xs
xsm
sm
md
lg

ทรัมป์ปราศรัยยืนยันงบกำแพงชายแดน เดโมแครตไม่อ่อนข้อ-ส่อ'ชัตดาวน์'จบยาก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ยังคงย้ำข้อเรียกร้องให้รัฐสภาจัดสรรเงิน 5,700 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างกำแพงชายแดนติดกับเม็กซิโก ระหว่างการปราศรัยถ่ายทอดทีวีทั่วประเทศในช่วงไพรม์ไทม์เมื่อวันอังคาร (8 ม.ค.)
เอเจนซีส์ - 'ทรัมป์' ยังคงย้ำข้อเรียกร้องให้รัฐสภาจัดสรรเงิน 5,700 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างกำแพงชายแดนติดกับเม็กซิโก ระหว่างการปราศรัยถ่ายทอดทีวีทั่วประเทศในช่วงไพรม์ไทม์เมื่อวันอังคาร (8 ม.ค.) ส่อแววหน่วยงานหลายส่วนของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งปิดทำการเพราะไม่มีงบประมาณมาเป็นสัปดาห์ที่ 3 แล้ว ยังจะต้อง “ชัตดาวน์” ต่อไม่มีกำหนด ขณะที่โพลล่าสุดระบุชาวอเมริกันจำนวนมากขึ้นเห็นว่า การชัตดาวน์เป็นความผิดของประมุขทำเนียบขาว

ตลอดการปราศรัยนาน 9 นาทีจากห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาวครั้งนี้ ไม่มีอะไรบ่งชี้เลยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะยอมอ่อนข้อให้พรรคเดโมแครตที่ปฏิเสธการให้งบประมาณก่อสร้างกำแพงดังกล่าว ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายภายในประเทศสำคัญของทรัมป์

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ไม่ได้พาดพิงถึงเรื่องจะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเหมือนที่หลายคนคาดไว้ เพื่อใช้อำนาจในการนำงบประมาณจากเพนตากอนมาสนับสนุนโครงการสร้างกำแพงชายแดนโดยไม่ต้องรอการยินยอมจากรัฐสภา ซึ่งหากเขาทำเช่นนั้นจริง จะยิ่งทำให้วิกฤตความขัดแย้งเลวร้ายลง รวมถึงลุกลามสู่การฟ้องร้องในศาล

ผู้นำสหรัฐฯ ปราศรัยด้วยน้ำเสียงอันรอบคอบระมัดระวังอย่างผิดปกติวิสัยของเขาว่า ต้องการอุดช่องว่างทางการเมืองในศึกชิงอำนาจครั้งนี้ด้วยการเชิญผู้นำคองเกรสไปหารือในทำเนียบขาวในวันพุธ (9) และหวังว่า จะข้ามผ่านการแบ่งพรรคแบ่งพวกเพื่อสนับสนุนความมั่นคงของชาติได้ภายใน 45 นาที

ทรัมป์ยังเน้นย้ำปัญหาการลักลอบเข้าเมืองตามแนวชายแดนติดกับเม็กซิโกว่า เป็นภัยคุกคามต่อชีวิตของชาวอเมริกัน โดยยกตัวอย่างอาชญากรรมน่าสยดสยองจากฝีมือผู้ลักลอบเข้าเมือง ซึ่งรวมถึงการตัดคอและชำแหละอวัยวะเหยื่อ และสำทับว่า เขาไม่เคยลืมความเจ็บปวดของผู้รอดชีวิตที่ได้ไปพบมา

ทว่า แนนซี เปโลซี ผู้นำพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวตอบโต้กกลับในเวลาต่อมาว่า ปัญหาที่แท้จริงนั้นคือนโยบายที่โหดร้ายและไม่สร้างสรรค์ของทรัมป์เอง ที่ทำให้ชายแดนดูอันตรายมากขึ้นสำหรับผู้อพยพที่รวมถึงครอบครัวที่มีลูกเล็ก

