xs
xsm
sm
md
lg

'หัวเว่ย'ฟ้องสหรัฐฯกุเรื่องกีดกันบริษัท ตั้งข้อหาภัยความมั่นคงโดยไร้หลักฐาน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

<i>กว๋อ เผิง (กลาง) ประธานหมุนเวียนในวาระปัจจุบันของหัวเว่ย แถลงเรื่องยื่นฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อหน้าผู้บริหารคนอื่นๆ ของบริษัท ระหว่างการแถลงข่าวซึ่งจัดขึ้นที่เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง อันเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของหัวเว่ย เมื่อวันพฤหัสบดี (7 มี.ค.)  </i>
เอเจนซีส์ – 'หัวเว่ย'ยื่นฟ้องรัฐบาลอเมริกากีดกันบริษัททำธุรกิจอย่างไม่เป็นธรรม ด้วยข้อกล่าวหาเป็นภัยต่อความมั่นคงโดยไม่มีหลักฐานยืนยัน ขณะที่ในอีกด้านหนึ่ง ทนายความของ “เมิ่ง หว่านโจว” ซีเอฟโอและลูกสาวผู้ก่อตั้งหัวเว่ย ยังเล็งใช้คำพูดของทรัมป์เป็นหลักฐานว่า ข้อกล่าวหาเมิ่งซึ่งทางการสหรัฐฯใช้เพื่อขอให้แคนาดาส่งตัวเธอไปดำเนินคดีนั้น มีแรงจูงใจทางการเมืองอยู่เบื้องหลัง

หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ แถลงข่าวยืนยันเมื่อวันพฤหัสบดี (7 มี.ค.) ว่า ได้ยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้นสหรัฐฯ ในรัฐเทกซัส ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในอเมริกาของบริษัท เพื่อคัดค้านมาตรา 889 ของกฎหมายการป้องกันประเทศ (เอ็นดีเอเอ) ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามประกาศในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว โดยมีเนื้อหาบังคับให้พวกหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯตลอดจนพวกผู้รับเหมาทำสัญญารับจ้างของรัฐบาลสหรัฐฯ งดจัดซื้ออุปกรณ์และบริการของหัวเว่ย รวมทั้งห้ามให้เงินช่วยเหลือหรือเงินกู้แก่บุคคลที่สามที่ซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัท

คำฟ้องของหัวเว่ยระบุว่า ข้อห้ามดังกล่าวเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ นั่นคือเป็นกฎหมายที่มุ่งหมายเล่นงานกิจการหนึ่งใดอย่างเฉพาะเจาะจง เป็นการกีดกันหัวเว่ยจากการมีส่วนร่วมในการแข่งขันอย่างเป็นธรรมโดยไม่แสดงหลักฐานพิสูจน์ความผิดของบริษัท อีกทั้งยังทำร้ายผู้บริโภคอเมริกันเอง

หัวเว่ยยังยืนยันในเอกสารคำฟ้องว่า อุปกรณ์และบริการของบริษัทที่ใช้อยู่ในกว่า 170 ประเทศทั่วโลกอยู่ภายใต้กระบวนการรักษาความปลอดภัยขั้นสูง และไม่มีโปรแกรมที่ใช้เป็นประตูลับเจาะเข้าสู่ระบบข้อมูลของผู้ใช้ หรือติดตั้งอุปกรณ์หรือสิ่งอื่นใดที่บ่อนทำลายระบบรักษาความปลอดภัยโดยเจตนา

เหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารหัวเว่ย ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมใหญ่สุดของโลกในเวลานี้ ยังยืนยันมาตลอดว่า บริษัทไม่เคยและจะไม่ยอมแบ่งปันข้อมูลกับรัฐบาลจีน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายบางคนเชื่อว่า คดีของหัวเว่ยมีแนวโน้มถูกยกฟ้องเนื่องจากศาลสหรัฐฯ น่าจะลังเลที่จะตัดสินคดีซึ่งอาจกลายเป็นการวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติในประเด็นเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ โดยที่มีตัวอย่างทำนองเดียวกันนี้มาแล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2018 ที่ศาลสหรัฐฯ ปฏิเสธการฟ้องร้องของแคสเปอร์สกี แล็บ บริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของรัสเซีย ที่ต้องการให้ยกเลิกการห้ามใช้ซอฟต์แวร์ของบริษัทในหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ

