xs
xsm
sm
md
lg

ใจไม่แข็งพอ! ‘ทรัมป์’ ไม่อยากฟังเทปบันทึกเสียง ‘คาช็อกกี’ ถูกสังหาร

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เอเอฟพี - ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ยืนยันว่าได้รับรายงานสรุปเกี่ยวกับเทปบันทึกเสียง จามาล คาช็อกกี ขณะถูกสังหารแล้ว แต่ไม่อยากฟังเสียงแห่งความทุกข์ทรมานนั้นด้วยตนเอง

ผู้นำสหรัฐฯ ให้เหตุผลระหว่างพูดคุยในรายการ ฟ็อกซ์นิวส์ ซันเดย์ ซึ่งออกอากาศวานนี้ (18) ว่า “เพราะมันคือเทปบันทึกเสียงความทรมาน เป็นเทปเสียงที่น่าสลด รุนแรง และโหดร้ายมากๆ”

อย่างไรก็ดี ทรัมป์ ยังคงบ่ายเบี่ยงที่จะโทษเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ว่าทรงเป็นผู้บงการสังหาร คาช็อกกี ที่สถานกงสุลซาอุฯ ในนครอิสตันบูลเมื่อวันที่ 2 ต.ค. แม้จะมีรายงานว่าสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (ซีไอเอ) สรุปยืนยันเช่นนั้นแล้วก็ตาม

บทสัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ถูกบันทึกเทปเอาไว้ตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้ว (16) และ ทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวในวันเสาร์ (17) ว่า สหรัฐฯ จะออกรายงานฉบับสมบูรณ์เกี่ยวกับคดีสังหาร คาช็อกกี อย่างเร็วที่สุดในวันจันทร์ (19)

เมื่อพิธีกรของฟ็อกซ์ถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่เจ้าชายโมฮัมเหม็ดจะทรงโกหกว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทรัมป์ ก็ตอบว่า "ผมไม่รู้ ใครจะไปรู้ได้ล่ะ? แต่อย่างหนึ่งที่ผมบอกได้ก็คือ มีหลายคนยืนยันว่าพระองค์ไม่ทราบเรื่องนี้”

“พระองค์บอกผมว่าไม่ทรงเกี่ยวข้องด้วย ทรงยืนยันแบบนั้นสัก 5 ครั้งเห็นจะได้ ล่าสุดก็เมื่อไม่กี่วันมานี้” ทรัมป์ กล่าวเสริม

ผู้นำสหรัฐฯ ยอมรับว่า อาจจะมีคนใกล้ชิดเจ้าชายพัวพันกับการสังหารจริง แต่ “ผมยังอยากอยู่เคียงข้างชาติพันธมิตรที่ดีต่อเราในหลายๆ ด้าน”

ทรัมป์ ยังให้คำตอบแบบกำกวม เมื่อพิธีกรถามว่าเขาจะสนับสนุนความพยายามของสมาชิกรัฐสภาที่กำลังผลักดันร่างกฎหมายให้สหรัฐฯ เลิกยุ่งเกี่ยวกับสงครามเยเมน และหยุดขายอาวุธให้กับซาอุดีอาระเบียหรือไม่

“ผมอยากเห็นสงครามในเยเมนจบลง แต่ของแบบนี้ปรบมือข้างเดียวไม่ดัง อิหร่านก็ต้องยอมหยุดด้วยเช่นกัน” ทรัมป์ กล่าว โดยอ้างถึงเรื่องที่อิหร่านให้การหนุนหลังกบฏฮูตีนิกายชีอะห์ซึ่งบุกยึดกรุงซานาเอาไว้ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2014

“ผมอยากให้ซาอุฯ หยุด แต่อิหร่านต้องหยุดด้วย”

สหรัฐฯ เรียกร้องให้คู่ขัดแย้งในเยเมนทำข้อตกลงหยุดยิง และเปิดเจรจาสันติภาพเพื่อยุติเหตุนองเลือดที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 4 ปี ท่ามกลางเสียงประณามจากประชาคมโลกต่อการโจมตีทางอากาศที่คร่าชีวิตพลเมืองผู้บริสุทธิ์ไปเป็นจำนวนมาก

กองทัพสหรัฐฯ หยุดเติมเชื้อเพลิงให้แก่เครื่องบินที่ซาอุฯ ส่งเข้าไปโจมตีเยเมนตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว โดยรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม เจมส์ แมตทิส พูดในทำนองว่าเป็นการตัดสินใจของฝ่ายซาอุฯ เอง

ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เริ่มเข้าแทรกแซงสงครามเยเมนตั้งแต่ปี 2015 โดยหวังขับไล่กบฏฮูตีเพื่อคืนอำนาจให้แก่ประธานาธิบดี อาเบดรับโบ มันซูร์ ฮาดี ซึ่งเป็นผู้นำที่นานาชาติให้การยอมรับ

สำหรับ คาช็อกกี นั้นเป็นนักหนังสือพิมพ์ชาวซาอุฯ ที่ทำงานให้กับวอชิงตันโพสต์ และเขียนบทความโจมตีนโยบายของริยาดรวมถึงตัวเจ้าชายโมฮัมเหม็ดมาแล้วหลายครั้ง

เจ้าหน้าที่ตุรกีอ้างว่ามีเทปบันทึกเสียงตอนที่ คาช็อกกี ถูกทีมสังหารรัดคอจนตายและหั่นศพเป็นชิ้นๆ หลังจากที่เขาเข้าไปติดต่อสถานกงสุลซาอุฯ ในนครอิสตันบูลเพื่อทำเรื่องขอจดทะเบียนสมรสกับคู่หมั้นชาวตุรกี

หลังจากพลิกลิ้นมาหลายครั้ง ล่าสุดทางการซาอุฯ ยอมรับว่ามีการส่งทีมเฉพาะกิจ 15 คนไปอิสตันบูลเพื่อโน้มน้าวให้ คาช็อกกี ซึ่งอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ เดินทางกลับบ้านเกิดอย่างละมุนละม่อม แต่กลับมีบางคนในทีมใช้ความรุนแรงเกินคำสั่ง จนทำให้นักข่าวผู้นี้เสียชีวิต

คดีนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ซาอุฯ 5 คนถูกปลด และอัยการได้ตั้งข้อหาเอาผิดผู้เกี่ยวข้องรวม 11 คน แต่ยังคงพยายามกันองค์รัชทายาทให้พ้นจากข้อครหาทั้งปวง

สหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีดำชาวซาอุฯ 17 คนที่มีส่วนพัวพันกับการสังหารโหดครั้งนี้
เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...