xs
xsm
sm
md
lg

“ทรัมป์” โดนก่อขบถ! วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ โหวตตามสภาผู้แทนฯ เพิกถอนภาวะฉุกเฉินดึงงบสร้างกำแพง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รอยเตอร์ - วุฒิสภาสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดี (14 มี.ค.) ลงมติผ่านข้อเสนอเพิกถอนคำประกาศฉุกเฉินตามแนวชายแดนทางใต้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจาก 12 สมาชิกรีพับลิกันก่อขบถกับประธานาธิบดี อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ ตอบโต้ทันควัน ประกาศจะวีโต้มติดังกล่าว

ด้วยมติ 59-41 เสียง จึงกลายเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 วันที่วุฒิสภาแสดงจุดยืนต่อต้านทรัมป์ หลังจากเมื่อวันพุธ (13 มี.ค.) สภาแห่งนี้เพิ่งเห็นชอบมติที่ขอให้หาทางยุติบทบาทของสหรัฐฯในการสนับสนุนพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียในสงครามเยเมน ปฏิเสธนโยบายของทรัมป์ที่มีต่อประเทศแห่งนี้

ทรัมป์ ต้องหาทางเลือกอื่นๆ ในการให้ได้มาซึ่งเงินทุนหลายพันล้านดอลลาร์สำหรับสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก หลังจากสภาคองเกรสปฏิเสธมอบงบประมาณ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อดึงงบประมาณจากส่วนอื่นมาแทน

การประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติจะช่วยให้ ทรัมป์ มีอำนาจดึงเงินอีกหลายพันล้านดอลลาร์จากส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะงบก่อสร้างของกระทรวงกลาโหม มาใช้สร้างกำแพงตามที่เคยได้หาเสียงเอาไว้ นอกเหนือจากเงิน 1,400 ล้านดอลลาร์ที่สภาคองเกรสอนุมัติให้เอาไปสร้างแค่ “รั้วเหล็ก”

มิตช์ แม็กคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา เรียกร้องสมาชิกรีพับลิกันปฏิเสธข้อเสนอเพิกถอน หลังจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติด้วยคะแนนเสียงส่วนใหญ่ให้ยกเลิกคำสั่งประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ ไปก่อนหน้านี้แล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่เป็นผล

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดี (14 มี.ค.) ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่าเขาจะใช้อำนาจวีโต้ ขณะที่ให้สัญญาว่าจะลบล้างมติของสภาคองเกรสที่เพิกถอนประกาศภาวะฉุกเฉินตามแนวชายแดนของเขา หลังจากประสบความพ่ายแพ้อย่างน่าละอายในวุฒิสภา

“วีโต้!!” ทรัมป์เขียนบนทวิตเตอร์ หลังจากสมาชิกรีพับลิกันนับสิบคนก่อขบถไปเข้าร่วมกับสมาชิกทุกคนของเดโมแครต โหวตเพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของเขา

สมาชิกรีพับลิกันที่แปรพักต์มาสนับสนุนมาตรการเพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน แสดงความกังวลว่าประธานาธิบดีคนต่อๆ ไป ในนั้นรวมถึงประธานาธิบดีที่มาจากเดโมแครต อาจเลียนแบบช่วงชิงอำนาจจากสภาคองเกรสในด้านงบประมาณและใช้กลยุทธ์นี้ส่งผ่านเงินทุนสู่โครงการต่างๆที่ตนเองโปรดปราน

อย่างไรก็ตาม แม็กคอนเนลล์บอกว่า ทรัมป์ดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน และหากวุฒิสภาไม่ชื่นชอบอำนาจที่มอบแด่ประธานาธิบดีภายใต้กฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติ เมื่อนั้นพวกเขาก็ควรไปแก้ไขกฎหมายเสีย

ดูเหมือนว่ามาตรการนี้คงยากที่จะผ่านจนกลายเป็นกฎหมาย เนื่องจากจำเป็นต้องใช้เสียงของสภาคองเกรสถึง 2 ใน 3 ในการเอาชนะสิทธิ์วีโต้ของประธานาธิบดี และมีความเป็นไปได้ว่าท้ายที่สุดแล้วมันอาจต้องไปจบลงในศาล
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...