xs
xsm
sm
md
lg

กษัตริย์ซาอุฯ สั่งปรับครม.-ฝ่ายความมั่นคงชุดใหญ่ แต่ไม่แตะ ‘มกุฎราชกุมาร’

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบีย
เอเอฟพี - สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบียทรงมีพระบรมราชโองการปรับคณะรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงหลายตำแหน่งเมื่อวานนี้ (27 ธ.ค.) ท่ามกลางผลกระทบและแรงกดดันจากนานาชาติกรณีนักข่าวคนดัง จามาล คาช็อกกี ถูกฆาตกรรม

การปรับครม.และโยกย้ายผู้บริหารครั้งนี้มีผลครอบคลุมหลายหน่วยงาน เช่น กองกำลังเนชันแนลการ์ด, กระทรวงสารสนเทศและการศึกษา รวมถึงสำนักงานด้านอวกาศ เป็นต้น แต่กลับไม่มีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลังทั้งที่เศรษฐกิจซาอุฯ กำลังอยู่ในช่วงขาลง และยังไม่กระทบต่อฐานอำนาจของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมาร ซึ่งยังคงดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมต่อไปตามเดิม

อิบรอฮีม อัล-อัสซาฟ อดีตรัฐมนตรีคลังซึ่งถูกจับกุมเมื่อปีที่แล้วในปฏิบัติการกวาดล้างคอร์รัปชัน จะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศแทน อะเดล อัล-จูเบร์ ซึ่งถูกลดตำแหน่งลงไปเป็นแค่รัฐมนตรีช่วยฝ่ายกิจการต่างประเทศ โดยที่พระบรมราชโองการไม่ได้ระบุเหตุผลไว้

เจ้าชายอับดุลเลาะห์ บิน บันดาร์ ทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการกองกำลังเนชันแนลการ์ด ส่วน มูซาอิด อัล-อัยบัน บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด จะเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติคนใหม่

อาลี ชิฮาบี ผู้อำนวยการ The Arabia Foundation ซึ่งเป็นสถาบันคลังความคิดโปรรัฐบาลซาอุฯ ทวีตข้อความว่า การเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ระดับสูงครั้งนี้จะช่วยให้เจ้าชายโมฮัมเหม็ดทรง “กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ” ยิ่งขึ้น เนื่องจากผู้ที่ได้เลื่อนตำแหน่งหลายคนล้วนแต่เป็น “พันธมิตร” ของพระองค์ทั้งสิ้น

สมเด็จพระราชาธิบดียังทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งสำนักงานอวกาศแห่งชาติ โดยมอบหมายให้เจ้าชายสุลต่าน บิน ซัลมาน พระราชโอรสซึ่งเป็นอดีตนักบินอวกาศ ทรงเป็นผู้ดูแล
เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการตั้ง อัสซาฟ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บริหารรัฐวิสาหกิจน้ำมันอารัมโก (Aramco) และกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะ (Public Investment Fund) เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงยุทธศาสตร์ “การทูตเชิงเศรษฐกิจ” ของซาอุฯ ซึ่งพยายามเรียกคืนความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติที่หวั่นวิตกกับผลกระทบของคดี คาช็อกกี

ซาอุฯ แถลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าจะตั้งหน่วยงานใหม่เข้ามากำกับดูแลปฏิบัติการข่าวกรองให้เข้มงวดรัดกุมกว่าเดิม หลังจากที่อ้างว่า คาช็อกกี ถูกสังหารในสถานกงสุลที่อิสตันบูลโดยพวกเจ้าหน้าที่ “แหกคอก” ขณะที่สำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (ซีไอเอ) สรุปยืนยันว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ดทรงเป็นผู้บงการ

ริยาดออกมาประณาม “การแทรกแซง” ของวุฒิสภาสหรัฐฯ ซึ่งลงมติกล่าวหาเจ้าชายโมฮัมเหม็ดว่าทรงเป็นผู้ที่ต้อง “รับผิดชอบ” ต่อการตายของคาช็อกกี และยังกดดันให้วอชิงตันหยุดให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่พันธมิตรซาอุฯ ในสงครามเยเมนด้วย

“ต้นเหตุของความขัดแย้งระหว่างซาอุดีอาระเบียกับสมาชิกรัฐสภาอเมริกันคืออำนาจล้นพ้นของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด และความรับผิดชอบของพระองค์ต่อคดีฆาตกรรม จามาล คาช็อกกี” ไรอัน โบห์ล จากสถาบันวิจัยภูมิรัฐศาสตร์ Stratfor ในสหรัฐฯ ระบุ “การปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ยังไม่ได้กระทบต่อเจ้าชายโมฮัมเหม็ด และนั่นหมายความว่าสมาชิกสภาคองเกรสที่ต้องการเห็นพระองค์ลดบทบาทลงก็คงจะไม่หยุดเรียกร้องให้ซาอุฯ ทำอะไรมากกว่านี้”
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...