xs
xsm
sm
md
lg

ทรัมป์จวกเฟดจุดอ่อนเศรษฐกิจมะกัน ขุนคลังเหนื่อยใจตลาดหุ้นผวาร่วงหนัก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เอเจนซีส์ – ทรัมป์สวดชุดใหญ่ ชี้เฟดเป็นปัญหาเดียวในระบบเศรษฐกิจ ขณะที่เหล่าเจ้าหน้าที่คณะบริหาร รวมถึงรัฐมนตรีคลัง พยายามอย่างหนักเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชนและตลาดการเงินว่า ตำแหน่งประธานผู้ว่าการแบงก์ชาติของพาวเวลล์ยังปลอดภัย รวมทั้งเพื่อหารือเกี่ยวกับตลาดหุ้นที่ตกไหลรูดกู่ไม่กลับ ส่วนหนึ่งเนื่องจากการที่ประมุขทำเนียบขาวโจมตีแบงก์ชาติ

เมื่อวันจันทร์ (24 ธ.ค.) ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ทวิตข้อความว่า ปัญหาเดียวในระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯ คือธนาคารกลาง (เฟด) ที่ไม่รับรู้และไม่เข้าใจตลาด สงครามการค้า การแข็งค่าของดอลลาร์ หรือกระทั่งการชัตดาวน์จากการที่เดโมแครตขัดขวางการสร้างกำแพงชายแดน

ทวิตของทรัมป์นอกจากไม่คลายกังวลของตลาดเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟดแล้ว ยังฉุดวอลล์สตรีทให้ดิ่งหนักกว่าเดิมและกำลังจะทำให้เดือนนี้กลายเป็นเดือนที่เลวร้ายที่สุดในรอบทศวรรษจากความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าอเมริกา-จีน เศรษฐกิจโลกชะลอตัว การชัตดาวน์ และความวุ่นวายในทำเนียบขาว รวมถึงข่าวที่ว่าทรัมป์กำลังหาทางปลด เจอโรม พาวเวลล์ จากตำแหน่งประธานเฟด ทำให้ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดการซื้อขายในวันจันทร์ด้วยการตกแบบควงสว่าน 653 จุด หรือ 2.9% เช่นเดียวกับราคาน้ำมันที่ดิ่งลงกว่า 6% ทำสถิติต่ำสุดในรอบปี

การโจมตีเฟดครั้งล่าสุดของทรัมป์ยังตอกย้ำความกังวลว่า ความพยายามของผู้นำสหรัฐฯ ในการลดทอนอำนาจหรือปลดพาวเวลล์ จะทำให้เศรษฐกิจอเมริกาไร้เสถียรภาพ

ปีเตอร์ คอนติ-บราวน์ นักประวัติศาสตร์การเงินของวอร์ตันสกูล มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย แสดงความเห็นว่า ทรัมป์พยายามเปิดศึกในวันคริสต์มาสอีฟ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รวมทั้งยังเป็นหายนะทั้งสำหรับเฟด ตัวประธานาธิบดีเอง และเศรษฐกิจของประเทศ

ที่ผ่านมา ทรัมป์แสดงความไม่พอใจทุกครั้งที่เฟดตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้น ซึ่งตลอดปีนี้รวมแล้ว 4 ครั้ง ตามเป้าหมายในการป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจร้อนแรงเกินไป

ในการแถลงข่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พาวเวลล์อธิบายว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุดเป็นหลักฐานว่าเศรษฐกิจเติบโตเข้มแข็ง แต่ทรัมป์กลับมองว่า การกระทำดังกล่าว ที่ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมพุ่งขึ้นสำหรับผู้บริโภคและภาคธุรกิจนั้น เป็นภัยคุกคามทางเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งการโจมตีของทรัมป์ถูกมองว่า เป็นการรุกล้ำความเป็นอิสระทางการเมืองของเฟด

ซาราห์ ไบเดอร์ ศาสตราจารย์รัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย จอร์จทาวน์ วอชิงตัน ระบุว่า มีความคลุมเครือทางกฎหมายในประเด็นว่า ทรัมป์มีอำนาจปลดพาวเวลล์ได้หรือไม่ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยธนาคารกลางสหรัฐฯ ระบุชัดเจนว่า มีเพียงคณะผู้ว่าการเฟดที่สามารถปลดประธานผู้ว่าการได้ภายใต้ “เหตุผลอันชอบธรรม” ซึ่งหมายถึงการประพฤติมิชอบ มากกว่าความคิดเห็นไม่ลงรอยเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย

อย่างไรก็ตาม การแก้รัฐธรรมนูญปี 1977 ไม่ได้ระบุว่า การปลดประธานผู้ว่าการเฟดจำเป็นต้องมี “เหตุผลอันชอบธรรม” เท่ากับว่า ทรัมป์อาจปลดพาวเวลล์โดยถูกต้องตามกฎหมาย

ถึงกระนั้น สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันเสาร์ (22 ธ.ค.) ย้ำได้รับคำยืนยันจากทรัมป์ว่า ไม่เคยส่งสัญญาณปลดพาวเวลล์

ในวันจันทร์ มนูชินยังหารือกับคณะทำงานรักษาตลาดการเงินที่ผู้นำสหรัฐฯ แต่งตั้งขึ้นและบางครั้งถูกขนานนามว่า “ทีมอารักขาตลาดการเงิน” ซึ่งปกติแล้วจะประชุมกันระหว่างที่ตลาดผันผวนหนักเท่านั้น

บรรดาผู้คุมกฎการเงินเหล่านี้ระบุกับมนูชินว่า ไม่พบความผิดปกติใดๆ ในตลาดการเงินระหว่างการเทขายระลอกล่าสุด นอกจากนั้นยังมีการหารือกันเกี่ยวกับการดำเนินการสำคัญระหว่างที่หน่วยงานบางส่วนของรัฐบาลระงับการปฏิบัติหน้าที่ (ชัตดาวน์)

ก่อนหน้านี้ มนูชินเพิ่งหารือกับประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารใหญ่ที่สุดในประเทศ 6 แห่ง และได้รับคำยืนยันว่า มีสภาพคล่องเพียงพอสำหรับการปล่อยสินเชื่อ

อย่างไรก็ตาม ผู้สังเกตการณ์จำนวนมากวิจารณ์ว่า ความพยายามของมนูชินทำให้ตลาดปั่นป่วนกว่าเดิม แทนที่จะช่วยบรรเทาความกังวล โดยดัชนีหลักทั้ง 3 ตัวในตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดการซื้อขายในวันแรกของสัปดาห์ด้วยการรูดลงกว่า 2%

ไมเคิล เปอร์เวส นักกลยุทธ์ระดับโลกของวีเดน แอนด์ โคในคอนเน็กติกัต ชี้ว่า การรับมือความกังวลในตลาดของมนูชินเป็นสิ่งที่เกินคาด กะทันหัน และไม่จำเป็น

แมกซีน วอเตอร์ส สมาชิกพรรคเดโมแครต และสมาชิกคณะกรรมาธิการบริการทางการเงินของสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า การกระทำของทรัมป์และมนูชินผิดพลาด และทำให้ตลาดไร้เสถียรภาพและไร้ความแน่นอนมากขึ้น
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...