xs
xsm
sm
md
lg

'ผู้นำคิม'พูดวันปีใหม่ยินดีคุย'ทรัมป์'อีก แต่ขู่'อาจเปลี่ยนแผน'ถ้าไม่ผ่อนแซงก์ชัน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 ภาพที่ถ่ายจากวิดีโอซึ่งเผยแพร่โดยสถานีวิทยุและโทรทัศน์ของทางการเกาหลีเหนือเมื่อวันอังคาร (1 ม.ค.)  ขณะผู้นำโสมแดง คิม จองอึน กล่าวปราศรัยเนื่องในวันขึ้นปีใหม่
เอเจนซีส์ - ผู้นำเกาเหลีเหนือ คิม จองอึน กล่าวปราศรัยในวันปีใหม่ ประกาศพร้อมเจรจาซัมมิตกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ทุกเมื่อเพื่อบรรลุเป้าหมายในการปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี แต่พร้อมกันนั้น เขาก็ข่มขูว่าอาจเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่นถ้าวอชิงตันยังไม่ยอมเลิกแซงก์ชันและกดดันเปียงยาง

ในการปราศรัยเนื่องในเทศกาลปีใหม่ที่ถ่ายทอดทางทีวีทั่วประเทศเมื่อวันอังคาร (1 ม.ค.) คิมระบุว่า การปลดอาวุธนิวเคลียร์เป็น “เจตนารมณ์แน่วแน่” ของตน และบอกเป็นนัยครั้งแรกว่า เกาหลีเหนือจะไม่ผลิตอาวุธนิวเคลียร์อีกต่อไป แต่ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้อเมริกาดำเนินมาตรการที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดกระบวนการทางการทูตที่ชะงักงันอยู่

ผู้นำโสมแดงสำทับว่า เกาหลีเหนืออาจจำใจแสวงหาแนวทางใหม่เพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของตนเอง หากสหรัฐฯ พยายามกดดันโสมแดงตามอำเภอใจฝ่ายเดียวและไม่ยอมเปลี่ยนแปลงมาตรการแซงก์ชัน อย่างไรก็ดี คิมบอกว่า พร้อมพบกับทรัมป์ของสหรัฐฯ ทุกเมื่อเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่นานาชาติพอใจ

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยังไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใดๆ ต่อเรื่องนี้ ขณะที่สำนักงานประธานาธิบดีเกาหลีใต้ยินดีกับคำปราศรัยของผู้นำเปียงยางโดยมองว่า เป็น “เจตนารมณ์แน่วแน่” ในการส่งเสริมความสัมพันธ์กับโซลและวอชิงตัน

ทั้งนี้ คิมและทรัมป์ตกลงเดินหน้าปลดอาวุธนิวเคลียร์และสร้างสันติภาพที่มั่นคงยืนยาวระหว่างการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ในสิงคโปร์เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว แต่ปราศจากความคืบหน้าใดๆ นับจากนั้นเป็นต้นมา

เปียงยางมองว่า วอชิงตันควรยกเลิกมาตรการแซงก์ชันและประกาศยุติสงครามเกาหลีปี 1950-1953 อย่างเป็นทางการเพื่อตอบสนองการดำเนินการขั้นต้นฝ่ายเดียวของตนในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งรวมถึงการทำลายสถานที่ทดสอบนิวเคลียร์แห่งเดียวและโรงงานผลิตเครื่องยนต์ขีปนาวุธที่สำคัญ

ระหว่างการปราศรัยครั้งนี้ คิมยังบอกว่า การดำเนินการเหล่านั้นสอดคล้องกับจุดยืนในการยุติการผลิต การใช้ หรือการแพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ ข้อความเช่นนี้มีผู้สังเกตการณ์บางรายบอกว่า เป็นครั้งแรกที่โสมแดงบ่งชี้ความเป็นไปได้ในการยกเลิกการผลิตอาวุธ “นุก” อย่างไรก็ดี ถึงแม้เตลอดปีที่แล้วกาหลีเหนือไม่ได้ทดสอบขีปนาวุธหรือนิวเคลียร์เลย แต่ภาพถ่ายดาวเทียมของฝ่ายตะวันตกชี้ว่า โรงงานที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ยังคงเดินเครื่องต่อเนื่อง
คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ นำคณะผู้บริหาร วางพวงมาลา เพื่อแสดงความระลึกถึง คิม จอง อิล บิดาผู้ล่วงลับของเขาและอดีตผู้นำเกาหลีเหนือ ที่พระราชวังคัมซูซาน ในกรุงเปียงยาง เมื่อวันอังคาร(1ม.ค.)
ด้านเจ้าหน้าที่อเมริกันระบุว่า การดำเนินการขั้นต้นของโสมแดงเหล่านั้น ไม่ได้รับการยืนยัน รวมทั้งสามารถย้อนกลับไปดำเนินการกันใหม่ได้อย่างง่ายดาย ด้วยเหตุนี้ สหรัฐฯยังคงเรียกร้องให้นานาชาติบังคับใช้มาตรการแซงก์ชันอย่างเข้มงวดจนกว่าเกาหลีเหนือจะปลดอาวุธอย่างสมบูรณ์และพิสูจน์ยืนยันได้

