xs
xsm
sm
md
lg

แข่งขัน'นุก'รอบใหม่!! 'ปูติน'ประกาศมอสโกจะผลิต 'ขีปนาวุธพิสัยกลาง'ในยุโรป ตอบโต้สหรัฐฯที่ทำเป็นขีดเส้นตายรัสเซีย 60 วัน ทั้งที่จะฉีกสัญญาควบคุมอาวุธอยู่แล้ว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

<i>ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ในภาพซึ่งถ่ายเมื่อวันจันทร์ (3 ธ.ค.) ทั้งนี้ประมุขวังเครมลินประกาศในวันพุธ (5) ว่า สหรัฐฯกำลังอ้างเหตุเพื่อฉีกทิ้งข้อตกลงควบคุมขีปนาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางในยุโรป  ซึ่งถ้าวอชิงตันทำเช่นนั้น  มอสโกก็จะต้องเริ่มผลิตอาวุธชนิดนี้บ้าง </i>
รอยเตอร์/เอเอฟพี/เอเจนซีส์ – ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียประกาศในวันพุธ (5 ธ.ค.) ถ้าสหรัฐฯฉีกสัญญาควบคุมขีปนาวุธพิสัยกลาง รัสเซียก็จะพัฒนาและเริ่มผลิตอาวุธดังกล่าวเช่นกัน ทั้งนี้หลังจากอเมริกาขีดเส้นตาย ให้เวลารัสเซีย 60 วันสำหรับการสะสางสิ่งที่วอชิงตันบอกว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงฉบับนี้ซึ่งได้ช่วยให้ยุโรปปลอดจากการแข่งขันด้านขีปนาวุธพิสัยกลางมาหลายสิบปี

ถ้อยคำอันดุเดือดตึงเครียดคราวนี้ของผู้นำรัสเซีย ออกมา 1 วันหลังจากรัฐมนตรีต่างประเทศ ไมค์ พอมเพโอ ของสหรัฐฯ กล่าวว่าวอชิงตันจะถอนตัวออกจากสนธิสัญญากองกำลังนิวเคลียร์พิสัยกลาง (ไอเอ็นเอฟ) ภายในเวลา 60 วัน ถ้ามอสโกไม่รื้อถอนโยกย้ายขีปนาวุธซึ่งสหรัฐฯอ้างว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงฉบับนี้

“แรกทีเดียวฝ่ายอเมริกันเน้นย้ำว่าตนเองมีเจตนารมณ์ที่จะถอนตัวออกจากสนธิสัญญานี้ … จากนั้นอเมริกาจึงเริ่มมองหาเหตุผลความชอบธรรมสำหรับการกระทำดังกล่าว” ปูตินบอกในการให้ความเห็นซึ่งสื่อรัสเซียนำมาเผยแพร่ รวมทั้งมีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ด้วย

“การอ้างเหตุผลความชอบธรรมที่สำคัญที่สุดคือการบอกว่าเรากำลังละเมิดบางสิ่งบางอย่าง ในเวลาเดียวกันนั้น ก็เหมือนกับที่เคยเป็นมา ไม่มีการแสดงหลักฐานใดๆ ในเรื่องที่ว่าเราละเมิดหรอก” เขากล่าว

ปูตินชี้ว่า ประเทศจำนวนมากได้ผลิตขีปนาวุธซึ่งต้องห้ามตามสนธิสัญญาไอเอ็นเอฟออกมากันแล้ว ทว่ามอสโกกับวอชิงตันยังคงจำกัดตัวเองกระทำตามข้อตกลงซึ่งลงนามกันไว้ตั้งแต่ปี 1987 นี้

“เวลานี้ดูเหมือนหุ้นส่วนอเมริกันของเราเชื่อว่า สถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปมากแล้วจนสหรัฐฯจะต้องมีอาวุธดังกล่าวบ้าง เราจะตอบโต้อย่างไรนะหรือ? มันก็ง่ายๆ ในกรณีเช่นนี้เราก็จะทำสิ่งเดียวกันนี้ด้วย” เขาบอก

เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้จุดชนวนให้ทั่วโลกโดยเฉพาะยุโรปเกิดความวิตกกังวล เมื่อเขาประกาศว่าสหรัฐฯจะถอนตัวออกจากสนธิสัญญาไอเอ็นเอฟ แล้วสะสมเพิ่มพูนคลังแสงอาวุธนิวเคลียร์ของตน “ไปจนกว่าผู้คนจะหวนกลับมามีสติมีสำนึกกัน”

แต่ในวันจันทร์ (3) ทรัมป์ออกมาบอกว่า เขาต้องการเจรจากับปูตินและประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน “เพื่อถอยออกมาจากการแข่งขันด้านอาวุธกันอย่างใหญ่โตและควบคุมไม่อยู่”

ด้านโฆษกวังเครมลิน ดมิตริ เปสคอฟ แถลงว่า วอชิงตันพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงต่างๆ “เพื่อปกปิดอำพรางเป้าหมายแท้จริงของสหรัฐฯที่จะถอนตัวออกจากสนธิสัญญา (ไอเอ็นเอฟ)”