หัวเว่ยดำเนินการฟ้องร้องคราวนี้มี ขณะที่ต่อสู้กับการรณรงค์ของวอชิงตันที่พยายามโน้มน้าวให้ชาติพันธมิตรปิดกั้นบริษัทจากการมีส่วนร่วมในระบบโทรคมนาคม5จีของชาติเหล่านั้น
<i>เกลน เนเจอร์ พาร์ทเนอร์คนหนึ่งของ โจนส์ เดย์ สำนักงานกฎหมายระหว่างประเทศที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหรัฐฯ (ขวา) พูดในที่ประชุมแถลงข่าวของหัวเว่ย เมื่อวันพฤหัสบดี (7 มี.ค.) </i>
ปัจจุบัน หัวเว่ย กำลังกลายเป็นแบรนด์เทคโนโลยีระดับโลกแบรนด์แรกของจีน ซึ่งเป็นนศูนย์กลางของการเผชิญหน้ากันระหว่างสหรัฐฯกับจีนในเรื่องการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและการสอดแนมทางไซเบอร์ บริษัทแห่งนี้ใช้เวลาตลอดหลายปีที่ผ่านมาพยายามแก้ข้อกล่าวหาให้ความช่วยเหลือปักกิ่งสอดแนมประเทศอื่น หรือข้อกล่าวหาที่ว่า บริษัทอยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

หัวเว่ยครองส่วนแบ่งตลาดอุปกรณ์โทรคมนาคมโลกราว 40% แต่ยอดขายในอเมริกาวูบเหือดหายไปหลังจากเมื่อปี 2012 คณะกรรมาธิการชุดหนึ่งของรัฐสภาสหรัฐฯอ้างว่า หัวเว่ย และ แซดทีอี ซึ่งเป็นบริษัทจีนอีกแห่งหนึ่ง เป็นภัยด้านความมั่นคงและสั่งให้บริษัทให้บริการโทรศัพท์ภายในประเทศหลีกเลี่ยงการทำธุรกิจด้วย

ยิ่งเมื่อกฎหมายฉบับใหม่ออกมาบังคับใช้ หัวเว่ยบอกว่าทำให้ความเป็นไปได้ในการเข้าตลาดสหรัฐฯของตนก็ยิ่งหดแคบลงไปอีก โดยที่สหรัฐฯนั้นมีขนาดเท่ากับราว 20-25% ของตลาดโลกในด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และการสื่อสารโทรคมนาคม

การสั่งห้ามของสหรัฐฯนั้น “อิงอยู่กับข้อเสนอทฤษฎีจำนวนมากที่ผิดพลาด, ไม่ได้ผ่านการพิสูจน์, และไม่ได้ผ่านการทดสอบมาก่อน” ซ่ง หลิวผิง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของหัวเว่ยกล่าวในที่ประชุมแถลงข่าว “หัวเว่ยมีประวัติด้านการรักษาความปลอดภัยที่ดีเลิศและโปรแกรมการรักษาความปลอดภัยที่ดีเลิศ (สหรัฐฯ)ไม่ได้เสนอหลักฐานที่ตรงกันข้ามกับเรื่องนี้ออกมาเลย”

ในการแถลงข่าววันพฤหัสบดี (7) คราวนี้ จากเมืองเซินเจิ้น ทางภาคใต้ของจีน ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัท กว๋อ เผิง หนึ่งในผู้บริหารระดับสูงที่หมุนเวียนขึ้นเป็นประธานกรรมการของหัวเว่ย ระบุว่า ทางการสหรัฐฯได้เจาะเซิร์ฟเวอร์และขโมยอีเมลของบริษัทไปจำนวนมาก แต่เขาไม่ได้แจกแจงหลักฐานในเรื่องนี้