ขณะเดียวกัน เนื่องจากทรัมป์มีภาพลักษณ์ของการพูดจาไม่อิงข้อเท็จจริงอยู่เสมอ ทั้งสื่อทีวีที่ถ่ายภาพสดคำปราศรัยของเขาคราวนี้และสื่ออเมริกันอื่นๆ จึงมีการตั้งทีมตรวจสอบความจริง เพื่อติดตามตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในการกล่าวอ้างของทรัมป์อย่างเร่งด่วน และปรากฏว่ามีหลายๆ เรื่อง เช่น เรื่องที่เขาพูดว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ต้องเผชิญกับผู้ลักลอบเข้าเมืองที่พยายามเดินทางเข้าอเมริกาวันละเป็นพันคน ซีเอ็นเอ็นและนิวยอร์กไทมส์ต่างยืนยันว่า ตัวเลขดังกล่าวสูงเกินจริง

เช่นเดียวกับที่ทรัมป์อ้างว่า 90% ของเฮโรอีนที่ข้ามชายแดนเข้าสู่อเมริกามาจากเม็กซิโก รวมถึงการประกาศว่าเม็กซิโกจะรับผิดชอบค่าก่อสร้างกำแพง

จากการปราศรัยของทรัมป์ครั้งนี้ ยังสะท้อนว่า การชัตดาวน์ของหน่วยงานรัฐบางส่วนที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 18 วันที่แล้วจากความขัดแย้งเกี่ยวกับกำแพงชายแดนและส่งผลให้พนักงานลูกจ้างภาครัฐ 800,000 คนไม่ได้รับค่าตอบแทนนั้น จะยังไม่ยุติลงเร็วๆ นี้

การชัตดาวน์ที่กลายเป็นเทคนิคในการต่อรองทางการเมืองเช่นนี้ ถูกมองมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าเป็นสัญลักษณ์ความพิกลพิการของระบบการเมืองในวอชิงตัน และทำให้พนักงานลูกจ้างภาครัฐต้องเผชิญความเลวร้ายจากการไม่ได้รับเงินเดือน

ทั้งนี้ ทรัมป์ปฏิเสธที่จะลงนามในร่างกฎหมายงบประมาณการใช้จ่ายของรัฐบาลฉบับชั่วคราว เพื่อบีบให้เดโมแครตอนุมัติงบประมาณสร้างกำแพงชายแดน 5,700 ล้านดอลลาร์ จนกระทั่งนำไปสู่การปิดงานของภาครัฐ

เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวหาทรัมป์ว่า จับชาวอเมริกันเป็นตัวประกัน

ขณะที่ ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเดโมแครตในสภาสูง ผสมโรงว่า ทรัมป์บริหารประเทศด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวและใช้พนักงานลูกจ้างรัฐเป็นเครื่องมือต่อรอง

ทว่า มิตช์ แม็กคอนเนลล์ ผู้นำรีพับลิกันที่ครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ยกย่องว่า คำปราศรัยของทรัมป์เป็นการเน้นย้ำความมุ่งมั่นในการจัดการวิกฤตมนุษยชนและความมั่นคงตามแนวชายแดนด้านใต้ของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี ผลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์และอิปซอสที่จัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 1-7 ที่ผ่านมาโดยสอบถามกลุ่มตัวอย่างวัยผู้ใหญ่ 2,203 คน ประกอบด้วยผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน 722 คน และผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครต 867 คน พบว่า 51% เชื่อว่า การชัตดาวน์เป็นความผิดของทรัมป์ หรือเพิ่มขึ้น 4% จากการสำรวจช่วงปลายเดือนที่แล้ว ขณะที่ 32% เห็นว่า สมาชิกเดโมแครตในรัฐสภาควรต้องรับผิดชอบ และ 7% กล่าวโทษสมาชิกรีพับลิกันในคองเกรส

ขณะเดียวกัน จำนวนผู้ที่สนับสนุนการสร้างกำแพงชายแดนลดลง 12% จากการสำรวจเมื่อต้นปี 2015 โดยเวลานี้อยู่ที่ 41% และ 35% เห็นด้วยให้ร่างกฎหมายงบประมาณของรัฐสภาจต้องครอบคลุมงบสร้างกำแพงชายแดน แต่มีเพียง 25% ที่สนับสนุนการตัดสินใจของทรัมป์ในการชัตดาวน์จนกว่าคองเกรสจะผ่านงบสร้างกำแพง
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...