xs
xsm
sm
md
lg

'ทรัมป์'สั่งถอนทหารมะกันจาก'ซีเรีย' เจอเสียงค้านสนั่นที่อ้างชนะศึกISแล้ว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

กองกำลังประชาธิปไตยซีเรียและทหารสหรัฐฯ ระหว่างร่วมลาดตระเวนในเมืองฮันซาคาห์ ของซีเรีย ใกล้ชายแดนตุรกี เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
เอเจนซีส์ - ทรัมป์ประกาศชัยชนะเหนือไอเอสในซีเรียและสั่งถอนทหารอเมริกาออกจากดินแดนดังกล่าว ท่ามกลางความงุนงงและเสียงคัดค้านจากทั้งรัฐสภาสหรัฐฯ เพนตากอน รวมถึงชาติพันธมิตรว่า นี่ไม่ใช่ข่าวดีสำหรับแค่กลุ่มก่อการร้ายนี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงรัสเซีย อิหร่าน และผู้นำซีเรีย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์วิดีโอสั้นๆ บนทวิตเตอร์เมื่อวันพุธ (19 ธ.ค.) ว่า “เราชนะไอซิสแล้ว” และสำทับว่า ถึงเวลาที่กองกำลังอเมริกันจะกลับประเทศเสียที ทั้งนี้ไอซิสเป็นชื่อย่ออีกชื่อหนึ่งของกลุ่ม “รัฐอิสลาม” (ไอเอส)

การตัดสินใจถอนทหารอเมริกันทั้งหมดออกจากซีเรีย ซึ่งได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ หลายคนนั้น เกิดขึ้นพร้อมกับที่ทหารอเมริกัน 2,000 คนเสร็จสิ้นภารกิจในการร่วมมือกับพวกพันธมิตรเข้ายึดดินแดนในประเทศดังกล่าวคืนจากกลุ่มไอเอส

อย่างไรก็ดี เห็นกันว่าการถอนทหารอาจทำให้อเมริกาเหลือทางเลือกน้อยมากในการป้องกันการฟื้นคืนชีพของไอเอส รวมทั้งยังอาจลดบทบาทอิทธิพลของอเมริกาในภูมิภาคดังกล่าว และบ่อนทำลายความพยายามทางการทูตในการยุติสงครามกลางเมืองในซีเรียที่ยืดเยื้อเป็นปีที่ 8

อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้แก่กลุ่มนักรบเคิร์ดและนักรบอาหรับ ที่รวมตัวกันเป็น กลุ่มซีเรียน เดโมเครติก ฟอร์ซ (เอสดีเอฟ) ซึ่งสหรัฐฯได้อาศัยเป็นกองกำลังท้องถิ่นเข้าต่อสู้กับไอเอสอย่างมีประสิทธิภาพ ทว่าเป็นที่ขัดอกขัดใจของตุรกี

แม้ทำเนียบขาวไม่ได้ระบุกำหนดเวลาในการถอนทหาร แต่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเผยว่า วอชิงตันเล็งถอนกำลังภายใน 60-100 วัน และกระทรวงการต่างประเทศกำลังอพยพเจ้าหน้าที่ทั้งหมดออกจากซีเรียภายใน 24 ชั่วโมง ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกคนบอกว่า การถอนทหารอาจเกิดขึ้นเร็วกว่านั้น

ปรากฏว่าการตัดสินใจเช่นนี้ของประมุขทำเนียบขาว ถูกหลายฝ่ายคัดค้านแม้กระทั่งพันธมิตรในพรรครีพับลิกันของทรัมป์เอง เช่น วุฒิสมาชิกลินด์ซีย์ เกรแฮม ที่เป็นมิตรกับทรัมป์แต่มีแนวทางสายเหยี่ยวด้านนโยบายการต่างประเทศ ให้ความเห็นแย้งว่า การถอนทหารจะส่งผลร้ายแรงต่ออเมริกาในตะวันออกกลางและในทั่วโลก และถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่สำหรับไอเอส อิหร่าน ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาดของซีเรีย และรัสเซีย

เจ้าหน้าที่เพนตากอน (กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ) ต่างอยู่ในอาการตั้งตัวไม่ติดเมื่อได้เห็นทวิตของทรัมป์ อย่างไรก็ตาม ในที่สุดโฆษกของกระทรวงแถลงว่า เพนตากอนกำลังเริ่มกระบวนการนำทหารกลับประเทศ