เวลาเดียวกัน เสนาธิการทหารใหญ่ของกองทัพรัสเซีย วาซิลี เกราซิมอฟ กล่าวว่า มอสโกจะเพิ่มพูนสมรรถนะของอาวุธนิวเคลียร์ยุทธศาสตร์ที่ยิงจากภาคพื้นดินของตน

“หนึ่งในปัจจัยหลักๆ ทางด้านการทำลาย ซึ่งกำลังสร้างความสับสนให้แก่สถานการณ์ระหว่างประเทศอยู่ในเวลานี้ก็คือ วิธีการที่สหรัฐฯกำลังแสดงบทบาทอยู่ ขณะที่พวกเขาพยายามรักษาฐานะการเป็นผู้ครอบงำในโลกของเขาเอาไว้” เขากล่าวในการแสดงความเห็นซึ่งเผยแพร่โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซีย

“ก็ด้วยวัตถุประสงค์เหล่านี้นี่เองที่วอชิงตันและพันธมิตรของพวกเขา กำลังดำเนินมาตรการอันรอบด้านและมีการสอดประสานกัน เพื่อควบคุมล้อมวงรัสเซีย และทำลายความน่าเชื่อถือของบทบาทในกิจการระหว่างประเทศของรัสเซีย”
<i>เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต้) ขณะแถลงข่าวที่สำนักงานใหญ่ของนาโต้ ในกรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันจันทร์ (3 ธ.ค.)  ทั้งนี้เขาออกมาพูดในวันอังคารว่า รัสเซียมีโอกาสสุดท้ายในการแสดงให้เห็นอย่างพิสูจน์ยืนยันได้ว่าปฏิบัติตามสนธิสัญญาไอเอ็นเอฟอยู่ แต่ขณะเดียวกันนาโต้ก็ต้องเริ่มเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่สนธิสัญญานี้อาจล่ม </i>
ยุโรปวิตก แต่ก็ไฟเขียวสหรัฐฯขีดเส้นตายรัสเซีย 60 วัน

เมื่อวันอังคาร (4) ระหว่างการประชุมขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต้) ที่กรุงบรัสเซลส์ มีรายงานว่า บรรดาชาติยุโรปที่เป็นรัฐสมาชิกของนาโต้ นำโดยเยอรมนี ได้กดดันรัฐมนตรีต่างประเทศพอมเพโอ ของสหรัฐฯ ให้ใช้วิถีทางการทูตเป็นแรงผลักดันสุดท้าย ก่อนที่วอชิงตันจะถอนตัวออกจากสนธิสัญญาไอเอ็นเอฟ ที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 1987

เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต้ แถลงภายหลังการประชุมในวันอังคาร (4) ว่า รัสเซียมีโอกาสสุดท้ายในการแสดงให้เห็นอย่างพิสูจน์ยืนยันได้ว่าปฏิบัติตามสนธิสัญญาไอเอ็นเอฟอยู่ แต่ขณะเดียวกันนาโต้ก็ต้องเริ่มเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่สนธิสัญญานี้อาจล่ม

จากการประชุมคราวนี้ บรรดารัฐมนตรีต่างประเทศชาตินาโต้ตกลงให้ออกคำแถลงที่แสดงการสนับสนุนสหรัฐฯ ด้วยการประกาศอย่างเป็นทางการว่า รัสเซียละเมิดสาระสำคัญของไอเอ็นเอฟ ภายหลังพวกเขาได้ฟังการบรรยายสรุปจากพอมเพโอ ที่สำนักงานใหญ่นาโต้ในกรุงบรัสเซลส์ เกี่ยวกับการละเมิดของมอสโก รวมถึงเป้าหมายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการถอนตัวจากสนธิสัญญาฉบับนี้ตามที่ประกาศไว้ตั้งแต่เดือนตุลาคม

ทั้งนี้ทางรัสเซียนั้นปฏิเสธไม่ยอมรับข้อกล่าวหาของวอชิงตันที่บอกว่า มอสโกได้ละเมิดไอเอ็นเอฟแล้ว ด้วยการดำเนินการพัฒนาขีปนาวุธร่อนพิสัยกลางประเภทยิงจากภาคพื้นซึ่งมีศักยภาพติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ และสามารถยิงไปยังเมืองต่างๆ ในยุโรปได้โดยต้องใช้เวลาเตรียมการเพียงสั้นๆ

ชาติพันธมิตรนาโต้ในยุโรปอย่าง เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และเบลเยียม นั้น ต่างกังวลว่า อเมริกาอาจติดตั้งขีปนาวุธในยุโรปขึ้นมาใหม่อีกเหมือนเมื่อทศวรรษ 1980 และทำให้ยุโรปติดอยู่ในวงล้อมการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างมอสโกกับวอชิงตัน

