xs
xsm
sm
md
lg

‘ทรัมป์’ทำลายความหวังของตลาดการเงิน บอกจะไม่พบกับ ‘สี’ ในเดือนนี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: กองบรรณาธิการเอเชียไทมส์

<i>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ (ภาพจากแฟ้มถ่ายเมื่อ 31 ม.ค. 2019)  ระบุว่าเขาไม่มีแผนการพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ก่อนถึงกำหนดเส้นตายวันที่ 1 มีนาคมที่วอชิงตันขีดเอาไว้ </i>
(เก็บความจากเอเชียไทมส์ www.asiatimes.com)

Trump dashes hopes he will meet Xi this month
By Asia Times staff
08/02/2019

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันตามที่พวกเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวพากันส่งสัญญาณ ว่าเขาไม่มีแผนพบปะหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ก่อนกำหนดเส้นตาย 1 มีนาคม ที่วอชิงตันจะเริ่มขึ้นภาษีศุลกากรสินค้าจีน 200,000 ล้านดอลลาร์ ข่าวนี้ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ย่ำแย่ ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจต่างๆ ก็ไม่สดใส

พวกเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวพากันส่งสัญญาณในวันพฤหัสบดี (7 ก.พ.) ที่ผ่านมาว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะไม่มีการพบปะหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ก่อนถึงกำหนดเส้นตายอันสำคัญยิ่งยวดในวันที่ 1 มีนาคมนี้ กระแสข่าวเรื่องนี้ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯพากันร่วง

ในเวลาต่อมาทรัมป์ยังออกมายืนยันข่าวนี้ โดยตอบว่า “ไม่มี” เมื่อถูกพวกผู้สื่อข่าวสอบถามในห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาว เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีการพบปะหารือกับประมุขแดนมังกร พวกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯพูดกันเอาไว้ว่าจะมีการขึ้นพิกัดศุลกากรเอากับสินค้าเข้าของจีนมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ ถ้าสองประเทศยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้

ตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯตอนปิดเมื่อวันพฤหัสบดี (7 ก.พ.) ปรากฏว่าทั้งดัชนีหุ้นอุตสาหกรรมดาวโจนส์ และดัชนีเอสแอนด์พี 500 ต่างลดต่ำลงมา 0.87% และ 0.94% ตามลำดับ ทั้งนี้นอกเหนือจากความกังวลเกี่ยวกับเรื่องการค้านี้แล้ว ตัวเลขข้อมูลทางเศรษฐกิจซึ่งเผยแพร่ออกมาในวันนั้นยังสะท้อนให้เห็นว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของทั่วโลกกำลังชะลอลง

แลร์รี คุดโลว์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจระดับท็อปของทำเนียบขาว ได้กล่าวย้ำในช่วงก่อนหน้านั้นของวันดังกล่าวว่า สหรัฐฯกับจีน “ยังจะต้องไปกันอีกไกลทีเดียว” กว่าจะทำข้อตกลงกันได้ แต่เขาก็เน้นว่าประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงมองโลกในแง่ดีอยู่

“ท่านประธานาธิบดีแสดงท่าทว่าท่านยังคงมองโลกในแง่ดีในเรื่องความเป็นไปได้ที่จะสามารถทำดีลทางการค้าจีน แต่, แต่, แต่, แต่, เรายังต้องไปกันอีกไกลโขทีเดียวจากตรงนี้” คุดโลว์กล่าวในการให้สัมภาษณ์ ฟอกซ์ บิสซิเนส เนตเวิร์ก (Fox Business Network)

