xs
xsm
sm
md
lg

อิตาลี,เยอรมนียังคงต้านทานแรงกดดันสหรัฐฯที่ให้แบนอุปกรณ์ 5 จีของหัวเว่ย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: คริสโตเฟอร์ สกอตต์


(เก็บความจากเอเชียไทมส์ www.atimes.com)

Italy, Germany resist ban on Huawei’s 5G gear
By Christopher Scott
08/02/2019

ทางการอิตาลีและเยอรมนีต่างออกมาแถลงว่าไม่ได้เตรียมที่จะสั่งห้ามใช้อุปกรณ์เครือข่าย 5 จีของหัวเว่ยตามที่มีรายงานแพร่สะพัดก่อนหน้านี้ ข่าวนี้ถือเป็นการตีกระหน่ำอย่างแรงต่อการรณรงค์ที่นำโดยสหรัฐฯซึ่งมุ่งดิสเครดิตบริษัทจีนรายนี้

รัฐบาลเยอรมนีกำลังหาทางหลีกเลี่ยงนโยบายใดๆ ก็ตามที่จะเป็นการจำกัดไม่ให้ หัวเว่ย ผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมสัญชาติจีน ดำเนินการสร้างเครือข่าย 5 จีของเยอรมัน หนังสือพิมพ์รายวัน ฮานเดลสบลัตต์ (Handelsblatt) รายงานในวันพฤหัสบดี (7 ก.พ.) (ดูรายละเอียดข่าวนี้ได้ที่ https://www.handelsblatt.com/politik/deutschland/neue-sicherheitsmassnahmen-bundesregierung-will-huawei-beim-5g-aufbau-nicht-aussperren/23960418.html?ticket=ST-2168266-z9ic72QZ27E92LNobQBP-ap2 )

ในวันพฤหัสบดี (7 ก.พ.) เช่นเดียวกัน รัฐบาลอิตาลีได้ปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่า ตนกำลังเตรียมตัวห้ามไม่ให้หัวเว่ยเข้าเกี่ยวกับกับการให้บริการการสื่อสารไร้สายเจเนอเรชั่นต่อไป นั่นคือรุ่น 5 จี

สื่อมวลชนท้องถิ่นรายงานเอาไว้ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกันว่า รัฐบาลอิตาลีเตรียมตัวแล้วที่จะประกาศคำสั่งห้ามใช้อุปกรณ์ซึ่งมาจากพวกบริษัทสัญชาติจีนทั้งหลาย

ทว่ารัฐมนตรีอุตสาหกรรมของอิตาลีได้ออกมาชี้แจงแก้ข่าวอย่างรวดเร็ว โดยบอกว่า “เราไม่ได้มีความตั้งใจที่จะนำเอาแผนการริเริ่มเช่นนั้นมาบังคับใช้เลย สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเอาไว้เช่นนี้ (ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.reuters.com/article/us-huawei-europe-italy/italy-denies-it-will-ban-huawei-zte-from-its-5g-plans-idUSKCN1PW0LV)

ทั้งนี้ ลา สตามปา (La Stampa) หนังสือพิมพ์รายวันของอิตาลีรายงานข่าวโดยอ้างพวกแหล่งข่าวในกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า รัฐบาลกลางอิตาลีนั้นพรักพร้อมแล้วที่จะใช้อำนาจของตนเพื่อให้มีการถอนตัวออกจากบรรดาสัญญาข้อตกลงซึ่งมีผลบังคับอยู่ ด้วยวัตถุประสงค์ในการพิทักษ์คุ้มครองโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ (ดูเพิ่มเติมรายงานข่าวนี้ได้ที่ https://www.lastampa.it/2019/02/07/economia/a-rischio-i-nostri-dati-il-governo-mette-al-bando-huawei-e-zte-per-il-g-VRrXU8HLgWWZfqvdNsIWSO/pagina.html)

