xs
xsm
sm
md
lg

‘บราซิล’ เตือนภัยสั่งอพยพคนนับหมื่น ห่วงเขื่อนอีกแห่งจะพัง หลังแห่งแรกแตกทำคนตาย 37 หาย 250

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

<i>เอเมร์ซอน โดส ซานโตส ยืนอยู่บนกองปรักหักพังที่เคยเป็นบ้านคุณแม่ของเธอ ในเมืองบรูมาดินโญ ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล เมื่อวันเสาร์ (26 ม.ค.)  ดินโคลนไหลถล่มที่เกิดขึ้นหลังจากเขื่อนเก็บหางแร่ของเหมืองแร่เหล็กแห่งหนึ่งแตกคราวนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปอย่างน้อย 37 คน สูญหายอย่างน้อย 250 คน </i>
รอยเตอร์/เอเจนซีส์ - ทางการสั่งเตือนภัยอยู่หลายชั่วโมงเมื่อเช้าวันอาทิตย์ (27 ม.ค.) เพื่อให้ผู้คนราว 24,000 คนอพยพออกไปจากชุมชนของเหมืองแร่ใหญ่แห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล เนื่องจากเขื่อนอีกแห่งหนึ่งทำท่าจะพังลงมา 2 วันภายหลังเขื่อนแห่งแรกเกิดเตกและดินโคลนซึ่งทะลักอย่างรวดเร็วได้สร้างความเสียหายหนักทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยที่สุด 37 คน

เสียงไซเรนเตือนภัยเริ่มแผดก้องก่อนรุ่งสาง สืบเนื่องจากระดับน้ำที่เขื่อนแห่งที่ 2 อยู่ในระดับสูงจนเกรงจะเป็นอันตราย ขณะที่มีฝนตกมาลงอีกด้วย ทั้งเขื่อนแห่งที่ 2 และแห่งแรกที่พังลงมาแล้วเมื่อวันศุกร์ (25) ต่างก็เป็นเขื่อนกักเก็บหางแร่ของเหมืองแร่เหล็ก ซึ่งเจ้าของคือบริษัทวาลี เอสเอ (Vale SA) ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองเล็กๆ ชื่อ บรูมาดินโญ (Brumadinho) ในรัฐมินัสเชไรส์ (Minas Gerais)

“เราเผชิญกับสถานการณ์ความเสี่ยงที่อันตรายกำลังใกล้จะเกิดขึ้นแล้ว แต่จนถึงตอนนี้เขื่อนนี้ (เขื่อนแห่งที่ 2) ยังไม่ได้มีการแตกพังใดๆ เรากำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด” เปโดร เอฮา โฆษกของสำนักงานดับเพลิงรัฐมินัสเชไรส์ แถลง

เขากล่าวว่า ทางพวกเขาเชื่อว่าสถานการณ์กำลังเป็นอันตราย แต่ไม่สามารถพูดได้ว่ามีความเสี่ยงจริงๆ ที่เขื่อนที่ 2 จะแตกแน่ๆ โดยที่เขื่อนแห่งนี้อยู่ห่างไปราว 50 เมตรจากเขื่อนแห่งแรกที่แตกไปแล้ว และต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของเขตเหมืองแร่ใหญ่แห่งนี้

การที่ต้องหันมาอพยพผู้คนให้พ้นอันตรายอย่างเร่งด่วน ทำให้ต้องละทิ้งจากงานช่วยเหลือค้นหาผู้คนอีกหลายร้อยซึ่งยังคงสูญหาย ภายหลังเขื่อนแห่งแรกแตกที่ทำให้มีน้ำโคลมตมไหลทะลักออกมาอย่างรวดเร็ว เข้าถล่มฝังจมอาคารต่างๆ ของเหมืองตลอดจนบ้านเรือนที่อยู่ใกล้เคียง