ทางด้านไฟแนนเชียลไทมส์ (Financial Times) รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวรายหนึ่งที่กล่าวว่า ตัวทรัมป์เองเป็นผู้เสนอแนะว่าให้นัดหมายพบปะเจรจากับสีที่เวียดนาม ซึ่งตัวประธานาธิบดีอเมริกันเองมีกำหนดการจะหารือประชุมซัมมิตกับคิม จองอึนผู้นำเกาหลีเหนืออยู่แล้วในช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ แต่บุคคลที่เป็นแหล่งข่าวของไฟแนนเชียลไทมส์คนดังกล่าวเล่าต่อไปว่า ปักกิ่งเสนอกลับให้จัดการพบปะหารือกันที่เกาะไหหลำ (ไห่หนาน) ซึ่งเป็นเกาะใหญ่มีฐานะเป็นมณฑลหนึ่งของจีนซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กับเวียดนาม ทว่าพวกเจ้าหน้าที่คณะบริหารทรัมป์ปฏิเสธไม่เอาแผนนี้
<i>สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ (ภาพจากแฟ้มถ่ายเมื่อ 26 ม.ค. 2019)  เป็นหนึ่งในคณะผู้แทนระดับสูงของสหรัฐฯ ซึ่งมีกำหนดจะไปเจรจากับฝ่ายจีนที่กรุงปักกิ่งในสัปดาห์นี้ </i>
หมายเหตุผู้แปล

สำนักข่าวรอยเตอร์ได้เสนอรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ถึงแม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บอกว่าไม่มีแผนการพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ แต่สหรัฐฯก็จัดส่งคณะผู้เจรจาเดินทางไปปักกิ่งเพื่อพูดคุยกับฝ่ายจีนต่อตั้งแต่วันจันทร์ (11ก.พ.) จึงขอเก็บความนำมาเสนอในที่นี้


U.S.-China trade talks resume next week, focus on intellectual property
By Reuters
09/02/2019

สหรัฐฯ-จีนเจรจาการค้ากันต่อที่ปักกิ่ง โฟกัสเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา
โดย สำนักข่าวรอยเตอร์

คณะผู้เจรจาของสหรัฐฯกำลังเตรียมการเพื่อกดดันจีนในสัปดาห์หน้าด้วยข้อเรียกร้องต่างๆ ที่ยื่นออกมานานแล้ว ในเรื่องให้ปักกิ่งปฏิรูปวิธีการปฏิบัติต่อทรัพย์สินทางปัญญาของพวกบริษัทอเมริกัน เพื่อที่จะได้บรรลุข้อตกลงทางการค้าซึ่งจะสามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้วอชิงตันขึ้นภาษีศุลกากรเอากับสินค้าเข้าของจีน

การหารือทางการค้ารอบใหม่มีกำหนดเริ่มขึ้นในกรุงปักกิ่งวันจันทร์ (11 ก.พ.) นี้ หลังจากการเจรจารอบล่าสุดของการต่อรองซึ่งดำเนินอยู่ในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา ยุติลงในกรุงวอชิงตันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วโดยที่ไม่ได้มีข้อตกลงใดๆ ปรากฏออกมา และผู้เจรจาระดับท็อปของฝ่ายอเมริกันประกาศว่า ยังมีงานที่จะต้องทำกันอีกมากมาย

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวผู้หนึ่งกล่าวในวันศุกร์ (8 ก.พ.) ว่า การเตรียมการต่างๆ กำลังดำเนินอยู่ และการเจรจารอบต่อไปจะยังคงโฟกัสไปที่การกดดันปักกิ่งให้ดำเนินการปฏิรูปต่างๆ ในเชิงโครงสร้าง

ทำเนียบขาวนั้นได้ออกคำแถลงฉบับหนึ่งซึ่งระบุกรอบเวลาสำหรับการหารือที่ปักกิ่ง โดยบอกว่าทีมเจ้าหน้าที่ระดับรองๆ ลงมา จะเป็นผู้เริ่มต้นการเจรจาในวันจันทร์ (11 ก.พ.) โดยทางฝ่ายอเมริกันนั้นจะนำโดย เจฟฟรีย์ เจอร์ริช (Jeffrey Gerrish) รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (Deputy U.S. Trade Representative)