ในเยอรมนีนั้น เฮลเกอ เบราน์ (Helge Braun) ประธานคณะเจ้าหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล เช่นเดียวกับกระทรวงกิจการต่างประเทศ, กระทรวงกิจการภายในประเทศ, กระทรวงเศรษฐกิจ, ตลอดจนกระทรวงการคลังและโครงสร้างพื้นฐาน ได้ออกมาประกาศจุดยืนอันเป็นเอกฉันท์ที่ว่า ประเทศนี้ไม่ได้หาทางที่จะแบนหัวเว่ย

อย่างไรก็ดี ฮานเดลสบลัตต์เตือนเอาไว้ด้วยว่า ระเบียบกฎเกณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งมีกำหนดที่จะจัดทำกันให้เสร็จสมบูรณ์ก่อนหน้าการจัดประมูล 5 จีของเยอรมนี ยังอาจจะกลายเป็นตัวจำกัดบทบาทของหัวเว่ยได้

การรณรงค์อย่างลนลานของวอชิงตัน

การที่ 2 ชาติใหญ่ของยุโรปทำท่าจะให้การต้อนรับหัวเว่ยเช่นนี้ บังเกิดขึ้นทั้งๆ ที่วอชิงตันได้ทุ่มเทความพยายามเพื่อเกลี้ยกล่อมโน้มน้าวเหล่าชาติพันธมิตรทั้งหลายอย่าได้ใช้อุปกรณ์เครื่องมือจากผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมสัญชาติจีนรายนี้ หัวเว่ยนั้นสามารถก้าวผงาดขึ้นมาอย่างรวดเร็วยิ่งจนกระทั่งมีฐานะเป็นผู้นำในเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีเครือข่าย 5 จี

การรณรงค์ป่าวร้องของสหรัฐฯเพื่อดิสเครดิตหัวเว่ยโดยอ้างเหตุผลทางด้านความมั่นคงแห่งชาติ อยู่ในอาการชะงักงันในระยะไม่กี่เดือนหลังๆ มานี้ ภายหลังประสบความสำเร็จในการดึงเอาออสเตรเลียให้เข้ามาร่วมด้วย ทั้งนี้นอกเหนือจากเยอรมนีและอิตาลีแล้ว จวบจนถึงเวลานี้ รัฐบาลในสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสก็ยังคงไม่ได้ออกมาแถลงว่าพวกเขาจะแบนหัวเว่ย ขณะที่กลุ่มต่างๆ ในแวดวงอุตสาหกรรมต่างพากันเตือนว่า การสั่งห้ามเช่นนั้นจะเป็นการฟาดกระหน่ำสร้างความเสียหายอย่างแรงในเชิงพาณิชย์ขึ้นในภูมิภาคแถบนี้

แม้กระทั่งแคนาดาก็ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาเรื่องข้อเสนอให้ห้ามใช้อุปกรณ์ 5 จีของหัวเว่ย เมื่อวันพฤหัสบดี (7 ก.พ.) บีซีอี (BCE) กลุ่มกิจการสื่อสารโทรคมนาคมและสื่อที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ แถลงว่าหากรัฐบาลนำเอานโยบายเช่นนั้นออกมาใช้ ก็จะไม่เป็นการชะลอแผนการของบริษัทในเรื่องนำเอาเครือข่ายรุ่นใหม่ซึ่งสามารถถ่ายทอดสัญญาณการสื่อสารได้อย่างรวดเร็วอย่างยิ่งนี้ออกมาให้บริการ ทั้งนี้ตามรายงานของสำนักข่าวเดอะ แคนาดาเพรส (The Canada Press) (ดูรายละเอียดข่าวนี้ได้ที่ https://www.cbc.ca/news/business/bell-5g-network-plans-huawei-1.5009572 )

จอร์จ โคป (George Cope) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบีซีอี บอกว่า ผลลัพธ์ของการพิจารณาทบทวนเรื่องความมั่นคงแห่งชาติที่เวลานี้กำลังดำเนินการกันอยู่ จะไม่ “ส่งผลกระทบไม่ว่าในทางใดๆ ต่อกำหนดเวลาของเราในเรื่องตลาดสำหรับ 5 จี” เขาแถลงเช่นนี้โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมไปกว่านี้

