xs
xsm
sm
md
lg

Weekend Focus: เกาหลีใต้ยอมจ่าย “ค่าคุ้มครอง” เพิ่มให้สหรัฐฯ แลกคงทหารไว้ป้องปราม ‘โสมแดง’

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

คัง คยุงฮวา รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ และ ทิโมธี เบตส์ ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายเจรจาข้อตกลงด้านความมั่นคงของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จับมือทักทายกันก่อนจะมีการหารือเรื่องเงินอุดหนุนกองทัพอเมริกัน ที่กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ กรุงโซล เมื่อวันที่ 10 ก.พ.
สหรัฐฯ และเกาหลีใต้บรรลุข้อตกลงระยะสั้นว่าด้วยการที่โซลจะเพิ่มวงเงินสมทบสำหรับการคงทหารอเมริกันไว้บนคาบสมุทรเกาหลี ยุติข้อถกเถียงที่สร้างความกินแหนงแคลงใจระหว่างสองชาติพันธมิตร ก่อนที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ จะเปิดการประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 กับผู้นำเกาหลีเหนือในช่วงปลายเดือนนี้

ความเป็นพันธมิตรกลาโหมระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้เริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงสงครามเกาหลีปี 1950-53 ซึ่งถูกระงับไว้ด้วยข้อตกลงหยุดยิง แต่ยังปราศจากสนธิสัญญาสันติภาพ

หลายสิบปีมานี้ สหรัฐฯ ต้องส่งทหารราว 28,500 นายมาผลัดเปลี่ยนประจำการในเกาหลีใต้เพื่อช่วยป้องปรามการรุกรานจากรัฐคอมมิวนิสต์โสมแดง

อย่างไรก็ดี รัฐบาลสหรัฐฯ ในยุคของ ทรัมป์ ออกอาการไม่พอใจที่วอชิงตันต้องเป็นฝ่ายสูญเสียงบประมาณมหาศาลเพื่อปกป้องเกาหลีใต้ และเรียกร้องให้โซลต้องจ่าย “ค่าคุ้มครอง” อุดหนุนกองทัพอเมริกันเพิ่มขึ้นอีก

กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้สรุปผลการเจรจาเมื่อวันอาทิตย์ (10 ก.พ.) ว่า รัฐบาลโสมขาวจะยอมจ่ายเงินอุดหนุนให้สหรัฐฯ 1.03 ล้านล้านวอน (927 ล้านดอลลาร์) ในปี 2019 เพิ่มขึ้น 8.2% จากที่เคยจ่ายเพียง 960,000 ล้านวอน (857 ล้านดอลลาร์) ในปี 2018 ตามข้อตกลง 5 ปีที่เพิ่งจะหมดอายุลง

ข้อตกลงใหม่นี้ยังต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาเกาหลีใต้ และจะมีผลบังคับใช้แค่ 1 ปี เท่ากับว่าวอชิงตันและโซลจะต้องกลับมาเจรจากันอีกรอบในอนาคตอันใกล้ว่าจะต่ออายุข้อตกลงหรือไม่

คัง คยุงฮวา รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ แถลงว่า แม้สหรัฐฯ จะเรียกร้องให้โซลจ่ายเงินสมทบเพิ่ม "จำนวนมาก" แต่สุดท้ายแล้วทั้งสองชาติก็สามารถแสวงหาจุดยืนร่วมเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลี

"แม้จะใช้เวลานานพอสมควร แต่การเจรจาก็ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง" เธอกล่าว พร้อมยอมรับว่าข้อตกลงฉบับนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในเกาหลีใต้มากพอสมควร

ทิโมธี เบตส์ ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายเจรจาข้อตกลงความมั่นคงของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้พบกับ คัง ก่อนจะมีพิธีลงนามข้อตกลง โดยบอกกับเธอว่าแม้วงเงินที่เกาหลีใต้จ่ายเพิ่มจะไม่มากนัก แต่ก็เป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนความเป็นพันธมิตรทางทหาร

ทั้งสองฝ่ายได้เจรจากันมาถึง 10 รอบตั้งแต่เดือน มี.ค. ปีที่แล้ว ท่ามกลางแรงกดดันจาก ทรัมป์ ที่ต้องการให้เกาหลีใต้รับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่โสมขาวพยายามต่อรองกับสหรัฐฯ เพื่อขอจ่ายรายปีไม่เกิน 1 ล้านล้านวอน และทำข้อตกลงที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 3 ปี

สมาชิกพรรครัฐบาลเกาหลีใต้คนหนึ่งเผยเมื่อเดือนที่แล้วว่า การเจรจากับสหรัฐฯ มาถึงทางตัน เนื่องจากอเมริกา “เรียกร้องอย่างกะทันหันและไม่อาจยอมรับได้” ให้โซลต้องจ่ายเงินสมทบมากถึง 1.4 ล้านล้านวอนต่อปี