จากนั้นการเจรจากันในระดับสูงขึ้นจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดี (14 ก.พ.) และวันศุกร์ (15 ก.พ.) โดยผู้นำของฝ่ายอเมริกันได้แก่ โรเบิร์ต ไลต์ไฮเซอร์ (Robert Lighthizer) ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กับ รัฐมนตรีคลัง สตีเวน มนูชิน (Steven Mnuchin)

ไลต์ไฮเซอร์ ซึ่งได้รับการเสนอชื่อโดยทรัมป์ ให้เป็นหัวหอกของฝ่ายอเมริกันในกระบวนการภายหลังการตกลงสงบศึกสงครามการค้าเป็นเวลา 90 วันกับฝ่ายจีน เป็นผู้ที่เสนอผลักดันอย่างแข็งขันให้บีบคั้นจีนยอมดำเนินการปฏิรูปต่างๆ ดังกล่าว และยุติสิ่งที่สหรัฐฯมองว่าเป็นการปฏิบัติทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรมทั้งหลาย ซึ่งรวมไปถึงการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา และการบังคับพวกบริษัทอเมริกันให้ยอมแบ่งปันเทคโนโลยีของพวกเขากับพวกบริษัทแดนมังกร

ฝ่ายจีนปฏิเสธเรื่อยมาว่าไม่ได้มีการปฏิบัติต่างๆ ดังกล่าว

ภายหลังการเจรจาที่วอชิงตันยุติลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไลต์ไฮเซอร์ได้แถลงที่ทำเนียบขาวว่า “สหรัฐฯเป็นผู้ผลิตที่ยิ่งใหญ่ในด้านเทคโนโลยี แล้วก็ในเรื่องนวัตกรรม, และเรื่องโนว-ฮาว, และเรื่องความลับทางการค้า และเราจะต้องดำเนินงานในสภาพแวดล้อมที่สิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้รับการพิทักษ์คุ้มครอง”

“ผมนั้นไม่มีทางเลยที่จะทำนายถึงความสำเร็จ ยังมีงานอีกเยอะแยะมากมายที่จะต้องทำกัน” เขากล่าว

ทั้งสองฝ่ายกำลังพยายามที่จะทำข้อตกลงกันออกมาให้ได้ ก่อนหน้าเส้นตายวันที่ 1 มีนาคม ซึ่งสหรัฐฯประกาศว่าจะเป็นวันเริ่มต้นขึ้นพิกัดศุลกากรจากสินค้าเข้ามูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ของจีนจากอัตราที่ขึ้นไปแล้ว 10% ในเวลานี้ เป็น 25%

ด้านกระทรวงพาณิชย์ของจีนระบุในคำแถลงฉบับหนึ่งซึ่งออกมาในวันเสาร์ (9 ก.พ.) ว่า ประเทศทั้งสองจะต้อง “หารือกันอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นอีกในประเด็นปัญหาต่างๆ ซึ่งเป็นที่สนใจร่วมกัน” บนพื้นฐานของสิ่งที่ได้พูดกันไว้ในการเจรจารอบท้ายสุดในกรุงวอชิงตัน ทว่าไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ มากกว่านี้

ขณะที่เอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐฯ ชุย เทียนไข (Cui Tiankai) กล่าวขณะอยู่ในมลรัฐมิชิแกนเมื่อวันศุกร์ (7 ก.พ.) ว่า การติดอยู่ในกรอบความคิดจิตใจแบบ “ใครชนะกินรวบฝ่ายเดียว” (zero-sum game) เป็นปัจจัยทำลายความผูกพันระหว่างจีนกับสหรัฐฯ สำนักข่าวซินหวาของทางการจีนรายงาน

พวกบริษัทของจีนกับของสหรัฐฯควรที่จะแข่งขันกัน และก็ร่วมมือกันด้วย ชุยบอก

“เรื่องราวที่เป็นจริงในทางธุรกิจนั้นมันไม่ใช่ดำกับขาวหรอก” ข่าวของซินหวาอ้างคำพูดของเอกอัครราชทูตผู้นี้