พวกคู่แข่งขันสัญชาติยุโรปของหัวเว่ย ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 ราย คือ อิริคสัน และ โนเกีย ต่างถูกหัวเว่ยทิ้งห่างอยู่ข้างหลังไกลทีเดียว [1] ทั้งนี้ตามคำบอกเล่าของพวกผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ขณะที่บริษัทสหรัฐฯนั้น ในปัจจุบันไม่มีแห่งใดเลยซึ่งมีความพรักพร้อมที่จะเสนออุปกรณ์แกนหลักอันจำเป็นสำหรับการนำเอาเครือข่าย 5 จีออกมาให้บริการ

พวกผู้สังเกตการณ์พูดกันว่า ความพยายามในนาทีสุดท้ายของวอชิงตันที่จะสกัดกั้นขัดขวางหัวเว่ยไม่ให้สามารถเข้าสู่ตลาดระหว่างประเทศได้นั้น บังเกิดขึ้นสายจนเกินไปเสียแล้ว รวมทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงการขาดไร้นโยบายภายในประเทศใดๆ ที่จะโปรโมตส่งเสริมผู้ที่อาจจะสามารถเป็นทางเลือกเข้ามาแข่งขันกับหัวเว่ยได้อีกด้วย

สำหรับเหล่าพันธมิตรของวอชิงตันแล้ว การส่งสัญญาณเข้าร่วมอยู่ในวิธีการแบบมุ่งเผชิญหน้ากับปักกิ่งเช่นนี้ ยังมีความเสี่ยงที่จะทำความเสียหายให้แก่ความสัมพันธ์กับจีน ประเทศซึ่งพวกเขาต้องพึ่งพาอาศัยเป็นอย่างมาก ในฐานะที่เป็นชาติคู่ค้าที่สำคัญรายหนึ่ง –หรือกระทั่งรายสำคัญที่สุด—ของพวกเขา

เรื่องนี้เห็นได้ชัดเจนจากกรณีของแคนาดา ภายหลังเข้าจับกุม เมิ่ง หว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของหัวเว่ย ในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เมิ่งซึ่งยังเป็นบุตรสาวของผู้ก่อตั้งบริษัทหัวเว่ยอีกด้วย ถูกพวกเจ้าหน้าที่รับผิดชอบของแคนาดาจับกุมตามคำร้องขอของวอชิงตัน ทำให้ถูกปฏิกิริยาตอบโต้กลับอย่างรุนแรงจากปักกิ่ง จีนยังเตือนด้วยว่าแคนาดาจะต้องเผชิญผลพวงต่อเนื่องหากยังไม่ปล่อยตัวเมิ่ง ทั้งนี้ออตตาวาดูเหมือนอยู่ในอาการอิหลักอิเหลื่อ เนื่องจากถ้าจะให้อิสรภาพแก่ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของหัวเว่ย พวกเขาอาจจำเป็นต้องละเมิดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขซึ่งกำหนดเอาไว้ในสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่แคนาดาเซ็นเอาไว้กับสหรัฐฯ

ความวิตกกังวลด้านความมั่นคงที่ดำรงอยู่มายาวนาน

ความวิตกกังวลในเรื่องความเสี่ยงทางด้านความมั่นคงแห่งชาตินั้น มีต้นตอมาจากลักษณะธรรมชาติของตัวอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมเอง บวกกับการที่จีนมีกฎหมายความมั่นคงทางไซเบอร์ซึ่งบังคับพวกผู้ให้บริการเครือข่ายการสื่อสารต้อง “ให้ความสนับสนุนและความช่วยเหลือทางเทคนิค” แก่รัฐบาล