อย่างไรก็ดี หลังจากเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง โฆษกของสำนักงานป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนของรัฐ แถลงว่า ไม่มีความเสี่ยงที่เขื่อนแห่งที่ 2 จะแตกแล้ว และยุติการสั่งอพยพผู้คนออกจากพื้นที่แถวเมืองบรูโนดินโญด้วย จากนั้นก็เริ่มออกปฏิบัติค้นหากู้ภัยกันใหม่





ในตอนเช้าวันอาทิตย์ สำนักงานดับเพลิงให้ตัวเลขยืนยันผู้เสียชีวิตจากเขื่อนแรกแตกเพิ่มขึ้นเป็น 37 ราย ขณะที่มีคนที่ยังสูญหายอยู่อีกประมาณ 250 คน ทั้งนี้ตามรายชื่อที่เผยแพร่โดยบริษัทวาลี โดยที่ภัยพิบัติครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์เช่นนี้หนที่ 2 ซึ่งบริษัทแห่งนี้เกี่ยวข้องด้วยภายในระยะเวลาไม่ถึง 4 ปี พวกเจ้าหน้าที่บอกว่าผู้ที่หายไปเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกสันนิษฐานว่าคงเสียชีวิตแล้ว

ภัยพิบัติคราวนี้ในขณะนี้มีผู้เสียชีวิตไปมากกว่าเหตุร้ายเมื่อปี 2015 ซึ่งเขื่อนเก็บกักหางแร่ของเหมืองแร่เหล็กแห่งหนึ่งเกิดพังทลายลงมาเช่นกัน เหมืองแร่แห่งดังกล่าวอยู่ห่างไม่ถึง 100 กิโลเมตรจากเหมืองที่บรูมาดินโญ โดยที่เจ้าของคือบริษัทซามาร์โก มิเนราเคา เอสเอ ซึ่งเป็นกิจการร่วมทุนระหว่าง วาลี กับกลุ่ม บีเอชพี กรุ๊ป

เขื่อนที่เหมืองซามาร์โกแตกทำให้มีน้ำเสียจากเหมืองไหลทะลักออกมามากกว่าคราวนี้ราว 5 เท่าตัว แต่เหตุเกิดในพื้นที่ห่างไกลออกไปมาก จึงมีผู้เสียชีวิต 19 คน กระนั้นก็ฝังหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งจมโคลน และโคลนตมน้ำเสียจากแร่ยังปนเปื้อนแม่น้ำสำคัญสายหนึ่ง จนกลายเป็นภัยพิบัติด้านสิ่งแวดล้อมครั้งร้ายแรงที่สุดของบราซิลเท่าที่เคยมีบันทึกกันเอาไว้

รัฐบาลบราซิลนั้นได้ออกคำสั่งให้บริษัทวาลี ยุติการดำเนินงานในเหมืองแร่ซึ่งเกิดเขื่อนแตกเมื่อวันศุกร์ (25) ส่วนศาลได้สั่งอายัดทรัพย์สินของวาลี 6,000 ล้าน เรอัลบราซิล (ราว 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพื่อไว้ชำระค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น
<i>เจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามเข้าไปให้ถึงวัวตัวหนึ่งซึ่งติดอยู่กลางทุ่งนาที่กลายเป็นบ่อโคลนตม เมื่อวันอาทิตย์ (27 ม.ค.)  2 วันหลังจากเกิดดินโคลนไหลถล่มภายหลังเขื่อนเก็บหางแร่แห่งหนึ่งแตกในวันศุกร์ (25) </i>
<i>ภาพถ่ายจากดาวเทียมเปรียบเทียบพื้นที่เมืองบรูมาดินโญ เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2018 (ภาพบน)  หลายๆ เดือนก่อนหน้าเขื่อนเก็บหางแร่แห่งหนึ่งในบริเวณนี้แตก และดินโคลนน้ำเสียจากเหมืองแร่ไหลทะลักเข้าท่วมท้นพื้นที่รอบๆ ดังที่พบเห็นเมื่อวันเสาร์ (26 ม.ค.) (ภาพล่าง) </i>


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...