส่ผู้คนในศาลกับพร้อมยกมือทำสัญลักษณ์ที่พวกคลั่งผิวขาวทั่วโลกนิยมใช้กัน จนผู้พิพากษาต้องออกคำสั่งให้ภาพของ ทาร์แรนต์ ที่นำออกเผยแพร่ต้องมีการเบลอใบหน้าของเขาด้วย

จากคำแถลงอุดมการณ์ของเขาทำให้ทราบว่า ทาร์แรนต์ เป็นพวกนีโอฟาสซิสต์ที่ต่อต้านมุสลิมขนาดหนัก เขาเล่าว่าตนเองเริ่มมีแนวคิดหัวรุนแรงหลังจากไปเที่ยวยุโรปตะวันตกเมื่อปี 2017 และได้เห็นข่าวชายอุซเบกิสถานขับรถบรรทุกพุ่งเข้าใส่ฝูงชนในกรุงสตอกโฮล์มของสวีเดนจนมีผู้เสียชีวิต 5 ราย นอกจากนี้ยังรู้สึกรังเกียจไม่พอใจเมื่อไปเที่ยวฝรั่งเศสและเห็นผู้อพยพอยู่กันเต็มบ้านเต็มเมือง

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายชี้ว่า ทาร์แรนต์ อาจถูกจำคุกตลอดชีวิตโดยหมดสิทธิ์ขอทำทัณฑ์บน ซึ่งเป็นอัตราโทษสูงสุดที่ยังไม่เคยมีนักโทษคนไหนได้รับมาก่อน นับตั้งแต่นิวซีแลนด์ยกเลิกโทษประหารชีวิตไปในปี 1961

เกร็ก นิวโบลด์ นักอาชญาวิทยาจากมหาวิทยาลัยแคนเทอบิวรี คาดว่าศาลคงจะสั่งให้ ทาร์แรนต์ ถูกแยกขังเดี่ยวอย่างน้อยก็ในช่วง 5-10 ปีแรก เนื่องจากเขาเป็นพวกคลั่งผิวขาว ในขณะที่ผู้ต้องขังในเรือนจำนิวซีแลนด์กว่า 80% เป็นชาวเมารีหรือคนจากหมู่เกาะแปซิฟิก จึงมีความเสี่ยงสูงที่เขาจะโดนนักโทษคนอื่นๆ รุมทำร้าย

ตำรวจไครสต์เชิร์ชยึดปืนที่ ทาร์แรนต์ ใช้ก่อเหตุได้ทั้งหมด 5 กระบอก โดยเป็นปืนเล็กยาวกึ่งอัตโนมัติ 2 กระบอก, ปืนเล็กยาวแบบคานเหวี่ยง 1 กระบอก, และปืนพก 2 กระบอก ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกซื้อมาอย่างถูกต้องหลังจากที่เขาได้ใบอนุญาตพกปืนในปี 2017
สถานีโทรทัศน์ TRT World ของตุรกีเผยภาพชายผิวขาวคนหนึ่งซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็น เบรนตัน ทาร์แรนต์ มือปืนกราดยิงมัสยิดไครสต์เชิร์ช ขณะเดินทางมาถึงสนามบินอตาเติร์กในนครอิสตันบูลเมื่อเดือน ก.ย. ปี 2016
กฎหมายควบคุมปืนของนิวซีแลนด์ถือว่าหย่อนยานเมื่อเทียบกับชาติตะวันตกอื่นๆ โดยบุคคลที่อายุเกิน 16 ปีมีสิทธิ์ขอใบอนุญาตครอบครองปืนซึ่งจะมีอายุใช้งาน 10 ปี และเนื่องจากปืนส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกบังคับให้ต้องจดทะเบียน ดังนั้นจึงไม่มีใครทราบว่ามีอาวุธปืนหมุนเวียนอยู่ในนิวซีแลนด์เป็นจำนวนเท่าใดกันแน่

ตำรวจนิวซีแลนด์เคยประเมินไว้เมื่อปี 2014 ว่ามีปืนถูกกฎหมายอยู่ในการครอบครองของพลเรือนราว 1.2 ล้านกระบอก หรือคิดเป็นสัดส่วน 1 กระบอกต่อประชากร 4 คน

นายกรัฐมนตรี อาร์เดิร์น ประกาศจะเร่งแก้กฎหมายอาวุธปืนให้เข้มงวดยิ่งขึ้น ขณะที่ชาวนิวซีแลนด์จำนวนมากก็ขานรับข้อเรียกร้องของรัฐบาลที่ให้นำปืนมาจดทะเบียน