“อุปกรณ์ ‘กระดูกสันหลัง’ ด้านการสื่อสารโทรคมนาคมที่สำคัญ มีการต่อเชื่อมกับบริษัทผู้ผลิตโดยผ่านช่องทางอันประณีตซับซ้อน ... อุปกรณ์อาจจะถูกจำหน่ายออกไปและถูกติดตั้งภายใต้เงื่อนไขที่มีความมั่นคงปลอดภัยอย่างสมบูรณ์แบบ แต่แล้วในเวลาอีก 1 เดือนต่อมา บริษัทผู้ผลิตยังคงสามารถส่งซอฟต์แวร์ไปอัปเดตเพื่อทำให้เกิดจุดอ่อนขึ้นมาหรือทำให้สามารถรบกวนการให้บริการได้ ทั้งนี้ทางบริษัทผู้ให้บริการและลูกค้าของพวกเขาจะไม่รู้เรื่องใดๆ เลยเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงนี้” ศูนย์กลางเพื่อยุทธศาสตร์ศึกษาและการระหว่างประเทศศึกษา (Center for Strategic and International Studies หรือ CSIS) หน่วยงานคลังความคิดของสหรัฐฯซึ่งตั้งสำนักงานอยู่ในกรุงวอชิงตัน เขียนเอาไว้เช่นนี้ในรายงานฉบับเมื่อเร็วๆ นี้

จีนนั้นบอกปัดไม่ยอมรับความวิตกกังวลซึ่งสหรัฐฯกับพวกชาติพันธมิตรหยิบยกขึ้นมาเหล่านี้ โดยกล่าวว่าเป็นเพียง “การเที่ยวเร่ขายความหวาดกลัว” เท่านั้น ขณะที่พวกนักวิพากษ์วิจารณ์วิธีการของวอชิงตันชี้ว่า บรรดาบริษัททำอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมของสหรัฐฯก็เคยทำงานร่วมมือกับเหล่าหน่วยงานข่าวกรองอเมริกันมาแล้วเช่นกันในอดีตที่ผ่านมา

หัวเว่ยบอกว่า บริษัทจะไม่มีทางคิดคดทรยศต่อพวกลูกค้าด้วยการยื่นข้อมูลต่างๆ ให้แก่รัฐบาลจีนหรอก เนื่องจากการปฏิบัติเช่นนั้นจะเท่ากับ “การฆ่าตัวตายในเชิงพาณิชย์”

ในอิตาลี ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ดูเหมือนมีความไม่ลงรอยกัน สามารถใช้เป็นภาพสะท้อนถึงความไม่เป็นเอกภาพกันและการเดินกันไปคนละทางสองทางภายในประเทศยุโรปอื่นๆ ได้ดีทีเดียว โดยที่สาระสำคัญก็คือ การที่ผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ของพวกผู้ให้บริการเครือข่ายสื่อสารโทรคมนาคม ปะทะขัดแย้งกับคำแนะนำของพวกเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรองและฝ่ายกลาโหม

บริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายในฝรั่งเศสอย่างออเรนจ์ (Orange) เช่นเดียวกับ บีที กรุ๊ป (BT Group) ผู้ให้บริการในสหราชอาณาจักร ต่างประกาศออกมาแล้วว่า พวกเขาจะจำกัดขนาดขอบเขตของการที่พวกเขาต้องพึ่งพาอาศัยหัวเว่ย ในเรื่องพวกส่วนประกอบแกนหลักของเครือข่ายสื่อสารไร้สาย

ส่วนในสหรัฐฯ พวกบริษัทสื่อสารโทรคมนาคมรายใหญ่ๆ เผชิญกับแรงกดดันทางการเมืองมานานปีแล้วไม่ให้ทำงานร่วมมือกับหัวเว่ย นอกจากนั้นในตอนนี้ยังมีความสนับสนุนจากทั้งพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตเพื่อให้ออกกฎหมายฉบับใหม่ซึ่งพุ่งเป้ามุ่งเล่นงานทั้งหัวเว่ยและแซดทีอี (ZTE) ทั้งนี้แซดทีอีก็เป็นคู่แข่งรายหนึ่งเช่นกันที่กำลังพัฒนาอุปกรณ์สำคัญยิ่งยวดสำหรับเครือข่าย 5 จี