การตัดสินใจสุดเซอร์ไพรส์ของทรัมป์ยังทำให้ชาติพันธมิตรปากอ้าตาค้างไปตามๆ กัน

รัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรงที่ทรัมป์บอกว่า กำราบไอเอสในซีเรียอยู่หมัด ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวว่า อิสราเอลจะศึกษาการตัดสินใจของผู้นำสหรัฐฯ และพิจารณาความมั่นคงของประเทศไปพร้อมกัน

ขณะที่สำนักข่าวทาสส์ของแดนหมีขาว รายงานโดยอ้างคำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียว่า การถอนทัพของสหรัฐฯ จากซีเรีย ช่วยสร้างบรรยากาศในการรอมชอมทางการเมืองในประเทศนั้น

ทหารอเมริกันจำนวนมากในซีเรียขณะนี้เป็นกองทหารหน่วยรบพิเศษที่ทำงานร่วมกับเอสดีเอฟ โดยที่สหรัฐฯอาศัยเอสดีเอฟเป็นกองกำลังท้องถิ่นในการรุกรบบดขยี้ไอเอสในซีเรีย ทว่าขณะเดียวกันความร่วมมือเช่นนี้ก็สร้างความไม่พอใจให้ตุรกีที่แม้เป็นชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เช่นเดียวกับสหรัฐฯ แต่ก็มองว่า กองกำลังวายพีจี (เคอร์ดิช พีเพิลส์ โปรเท็กชัน ยูนิตส์) ของชาวเคิร์ด ซึ่งเป็นกลุ่มที่เข้มแข็งที่สุดในเอสดีเอฟ เป็นเครือข่ายของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายอย่างอย่างยาวนานในตุรกี

อังการานั้นประกาศมานานแล้วว่า จะโจมตีวายพีจี และจนถึงวันนี้ กองกำลังอเมริกันในซีเรียมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพและขัดขวางการโจมตีของตุรกีต่อวายพีจีและเอสดีเอฟ

ทั้งจิม แมตทิส รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่หลายรายของกระทรวงการต่างประเทศ กังวลใจมานานแล้วเกี่ยวกับการถอนตัวออกจากซีเรียก่อนบรรลุข้อตกลงสันติภาพ

นอกจากนี้ยังคาดกันอย่างกว้างขวางว่า ไอเอสยังไม่ได้ถูกปราบปรามอย่างเด็ดขาด แต่กำลังเปลี่ยนไปใช้ยุทธวิธีสงครามกองโจร เมื่อไม่สามารถรักษาพื้นที่ยึดครองได้อีกต่อไป กระทั่งอเมริกาก็ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ว่า อาบู บักร์ อัล-บักดาดี ผู้นำกลุ่มก่อการร้ายนี้ยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้น หากไอเอสคืนชีพ ทรัมป์คงหนีไม่พ้นถูกประณามจากการตัดสินใจครั้งนี้

ไอเอสประกาศสถาปนา “คอลีฟะห์” หรือรัฐกาหลิบแบบอิสลามในปี 2014 หลังยึดครองพื้นที่กว้างขวางในซีเรียและอิรักรวมทั้งสิ้นราว 100,000 ตารางกิโลเมตร มีประชาชนภายใต้การควบคุมประมาณ 8 ล้านคน รายได้ปีละเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์ และประกาศให้ร็อกเกาะห์ในซีเรียเป็นเมืองหลวงและเป็นฐานวางแผนการโจมตีในยุโรป

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ หลายคนเตือนว่า การยึดพื้นที่คืนมาได้ ไม่ได้หมายความว่า เอาชนะไอเอสได้แล้ว

สัปดาห์ที่ผ่านมา เบร็ตต์ แม็กเกิร์ก ผู้แทนพิเศษของอเมริกาในภารกิจปราบปรามไอเอส เพิ่งบอกว่า จะไม่มีใครประกาศว่า ภารกิจนี้ลุล่วงแล้ว เพราะไม่ใช่แค่ยึดพื้นที่คืนแล้ว ก็คือจะทอดทิ้งได้

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดานา ไวต์ โฆษกเพนตากอนแถลงว่า กลุ่มชาติพันธมิตรได้ปลดปล่อยดินแดนจากการยึดครองของไอเอส แต่ปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มก่อการร้ายนี้ยังไม่จบ

เช่นเดียวกับซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาวที่กล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ และประกอบด้วยประเทศต่างๆ เป็นสิบประเทศ จะยังคงต่อสู้กับไอเอสต่อไป


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...