การที่สหรัฐฯประกาศถอนตัวจากไอเอ็นเอฟคราวนี้ จึงเป็นการสร้างความระส่ำอีกอย่างหนึ่งให้แก่พันธมิตรนาโต้ หลังจากก่อนหน้านี้ที่ทรัมป์เรียกร้องให้ชาติสมาชิกเพิ่มงบกลาโหม รวมถึงจากการที่อเมริกาขาดความชัดเจนเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ในอนาคตเกี่ยวกับนาโต้
<i>รัฐมนตรีต่างประเทศ ไมค์ พอมเพโอ ของสหรัฐฯ (ขวา) พูดจาหัวเราะร่วนกับ เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต้)  ระหว่างการประชุมที่สำนักงานใหญ่ของนาโต้ ในกรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันอังคาร (4 ธ.ค.) </i>
พวกนักการทูตชี้ว่า ขณะที่สโตนเทนเบิร์กระบุว่า จะมีการเพิ่มความกดดันทางการทูตเพื่อโน้มน้าวให้รัสเซียยกเลิก “กองพันติดตั้งขีปนาวุธแบบเอสเอสซี-8 จำนวนมาก” ตามที่พอมเพโอระบุนั้น ฝ่ายวอชิงตันเองก็กำหนดจะเริ่มการถอนตัวจากไอเอ็นเอฟในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ซึ่งก็คือการเริ่มระยะเวลา 6 เดือนในการถอนตัวตามที่ระบุเอาไว้ในสนธิสัญญาฉบับนี้นั่นเอง

พอมเพโอสำทับว่า ขีปนาวุธรัสเซียแบบเอสเอสซี-8 หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ระบบ 9เอ็ม729 นั้น เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อยุโรป อีกทั้งบ่อนทำลายความมั่นคงของอเมริกาและพันธมิตร โดยอเมริกายังมีหลักฐานชี้ชัดว่า มีการทดสอบยิงขีปนาวุธนี้หลายครั้งจากสถานที่เดียวกันคือฐานทัพคาปุสติน ยาร์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมอสโก

พวกผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารขานรับว่า เนื่องจากตรวจจับยากและสามารถยิงจากแท่นยิงเคลื่อนที่ได้ ทำให้เอสเอสซี-8 อันตรายเป็นพิเศษ เพราะระบบป้องกันภัยทางอากาศของนาโต้มีเวลาน้อยมากในการยิงสกัด

พอมเพโอเสริมว่า รัฐบาลสหรัฐฯ แจ้งข้อกังวลนี้กับมอสโกอย่างน้อย 30 ครั้งนับจากปี 2013 แต่ถูกปฏิเสธและกล่าวหาตอบโต้

วอชิงตันอ้างว่าตนเองถูกบังคับให้ต้องต้องฟื้นสมดุลทางทหารในยุโรปขึ้นมาใหม่ภายหลังเส้นตาย 60 วัน กระนั้นพอมเพโอก็ไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ นอกจากบอกว่า ระหว่างนี้จะยังระงับการทดสอบและติดตั้งขีปนาวุธใหม่ๆ ไว้ก่อน จนกว่าจะหลังเส้นตายไปแล้ว

เขายังอ้างเหตุผลว่า จากการที่จีน อิหร่าน และเกาหลีเหนือไม่ได้เป็นภาคีไอเอ็นเอฟ เท่ากับว่า อเมริกากำลังทำให้ตัวเองเสียเปรียบด้วยการงดพัฒนาขีปนาวุธพิสัยกลาง และสำทับว่า ความพยายามทางการทูตเพื่อขยายประเทศภาคีสนธิสัญญานี้ล้มเหลวมาแล้ว 3 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า แทนที่จะพัฒนาจรวดพิสัยกลางรุ่นใหม่ๆ อเมริกาจะมีความได้เปรียบมากกว่า หากหันมาปรับปรุงระบบขีปนาวุธพิสัยไกลของตนให้ทันสมัย เพื่อใช้เป็นมาตรการป้องปรามและให้มั่นใจได้ว่าขีปนาวุธเหล่านี้จะสามารถที่จะเจาะผ่านระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ซับซ้อนของรัสเซียได้

สำหรับสนธิสัญญาไอเอ็นเอฟปี 1987 กำหนดให้ทำลายคลังแสงนิวเคลียร์พิสัยกลางในยุโรปของสองอภิมหาอำนาจนิวเคลียร์โลกในเวลานั้นคืออเมริกาและรัสเซีย รวมทั้งลดความสามารถในการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์แบบฉับพลัน ข้อตกลงนี้ได้ส่งผลให้อเมริกาต้องถอนขีปนาวุธเพอร์ชิงออกจากอังกฤษและเยอรมนี และรัสเซียถอนขีปนาวุธเอสเอส-20 จากยุโรป

ไอเอ็นเอฟยังห้ามไม่ให้อเมริกาและรัสเซียครอบครอง ผลิต หรือทดสอบขีปนาวุธร่อนจากพื้นดินที่มีพิสัยระหว่าง 500-5,500 กิโลเมตร หรือครอบครองหรือผลิตฐานปล่อยขีปนาวุธดังกล่าว


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...