หมายเหตุผู้แปล

[1] ในเรื่องสภาพของพวกคู่แข่งขันสัญชาติยุโรปของหัวเว่ย นั้น เอเชียไทมส์ได้โพสต์ข้อเขียนอีกชิ้นหนึ่ง พูดถึง “โนเกีย” กับลู่ทางโอกาสที่จะฉวยคว้าธุรกิจ 5 จีในยุโรปตะวันตก สืบเนื่องจากการรณรงค์ดิสเครดิตหัวเว่ยของสหรัฐฯ จึงขอเก็บความนำมาเสนอเอาไว้ ณ ที่นี้


‘โนเกีย’ คู่แข่ง 5จี ของหัวเว่ยยอมรับ ยังต้องดิ้นรนหนักเพื่อฉวยคว้าโอกาสที่สหรัฐฯอุตส่าห์เปิดให้ในยุโรป
โดย กองบรรณาธิการเอเชียไทมส์

(เก็บความจากเอเชียไทมส์ www.atimes.com)

Huawei 5G rival Nokia struggles to capitalize in Europe
By Asia Times staff
01/02/2019

โนเกีย ผู้ผลิตอุปกรณ์เทเลคอมสัญชาติฟินแลนด์ ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญของหัวเว่ยในเรื่องส่วนประกอบต่างๆ สำหรับเครือข่ายสื่อสารไร้สายระบบ 5 จี ประกาศคาดการณ์ผลประกอบการที่น่าผิดหวัง ทั้งๆ ที่สหรัฐฯเร่งการรณรงค์เพื่อดิสเครดิตคู่แข่งขันสัญชาติจีนรายนี้อย่างหนักหน่วง

วอชิงตันกำลังทุ่มเทความพยายามแบบไม่มีกั๊ก ในการรณรงค์เพื่อขัดขวางไม่ให้ หัวเว่ย ยักษ์ใหญ่เทเลคอมสัญชาติจีน ก้าวขึ้นสู่ฐานะโดดเด่นเหนือกว่าใครในระดับโลก

ทว่าขณะที่หัวเว่ยสามารถสถาปนาตนเองกลายเป็นผู้ซัปพลายชั้นนำในเรื่องอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม ให้แก่พวกชาติพันธมิตรของสหรัฐฯเป็นจำนวนมากไปเรียบร้อยแล้วนั้น การรณรงค์เพื่อดิสเครดิตบริษัทจีนรายนี้ของอเมริกันกลับประสบภาวะชะงักงัน รวมทั้งยังคงไม่มีความแน่นอนเอาเสียเลยที่พวกคู่แข่งของหัวเว่ยจะสามารถเก็บกวาดความได้เปรียบต่างๆ จากลู่ทางโอกาสซึ่งบังเกิดขึ้นมา

ประเด็นปัญหาหนึ่งที่กำลังเผชิญหน้าโนเกีย บริษัทสัญชาติฟินแลนด์ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่แข่งสำคัญของหัวเว่ย ก็คือการที่ยุโรปกำลังเหมือนกับเตะถ่วงไม่ค่อยแข็งขันในการนำเอาเครือข่าย 5 จีออกมาบริการลูกค้า โดยที่ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องที่พวกเขาจะตัดสินใจคบค้าร่วมมือหรือว่าจะแบนอุปกรณ์ของบริษัทจีน

นี่เป็นเหตุผลประการหนึ่งที่ว่าทำไมทิศทางอนาคตของโนเกียในปีนี้จึงได้สร้างความผิดหวังให้แก่พวกนักวิเคราะห์ และ ราจีฟ ซูรี (Rajeev Suri) ซีอีโอของบริษัทฟินแลนด์แห่งนี้ แถลงยอมรับว่า บริษัทยังคงอยู่ใน “ระยะต้นๆ” ของความพยายามในหารฉวยคว้าประโยชน์จากลู่ทางโอกาสความเป็นไปได้ซึ่งกำลังเปิดขึ้นมาในยุโรป