ทรัมป์นั้นกล่าวในวันพฤหัสบดี (7 ก.พ.) แล้วว่า เขาไม่ได้มีแผนการที่จะพบปะหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนก่อนหน้าจะถึงวันกำหนดเส้นตาย นับเป็นการบั่นทอนความวาดหวังที่ว่าจะมีการทำข้อตกลงทางการค้ากันได้โดยเร็ว

“เรากำลังได้ยินมาว่า รายการประเด็นปัญหาต่างๆ ที่ในท้ายที่สุดแล้วประธานาธิบดีทั้งสองคนจะต้องเป็นผู้ตัดสินใจนั้น ตอนนี้กำลังหดแคบลงมาได้แล้ว ดังนั้นจึงมีเครื่องบ่งชี้ว่าสิ่งต่างๆ กำลังได้รับการแก้ไขคลี่คลาย ทว่าเรากำลังได้ยินมาเช่นเดียวกันว่า ยังมีงานอีกเยอะแยะมากมายที่ต้องทำกัน” อิริน เอนนิส (Erin Ennis) รองประธานอาวุโสของสภาธุรกิจสหรัฐฯ-จีน (US-China Business Council) กล่าว โดยเธอบอกด้วยว่าเพิ่งได้พูดคุยกับพวกเจ้าหน้าที่ทั้งของฝ่ายสหรัฐฯและของฝ่ายจีน “ฉันไม่คิดว่ามีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดกำลังคาดหมายว่าจะมีร่างอะไรบางสิ่งบางอย่างออกมาในอาทิตย์หน้า (ในการประชุมที่ปักกิ่ง)”

แหล่งข่าวอีกรายหนึ่งซึ่งได้รับการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการเจรจาเหล่านี้ กล่าวว่ามีงานอีกเยอะแยะมากมายต้องทำเช่นเดียวกันในเรื่องกลไกบังคับใช้สำหรับข้อตกลงที่อาจจะเกิดขึ้นมา

“ถ้าหากมีเครื่องบ่งชี้อะไรบ้างว่า พวกเขากำลังสามารถคืบหน้ากันไปได้ในเรื่องมาตรการอุดหนุน, การบังคับถ่ายโอนเทคโนโลยี, และกลุ่มของประเด็นปัญหาต่างๆ ตรงนี้ ตลอดจนเรื่องกลไกในการบังคับใช้ นี่ก็จะเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก แต่คำพูดซึ่งกำลังออกมาของรอบท้ายสุด (ที่กรุงวอชิงตัน) นี้ก็คือ มันมีความจำกัดมากๆ มีความก้าวหน้าอย่างไม่น่าพอใจมากเลยในประเด็นปัญหาเหล่านี้” แหล่งข่าวรายนี้กล่าว

ความตึงเครียดที่กำลังบานปลายขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างสหรัฐฯกับจีนนี้ ทำให้ทั้งสองประเทศเสียหายไปเป็นหลักหลายพันล้านดอลลาร์แล้ว และก็สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายให้แก่ตลาดการเงินทั่วโลก

พวกเจ้าหน้าที่ฝ่ายสหรัฐฯพูดกันว่า ถ้าการเจรจาไม่ได้มีความคืบหน้าไปอย่างเพียงพอแล้ว การขึ้นพิกัดศุลกากรก็จะมีผลบังคับใช้

วอชิงตันยังสามารถที่จะยินยอมยืดเส้นตายออกไปถึงแม้จะไม่มีข้อตกลง แต่ก็ต้องด้วยเงื่อนไขที่การเจรจากำลังมีความคืบหน้า ทรัมป์ได้เคยกล่าวเอาไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เขาไม่ได้คิดว่าจำเป็นที่จะต้องมีการขยายเส้นตาย ถึงแม้เขาพูดด้วยว่าถึงตอนนั้นอาจจะยังไม่สามารถทำข้อตกลงกันออกมาเป็นแผ่นกระดาษได้ก็ตาม


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...