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่โสมขาวระบุว่าทั้งสองฝ่ายพยายามที่จะร่างข้อตกลงให้สำเร็จ เพื่อลดผลกระทบต่อพนักงานชาวเกาหลีใต้ที่ทำงานอยู่ในฐานทัพอเมริกัน และมุ่งเน้นหารือในประเด็นนิวเคลียร์ก่อนที่ ทรัมป์ จะเปิดประชุมสุดยอดกับผู้นำ คิม ที่กรุงฮานอยในช่วงปลายเดือนนี้

เงินสมทบจากเกาหลีใต้ราว 70% จะถูกนำไปจ่ายเป็นเงินเดือนของลูกจ้างชาวเกาหลีใต้ 8,700 คนที่ทำงานด้านธุรการ เทคนิค และจัดหาบริการอื่นๆ ให้แก่กองทัพอเมริกัน

เมื่อปลายปีที่แล้ว กองทัพสหรัฐฯ ได้แจ้งเตือนพนักงานชาวเกาหลีใต้ในฐานทัพว่าพวกเขาอาจถูกพักงานตั้งแต่กลางเดือน เม.ย. ปีนี้ หากทั้งสองประเทศยังตกลงกันไม่ได้
ทหารสหรัฐฯ และเกาหลีใต้เข้าร่วมปฏิบัติการซ้อมรบเพื่อป้องกันการรุกรานจากเกาหลีเหนือที่เมืองยอนชอน เมื่อเดือน ธ.ค. ปี 2015 (แฟ้มภาพ – AP)
ผู้นำสหรัฐฯ ออกมาสร้างความสับสนอีกครั้ง โดยกล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคาร (12) ว่า เกาหลีใต้ตกลงที่จะจ่ายเงินสมทบให้สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอีก 500 ล้านดอลลาร์ ตามข้อตกลงร่วมกันรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการคงทหารอเมริกันไว้

“ตอนนี้พวกเขาจ่ายเงินเพียง 500 ล้านดอลลาร์สำหรับการปกป้องที่มีมูลค่าถึง 5,000 ล้านดอลลาร์ และเราจะต้องทำให้ได้ดียิ่งขึ้นไปอีก ดังนั้นพวกเขาจึงตกลงที่จะช่วยจ่ายเพิ่มอีก 500 ล้านดอลลาร์” ทรัมป์ กล่าว

คิม อึยคยอม โฆษกประจำทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ออกมาปฏิเสธข้อมูลดังกล่าวทันควัน โดยระบุว่าตัวเลขนี้เป็นเพียงข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ในระหว่างการเจรจาเท่านั้น และไม่ควรเข้าใจผิดว่าเป็นสิ่งที่ “ตกลง” กันเรียบร้อยแล้ว

ข้อถกเถียงเรื่องเงินสมทบของเกาหลีใต้ทำให้หลายฝ่ายเกรงว่า ทรัมป์ อาจจะตัดสินใจสั่งถอนทหารอเมริกันบางส่วนออกจากเกาหลีใต้ เหมือนที่เคยทำมาแล้วในซีเรีย

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ออกมาปฏิเสธความกังวลนี้เมื่อวันอาทิตย์ (10) โดยระบุว่าสหรัฐฯ ยืนยันจะไม่มีการปรับเปลี่ยนจำนวนทหารที่ประจำการอยู่ในแดนโสม

ระหว่างการประชุมซัมมิตครั้งแรกที่สิงคโปร์เมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว ทรัมป์ และ คิม ได้ตกลงกันว่าจะร่วมทำงานเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี และผู้นำสหรัฐฯ ยังสร้างความตกตะลึงด้วยการสั่งระงับภารกิจซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้อย่างไม่มีกำหนด โดยอ้างถึงความสิ้นเปลือง และการที่อเมริกาต้องเป็นฝ่ายแบกรับค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่

ถึงแม้การซ้อมรบขนาดใหญ่จะถูกระงับไว้ ทว่าในช่วงหลายเดือนมานี้ก็ยังคงมีการฝึกซ้อมขนาดย่อมเกิดขึ้นประปราย ซึ่งเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อเปียงยาง

ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันกับสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ไม่คิดจะนำการถอนทหารอเมริกันออกจากเกาหลีใต้มาเป็นเงื่อนไขต่อรองกับ คิม จองอึน ในการประชุมซัมมิตที่เวียดนามระหว่างวันที่ 27-28 ก.พ. นี้อย่างแน่นอน ส่วนในอนาคตนั้น "ไม่แน่" เนื่องจากอเมริกาต้องเสียงบประมาณอย่างมหาศาลในการช่วยปกป้องพันธมิตรรายนี้
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...