“พูดกันตรงๆ เลย นี่ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาออกความเห็นในหัวข้อนี้หรอก สถานการณ์ยังคงเต็มไปด้วยความสับสนมากๆ ผลซึ่งจะออกมานั้นเป็นสิ่งที่รัฐบาลต่างๆ จะต้องเป็นผู้ตัดสิน ไม่ใช่โนเกีย แต่ถ้าพวกลูกค้าของเราเรียกร้องขอความสนับสนุนแล้ว เราก็ยินดีจะให้” หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์อ้างอิงคำพูดของซูรี (ดูเพิ่มเติมได้ที่ ttps://www.ft.com/content/c86d15fa-2540-11e9-8ce6-5db4543da632 )

หุ้นของโนเกียตกไปอย่างแรงทีเดียวในวันที่ 31 มกราคม หลังจากบริษัทคาดการณ์ว่า ไตรมาสแรกปีนี้ผลประกอบการจะ “อ่อนปวกเปียกเป็นพิเศษ”

โนเกีย พร้อมด้วยเพื่อนผู้ผลิตอุปกรณ์เทเลคอมซึ่งเป็นบริษัทยุโรปอีกรายหนึ่งคือ อิริคสัน ยังคงคาดหวังว่าจะสามารถฉวยคว้าได้ธุรกิจพิเศษเพิ่มเติมขึ้นมาบ้างในช่วงหลายๆ ปีข้างหน้านี้ ในเมื่อทั้งสหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, และเยอรมนี ต่างกำลังพิจารณาว่าพวกเขาต้องการพึ่งพาผลิตภัณฑ์หัวเว่ยสักขนาดไหน ไม่ใช่ซื้อกันแบบเต็มพิกัด แต่แนวโน้มเช่นนี้น่าจะอยู่ในลักษณะดำเนินไปอย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป

“พวกผู้ให้บริการด้านการสื่อสารในยุโรปแทบทุกราย มีความโน้มเอียงที่จะใช้เวนเดอร์สัญชาติจีนอย่างน้อยที่สุดก็สำหรับบางส่วนของเครือข่ายของพวกเขา” นี่เป็นความเห็นของ อมิต ฮาร์จันดานี (Amit Harchandani) นักวิเคราะห์ของซิตี้ (Citi) “ด้วยเหตุนี้ ขณะที่เรายังคงคาดการณ์ว่าโนเกียกับอิริคสันจะได้ส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นในยุโรปตะวันตก จากการสูญเสียส่วนแบ่งของพวกเวนเดอร์สัญชาติจีน แต่มันก็จะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าและต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง”

ถึงแม้มีรายงานว่าพวกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯกำลังพยายามล็อบบี้เหล่าชาติพันธมิตรยุโรปอย่างลนลานกระวนกระวาย ให้ช่วยกันขัดขวางอย่างออกหน้าออกตาเพื่อไม่ให้หัวเว่ยได้เป็นผู้ซัปพลายส่วนประกอบต่างๆ ของเครือข่ายสื่อสารไร้สายเจเนอเรชั่นหน้า ทว่าก็ไม่มีใครที่แสดงความปรารถนาจะเข้าร่วมวงด้วยอย่างชนิดเต็มตัว

มีผู้ให้บริการสื่อสารไร้สายบางรายในสหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, และเยอรมนี ได้ประกาศแบนอุปกรณ์หัวเว่ยบางประเภทอย่างเจาะจงกันเป็นบางส่วนหรือเป็นการชั่วคราว ขณะเดียวกันผู้ให้บริการระดับท็อปของเยอรมนี ซึ่งคือ ดอยเชอ เทเลคอม (Deutsche Telekom) ยังแถลงว่ากำลังพิจารณาที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบายจัดซื้อจัดจ้างของตนอีกด้วย ทว่า ดอยเชอ เทเลคอม เจ้าเดียวกันนี้เอง ก็ระบุเอาไว้ในรายงานฉบับหนึ่งของตนซึ่งรั่วไหลไปถึงสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) โดยบอกว่าการมองเมินหัวเว่ยจะทำให้ยุโรปต้องล้าหลังในเรื่อง 5 จีไปเป็นปีๆ ทีเดียว


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...