xs
xsm
sm
md
lg

'ศึกแบล็กเมล์' ระหว่างเจ้าพ่อแอมะซอน กับ เนชั่นแนล เอ็นไควเรอร์ ตอกย้ำว่ารวยล้นฟ้าก็หนีไม่พ้นแฮ็กเกอร์

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

<i>นิตยสารเนชั่นแนล เอ็นไควเรอร์ (ซ้าย) วางขายอยู่ในร้านขายหนังสือพิมพ์แห่งหนึ่งในย่านกลางนครนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (8 ก.พ.) สื่อจอมแฉระดับชาติของสหรัฐฯรายนี้กำลังพิพาทกับ เจฟฟ์ เบซอส เจ้าพ่อแอมะซอน ซึ่งกล่าวหาว่าถูกเนชั่นแนล เอ็นไควเรอร์ แบล็กเมล์ </i>
เอเอฟพี/เอเจนซีส์ – “ศึกแบล็กเมล์” ระหว่าง เจฟฟ์ เบซอส เจ้าพ่อแอมะซอน ที่เป็นอภิมหาเศรษฐีร่ำรวยที่สุดในโลกคนปัจจุบัน อีกทั้งมีหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์อยู่ในกำมือ กับ สื่อใหญ่จอมแฉระดับชาติของสหรัฐฯอย่างนิตยสาร “เนชั่นแนล เอ็นไควเรอร์” ของ อเมริกัน มีเดีย อิงก์ (เอเอ็มไอ) ต่างฝ่ายต่างยังออกหมัดใส่กันมันหยดเมื่อวันอาทิตย์ (10 ก.พ.) โดยทนายความฝ่ายเนชั่นแนล เอ็นไควเรอร์ ยืนยันไม่ได้แบล็กเมล์ตามที่เบซอสกล่าวหา แต่ภาพเซลฟีชนิดล้วงตับของเจ้าพ่อแอมะซอนนั้นพวกเขาได้จากแห่งข่าวซึ่งเชื่อถือได้ ขณะเดียวกัน ทางด้านผู้เชี่ยวชาญชี้กรณีนี้สอนให้รู้ว่า แม้ร่ำรวยล้นฟ้าก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือแฮ็กเกอร์

เอลคาน อับราโมวิตซ์ ตัวแทนของ เดวิด เพ็กเกอร์ ประธานบริหารอเมริกัน มีเดีย อิงก์ (เอเอ็มไอ) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแท็บลอยด์ชื่อดัง เนชั่นแนล เอ็นไควเรอร์ ให้สัมภาษณ์รายการ “ดีส วีก” ของเครือข่ายโทรทัศน์เอบีซีเมื่อวันอาทิตย์ (10) ยืนยันว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องราวที่เนชั่นแนล เอ็นไควเรอร์ได้รับจากแหล่งข่าวเก่าแก่ที่น่าเชื่อถือที่มีการติดต่อกันมายาวนานถึง 7 ปี

ทั้งนี้ เดือนมกราคมที่ผ่านมา เนชั่นแนล เอ็นไควเรอร์รายงานว่า เบซอส วัย 55 ปี ลักลอบเป็นชู้กับ รอเรน ซานเชส อดีตผู้ประกาศข่าว พร้อมเผยแพร่ข้อความส่วนตัวทางสื่อสังคมจำนวนมากเป็นหลักฐาน โดยรายงานนี้ออกมาหลังจากเบซอส กับ แมคเคนซี ผู้เป็นภรรยา ประกาศแยกทางกัน

เมื่อถูกถามว่า แหล่งข่าวดังกล่าวคือ ไมเคิล พี่ชายของซานเชซ ตามที่สื่อบางสำนักรายงานใช่หรือไม่ อับราโมวิตซ์ตอบแค่ว่า เป็นคนที่ทั้งเบซอสและซานเชซรู้จักดี แต่ไม่ใช่คนของซาอุดีอาระเบีย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หรือโรเจอร์ สโตน ล็อบบี้ยิสต์และนักยุทธศาสตร์ระดับแถวหน้าที่ทำงานให้ทีมหาเสียงของทรัมป์ โดยการที่ทนายความผู้นี้อ้างอิงผู้คนหลายรายเช่นนี้ ก็เพื่อเป็นการตอบโต้คำกล่าวอ้างของเบซอสที่เผยแพร่บนเว็บไซต์มีเดียม เมื่อวันพฤหัสบดี (7)

ผู้ก่อตั้งแอมะซอน เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของโลกผู้นี้บอกว่า ตัวเองอาจเป็นเป้าหมายมุ่งโจมตีเล่นงานจากกลุ่มสนับสนุนทรัมป์ สืบเนื่องจากการที่หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ของเขา เปิดโปงข่าวการสังหารและชำแหละศพจามาล คาช็อกกี คอลัมนิสต์ชาวซาอุดีอาระเบียของวอชิงตันโพสต์ ในสถานกงสุลซาอุดีฯมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกีเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว

ทว่า อับราโมวิตซ์ยืนยันว่า ข้อแลกเปลี่ยนของเอ็นไควเรอร์กับเบซอส ซึ่งมหาเศรษฐีผู้นี้ได้นำออกเผยแพร่ทางออนไลน์แล้วนั้น เป็นแนวทางปฏิบัติง่ายๆ ของนักข่าวในการเจรจาต่อรอง ไม่ใช่การขู่กรรโชก