เหตุกราดยิงมัสยิดที่นิวซีแลนด์ยังกลายเป็นชนวนความบาดหมางระหว่างประเทศ เมื่อประธานาธิบดี เรเจป ตัยยิบ แอร์โดอัน แห่งตุรกีนำคลิปวิดีโอไลฟ์สดของมือปืนไปเปิดบนเวทีหาเสียง และอ้างว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็น “การโจมตีตุรกีและศาสนาอิสลาม”

แอร์โดอัน ถึงขั้นขู่ชาวออสเตรเลียที่ต่อต้านมุสลิมว่า “จะถูกส่งใส่โลงกลับบ้าน” เหมือนบรรพบุรุษของพวกเขาที่เคยพ่ายแพ้ต่อกองทัพจักรวรรดิออตโตมันในสมรภูมิรบกัลลิโพลี (Gallipoli) เมื่อช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1

นายกรัฐมนตรี สก็อตต์ มอร์ริสัน แห่งออสเตรเลียประณามผู้นำตุรกีว่าพูดจา “ไม่ระวัง’ และ ‘ก้าวร้าวอย่างยิ่ง’ พร้อมเรียกร้องให้ แอร์โดอัน ออกมาถอนคำพูดเสีย

รัฐบาลนิวซีแลนด์ก็แสดงความไม่พอใจอย่างยิ่งต่อการกระทำของผู้นำตุรกี โดยรองนายกรัฐมนตรี วินสตัน ปีเตอร์ส ออกมาย้ำว่า มือปืนที่ก่อเหตุไม่ใช่ชาวนิวซีแลนด์ แต่การที่ แอร์โดอัน นำคลิปดังกล่าวไปใช้เป็นเครื่องมือปลุกปั่นทางการเมืองอาจจะทำให้ชาวนิวซีแลนด์ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ต้องตกอยู่ในอันตราย

ผู้นำตุรกียังออกมาเรียกร้องในวันอังคาร (19) ให้นิวซีแลนด์รื้อฟื้นโทษประหารชีวิตสำหรับมือปืนกราดยิงมัสยิดไครสต์เชิร์ช พร้อมขู่ว่าหากไม่ทำตาม ตุรกีก็จะหาวิธีลงโทษฆาตกรรายนี้เอง

ขณะเดียวกันที่ออสเตรเลียก็มีประชาชนกว่า 1 ล้านคนเข้าชื่อเรียกร้องให้รัฐสภาลงมติขับไล่ ส.ว.เฟรเซอร์ แอนนิง (Fraser Anning) จากรัฐควีนส์แลนด์ หลังจากวุฒิสมาชิกผู้นี้ออกมาวิจารณ์เหตุกราดยิงมัสยิดไครสต์เชิร์ชว่ามีสาเหตุมาจากการที่นิวซีแลนด์ปล่อยให้ผู้อพยพมุสลิมเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศมากเกินไป

แอนนิง ซึ่งมีประวัติพูดจาเหยียดเชื้อชาติมาแล้วหลายครั้งถูกเด็กหนุ่มอายุ 17 ปีคนหนึ่งใช้ไข่ทุบเข้าที่ศีรษะเมื่อวันที่ 17 มี.ค. จนเจ้าตัวเกิดบันดาลโทสะหันกลับไปต่อยมือปาไข่แบบไม่ยั้ง ซึ่งคลิปเหตุการณ์นี้ถูกแชร์ต่อๆ กันอย่างกว้างขวางทั้งในสื่อกระแสหลักและโซเชียลมีเดีย

แม้ชาวมุสลิมจะยังถือว่าเป็นประชากรกลุ่มเล็กๆ ในนิวซีแลนด์ โดยมีจำนวนเพียง 46,149 คนจากการทำสำมะโนประชากรครั้งหลังสุดในปี 2013 แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าศาสนาอิสลามกำลังแพร่กระจายด้วยอัตราเร็วกว่าศาสนาอื่นๆ โดยมีผู้นับถือเพิ่มขึ้นถึง 28% ในช่วงเวลาระหว่างปี 2006 จนถึงปี 2013
ภาพเหตุการณ์ขณะที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งได้ถือไข่เข้าไปทุบใส่ศีรษะของ เฟรเซอร์ แอนนิง ส.ว.ออสเตรเลียจากรัฐควีนส์แลนด์ ทำให้เจ้าตัวเลือดขึ้นหน้าและหันไปชกอีกฝ่ายแบบไม่ยั้ง
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...