กว๋อบอกว่า หัวเว่ยต้องการที่จะเจรจากับวอชิงตันเพื่อแก้ไขคลี่คลายความกังวลของสหรัฐฯในเรื่องความมั่นคงปลอดภัย ทว่ามาตรา 889 ของกฎหมายเอ็นดีเอเอกลายเป็นตัวสกัดกั้นประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ให้ฟื้นฟูการเข้าถึงตลาดสหรัฐฯอีกครั้งของหัวเว่ย เขาชี้ด้วยว่าทรัมป์เพิ่งพูดเองว่าคัดค้านการใช้ “เหตุผลด้านความมั่นคงปลอดภัยที่คิดประดิษฐ์ขึ้นมา” เพื่อกีดกันหัวเว่ย

การยกเลิกข้อห้ามในเรื่องนี้ “จะทำให้รัฐบาลสหรัฐฯมีความยืดหยุ่นที่จำเป็นสำหรับการทำงานกับหัวเว่ยและแก้ไขประเด็นปัญหาด้านความมั่นคงที่แท้จริง” กว๋อกล่าว
<i>จอห์น ซัฟโฟล์ค เจ้าหน้าที่ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับโลกของหัวเว่ย (กลาง) กล่าวในที่ประชุมแถลงข่าวของบริษัทวันพฤหัสบดี (7 มี.ค.) </i>
หัวเว่ยกำลังเป็นผู้นำในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี 5 จี เช่นเดียวกับบริษัทคู่แข่งอย่าง โนเกีย แห่งฟินแลนด์ และ แอลเอ็มอิริคสัน แห่งสวีเดน พวกนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมนี้กล่าวกันว่า การกีดกันหัวเว่ยออกไปจากตลาดอุปกรณ์ของเทคโนโลยี 5 จี จะกลายเป็นการลดการแข่งขัน และอาจนำไปสู่ราคาที่สูงขึ้น

พวกเจ้าหน้าที่รับผิดชอบของจีน และนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมนี้บางรายบอกด้วยว่า สหรัฐฯน่าจะขยายเรื่องความกังวลด้านความมั่นคงปลอดภัยจนเกินเลยความจริง เพื่อจำกัดความสามารถของหัวเว่ยในการแข่งขันกับพวกบริษัทผลิตอุปกรณ์ฝ่ายตะวันตก

อย่างไรก็ดี รัฐบาลของหลายชาติยุโรปกำลังขัดขวางแรงกดดันของสหรัฐฯที่จะให้แบนหัวเว่ย ขณะที่บริษัทเพิ่งประกาศข้อตกลงที่ทำกับพวกลูกค้าในหลายๆ ประเทศ รวมทั้งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ในเรื่องเทคโนโลยีสำหรับเครือข่ายการสื่อสาร

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ยังเกิดขึ้นขณะที่เมิ่ง หว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (ซีเอฟโอ) ของหัวเว่ย กำลังต่อสู้คดีในศาลแคนาดา เพื่อคัดค้านไม่ให้แดนใบเมเปิลส่งตัวเธอไปให้อเมริกาดำเนินคดีในข้อกล่าวหาหลอกลวงธนาคารเกี่ยวกับการทำธุรกิจกับอิหร่าน หลังจากที่เธอถูกจับกุมขณะเดินทางถึงสนามบินเมืองแวนคูเวอร์เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมปีที่แล้ว

ริชาร์ด เพ็ก ทนายความของเมิ่งเปิดเผยเมื่อวันพุธ (6) ว่า เตรียมใช้คำพูดของทรัมป์ที่พูดเมื่อไม่นานมานี้ที่ว่า เขาจะพิจารณาเข้าแทรกแซงคดีของเมิ่ง หากสามารถช่วยให้วอชิงตันบรรลุข้อตกลงการค้ากับปักกิ่งง่ายขึ้น โดยเพ็กบอกว่านี่เป็นหลักฐานยืนยันว่า คดีนี้มีแรงจูงใจทางการเมือง ไม่ใช่การฉ้อฉลหลอกลวงตามที่อเมริกากล่าวหา

เพ็กเสริมว่า ด้วยความซับซ้อนของคดี ทีมกฎหมายของตนและอัยการจึงเห็นพ้องว่า จะรอจนถึงวันที่ 8 พฤษภาคมเพื่อเริ่มการไต่สวนคำร้องส่งตัวเมิ่งไปดำเนินคดีในอเมริกา


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...