อย่างไรก็ตาม วอชิงตันยอมระงับการซ้อมรบขนาดใหญ่กับโซลเพื่อให้การเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์ดำเนินต่อไปได้ แต่ยังคงเดินหน้าซ้อมรบขนาดเล็ก

ทว่า คิมเรียกร้องให้เกาหลีใต้ยุติการซ้อมรบที่ใช้อาวุธสงคราม กับอเมริกาและประเทศอื่นๆ โดยสิ้นเชิง ขณะที่การเจรจาระดับพหุภาคีในหมู่ประเทศที่เกี่ยวข้องในเรื่องข้อตกลงสงบศึก ควรเดินหน้าต่อไปเพื่อบรรลุข้อตกลงสันติภาพถาวร

ปัจจุบัน สองเกาหลียังคงอยู่ในภาวะสงครามในทางเทคนิค เนื่องจากสงครามเกาหลียุติลงด้วยการที่ เกาหลีเหนือ อเมริกา และจีน ลงนามกันในข้อตกลงหยุดยิง ยังไม่ใช่สนธิสัญญาสันติภาพ

คิม ฮยอง-ซ็อก อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ ระบุว่า คำปราศรัยของคิมแสดงความไม่พอใจที่การเจรจากับอเมริกาไม่คืบหน้า และเห็นได้ชัดว่า ผู้นำโสมแดงคาดหวังให้อเมริกาดำเนินการบางอย่าง เช่น การผ่อนคลายการแซงก์ชัน เนื่องจากมีภารกิจเร่งด่วนในการปรับปรุงเศรษฐกิจระบบสังคมนิยมของเกาหลีเหนือ

ขณะที่ แฮร์รี คาเซียนิส นักวิเคราะห์จาก เซ็นเตอร์ ฟอร์ เนชันแนล อินเทอเรสต์ ในวอชิงตัน ชี้ว่า สาส์นจากคิมส่งสัญญาณชัดเจนว่า เกาหลีเหนือยืนดีเจรจากับอเมริกาและเกาหลีใต้ต่อในปีนี้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของตัวเองคือผ่อนคลายมาตรการแซงก์ชันบางส่วน รวมทั้งบ่งชี้ว่า คิมใกล้หมดความอดทนกับอเมริกาแล้ว คำถามคือคณะบริหารของทรัมป์จะยอมตามที่เปียงยางเรียกร้องหรือไม่

ชิน บีออม-ชุล นักวิชาการอาวุโสของสถาบันอาซานเพื่อการศึกษานโยบายที่ตั้งอยู่ในโซล มองว่า คิมดูมีความเชื่อมั่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งอาจมาจากความคืบหน้าบางอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว และยังตีความได้ว่า เขาคิดว่า ตัวเองอยู่ในตำแหน่งได้เปรียบในการเจรจากับอเมริกาในฐานะประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง

นอกจากนั้น ระหว่างการปราศรัยนาน 30 นาที ผู้นำเกาหลีเหนือยังใช้เวลากว่า 20 นาทีเน้นย้ำภารกิจในการสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพิงตนเองแม้ “ถูกกีดกันทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง”

คิมยังกล่าวถึงความจำเป็นสำหรับพลังงานปรมาณูเพื่อรับมือการขาดแคลนพลังงานเรื้อรัง โดยที่จากข้อมูลของกระทรวงเพื่อการรวมชาติของเกาหลีใต้นั้น เป็นที่รู้กันว่า เกาหลีเหนือพัฒนาโรงงานนิวเคลียร์อย่างน้อย 3 แห่ง ซึ่งรวมถึงเตาปฏิกรณ์ขนาด 5 เมกะวัตต์ในนิคมยองบอนที่ผลิตพลูโตเนียมเกรดสำหรับทำอาวุธ


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...