เขายังแสดงความเห็นว่า ทั้งเบซอสและเอเอ็มไอน่าจะต้องการสะสางความขัดแย้ง เพราะเบซอสคงไม่อยากให้มีเรื่องราวหรือรูปหลุดออกมาอีก ส่วนเอเอ็มไอก็ไม่ต้องการถูกใส่ร้ายป้ายสีว่า ได้แรงบันดาลใจจากทำเนียบขาว ซาอุดีอาระเบีย หรือกระทั่งวอชิงตันโพสต์
<i> เจฟฟ์ เบซอส เจ้าพ่อแอมะซอน ซึ่งเวลานี้เป็นอภิมหาเศรษฐีร่ำรวยที่สุดในโลก  (ภาพจากแฟ้มถ่ายเมื่อ 19 ก.ย. 2018) </i>
ขณะเดียวกัน กรณีอื้อฉาวของเจ้าพ่อแอมะซอนครั้งนี้บ่งชี้ว่า แม้แต่มหาเศรษฐีหมื่นล้านแสนล้านก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือแฮ็กเกอร์

มาร์ก จอห์นสัน ซีอีโอของซอฟเรน อินเทลลิเจนซ์ แสดงความเห็นว่า เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ไม่มีใครอยู่ไกลเกินเอื้อมของบรรดาผู้แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากโลกออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดามหาเศรษฐีและผู้บริหารระดับสูง เนื่องจากข้อมูลของบุคคลเหล่านี้เปรียบเสมือนเหมืองทองคำสำหรับเหล่าอาชญากร หน่วยข่าวกรอง และคู่แข่ง

เอียน เบรมเมอร์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มคลังสมอง ยูเรเซีย กรุ๊ป เปรียบเทียบเห็นภาพมากยิ่งขึ้นว่า ถ้าเอ็นไควเรอร์มีภาพเซลฟีใต้เข็มขัดของเบซอส จีนก็อาจล่วงรู้ทั้งที่อยู่ไอพีและยุทธศาสตร์ของแอมะซอนแล้ว

นับแต่เรื่องฉาวของเบซอสถูกแฉโพย ผู้เชี่ยวชาญการรักษาความปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์หลายคนที่สำนักข่าวเอเอฟพีขอสัมภาษณ์ เผยว่า ได้รับการติดต่อจากลูกค้ากระเป๋าหนักจำนวนมากที่ต้องการให้ตรวจสอบว่า ระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ของตนถูกแฮ็กหรือไม่

คริส โคลแมน ผู้ก่อตั้งเรด ไฟฟ์ ซีเคียวริตี้ บอกว่า ภัยคุกคามปัจจุบันไม่ได้มาจากภายนอกเท่านั้น แต่อาจแฝงตัวอยู่ภายในอุปกรณ์ส่วนบุคคลอยู่แล้ว

ในยุคที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมากขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ข้อมูลส่วนตัวจำนวนมากจึงถูกจัดเก็บในระบบออนไลน์ ตั้งแต่หมายเลขประกันสังคมไปจนถึงรายละเอียดบัญชีธนาคาร หมายเลขใบขับขี่ และที่อยู่ ด้วยเหตุนี้โฟกัสของมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับเหล่าซูเปอร์ริช จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนจากบอดี้การ์ดและระบบเตือนภัยที่ซับซ้อน มาเป็นการจัดการความเสี่ยงเพื่อปกป้องสินทรัพย์ ภาพลักษณ์ และมรดกที่สืบทอด

โดยทั่วไปแล้วบรรดามหาเศรษฐีมักมีบริการรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ของตัวเอง และยังเรียกใช้บริการบริษัทภายนอกให้ประเมินอุปกรณ์ของตนอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากตรวจพบการเจาะระบบจำนวนมากจากบุคคลที่สาม

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอเฟซบุ๊ก ใช้เงิน 7.3 ล้านดอลลาร์สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยในปี 2017 จาก 4.2 ล้านดอลลาร์ในปี 2015 ซึ่งถือว่า สมน้ำสมเนื้อสำหรับคนดังระดับนี้ กระนั้น เมื่อปีที่แล้ว เฟซบุ๊กก็สั่งเพิ่มงบรักษาความปลอดภัยให้ซักเคอร์เบิร์กเป็นปีละกว่า 10 ล้านดอลลาร์

โคลแมนเห็นด้วยว่า การปกป้องจากคนในที่ทำงานในตำแหน่งที่ได้รับความไว้วางใจ หรือจากหน่วยข่าวกรองที่ต้องการโจมตีจากภายนอก ต้องใช้เงินทุนก้อนใหญ่ ประสบการณ์ และความระแวดระวังอย่างสูง

สำหรับกรณีเบซอสนั้น เขาไม่ได้บอกว่า เอ็นไควเรอร์ได้ภาพของเขาจากที่ไหน แต่โคลแมนชี้ว่า วิธีที่พบได้มากที่สุดคือ เริ่มต้นจากการขโมยอัตลักษณ์ของบุคคลที่อยู่รอบตัวของเป้าหมาย จากนั้นจึงส่งข้อความไปยังเป้าหมายเพื่อขอให้คลิกลิงก์ในข้อความหรืออีเมล โดยแม้อัตลักษณ์ที่แท้จริงของผู้ส่งถูกปิดบัง แต่ความที่เป้าหมายไว้ใจว่า ข้อความส่งจากเพื่อนจึงคลิกลิงก์ ซึ่งกลายเป็นการปลดล็อกมัลแวร์หรือการโจมตีอุปกรณ์ด้วยรูปแบบอื่นๆ


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...