xs
xsm
sm
md
lg

‘เดโมแครต’เตรียมใช้อำนาจใหม่จากการคุมสภาล่าง สอบสายสัมพันธ์‘ทรัมป์’กับ‘ดอยช์แบงก์’

เผยแพร่:   โดย: กองบรรณาธิการเอเชียไทมส์

<i>แมกซีน วอเตอร์ส ส.ส.พรรคเดโมแครตจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งน่าจะขึ้นเป็นประธานของคณะกรรมาธิการบริการทางการเงิน ของสภาล่าง  เตรียมเดินเครื่องสอบเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ กับธนาคารดอยช์แบงก์ </i>
(เก็บความจากเอเชียไทมส์ www.atimes.com)

Democrats set to use new powers in probe of Trump’s Deutsche Bank ties
By Asia Times staff
09/11/2018

แมกซีน วอเตอร์ส ส.ส.พรรคเดโมแครตที่น่าจะได้ขึ้นเป็นประธานคณะกรรมาธิการบริการทางการเงินของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯคนใหม่ กล่าวย้ำความสนใจในเรื่องที่ ดอยช์แบงก์ ปล่อยเงินกู้ให้แก่ โดนัลด์ ทรัมป์ และการที่ธนาคารแห่งนี้ถูกกล่าวหาพัวพันการฟอกเงินให้รัสเซีย

ยิ่งเวลาผ่านไป โอกาสก็ดูน้อยลงทุกทีที่จะมีการร่วมมือกันแบบไม่แบ่งพรรคแบ่งฝ่าย ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กับสภาผู้แทนราษฎรอเมริกันชุดใหม่ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขา ที่จะถูกควบคุมโดยพรรคฝ่ายค้าน

เป็นที่กระจ่างชัดเจนตั้งแต่วันพุธ (7 พ.ย.) หรือวันรุ่งขึ้นหลังจากพรรคเดโมแครตกลับเข้าครองเสียงข้างมากในสภาล่างได้อีกคำรบหนึ่ง ว่าทรัมป์จะแทบไม่มีความอดทนใดๆ ต่อการไต่สวนที่พวก ส.ส. จะลงมือดำเนินการ เมื่อเขาออกมาขู่ว่า การกระทำเช่นนั้นจะบังคับให้เกิด “ทัศนคติแบบมุ่งทำสงคราม” ขึ้นมา

ในเวลาเดียวกัน พวกที่ต้องการเป็นผู้ดำเนินการสอบสวนก็กำลังเรียงรายเข้าแถวกันแล้ว

ไม่ต้องใช้เวลานานเลย คณะผู้นำสภาล่างในอนาคตของเดโมแครต ซึ่งจะผงาดขึ้นมาเมื่อรัฐสภาชุดใหม่เริ่มการประชุมในต้นปีหน้า ก็พากันแสดงเจตนารมณ์ตั้งแต่เนิ่นๆ ว่าต้องการไต่สวนเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องโยงใยกับตัวประธานาธิบดีทรัมป์ เป็นต้นว่า ส.ส.แมกซีน วอเตอร์ส (Maxine Waters) ซึ่งน่าจะได้เป็นประธานของคณะกรรมาธิการบริการทางการเงิน (Financial Services Committee) ของสภาผู้แทนราษฎร กล่าวในวันพฤหัสบดี (8 พ.ย.) ว่า นั่นเป็น “ส่วนหนึ่งของกิจการ” ที่จะต้องอยู่ในวาระการทำงานอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เธอเน้นย้ำถึงความสนใจเกี่ยวกับความผูกพันที่ทรัมป์มีอยู่กับ ดอยช์แบงก์ (Deutsche Bank)

ระหว่างให้สัมภาษณ์สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) เธอยอมรับว่าหมายเรียกเกี่ยวกับเรื่องนี้ จะถูกนำมาวางเตรียมพร้อมอยู่บนโต๊ะ

“เราเพิ่งยื่นขอข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงการคลังเกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องมาตรการแซงก์ชั่นไปจนถึงเรื่องดอยช์แบงก์ และเราทราบดีว่าดอยช์แบงก์นั้นถูกระบุว่าเป็นธนาคารที่มีพฤติการณ์ฟอกเงินบางทีอาจจะเป็นรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลกทีเดียว และพวกเขาบางทีอาจจะเป็นหนึ่งในจำนวนไม่กี่แห่งซึ่งตกลงยินยอมที่จะปล่อยเงินกู้ให้แก่ท่านประธานาธิบดี” วอเตอร์ส กล่าวต่อ

“มันเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของกิจการ (ที่เราจะทำ) ... เราจะจัดการกับเรื่องนี้เมื่อถึงเวลาที่เราต้องพิจารณา เรามีอำนาจที่จะจัดการได้โดยใช้หมายเรียก”

พวกส.ส.พรรคเดโมแครตซึ่งนั่งอยู่ในคณะกรรมาธิการบริการทางการเงินได้เรียกร้องขอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับดอยช์แบงก์มาระยะหนึ่งแล้วโดยสามารถย้อนหลังไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2017 พวกเขาหยิบยกเหตุผลว่า เนื่องจาก “แบบแผนในการเข้าเกี่ยวข้องพัวพันกับกลอุบายฟอกเงินต่างๆ ซึ่งมีฝ่ายรัสเซียเป็นผู้เข้าร่วมที่สำคัญ (ของธนาคารแห่งนี้) , ความสัมพันธ์อย่างผิดธรรมดากับประธานาธิบดี (ของธนาคารแห่งนี้) , และการละเมิดระเบียบกฎหมายการธนาคารของสหรัฐฯซ้ำแล้วซ้ำอีก (ของธนาคารแห่งนี้)”

ในทันทีที่ทางพรรคเดโมแครตเข้าควบคุมตำแหน่งผู้นำส่วนต่างๆ ในสภาล่าง ก็จะมีอำนาจในการออกหมายเรียก ซึ่งสามารถใช้เพื่อเรียกร้องให้แบงก์จัดส่งเอกสารต่างๆ มาให้ ตลอดจนเพื่อเรียกให้มาให้ปากคำ

แต่การต่อสู้ระหว่างพรรคเดโมแครตกับดอยช์แบงก์จะยังไม่จบสิ้นแค่ตรงนี้หรอก ทาง ส.ส.พรรคนี้ซึ่งนั่งอยู่คณะกรรมาธิการข่าวกรองของสภาผู้แทนราษฎร ก็กำลังตั้งท่าจะใช้อำนาจในการออกหมายเรียกอยู่เช่นกัน และได้ออกรายงานฉบับยาวเหยียดว่าด้วยความผูกพันระหว่างทรัมป์กับรัสเซีย ซึ่งในนั้นครอบคลุมถึงคำถามเกี่ยวกับการเกี่ยวข้องพัวพันของธนาคารแห่งนี้ด้วย

รายงานดังกล่าวของฝ่ายเดโมครตในคณะกรรมาธิการข่าวกรอง มีตอนหนึ่งบอกว่า:

“ประวัติทางการเงินของโดนัลด์ ทรัมป์ นั้นยังคงมีความคลุมเครือ แต่ได้มีข้อกล่าวหาซึ่งน่าเชื่อถือมาอย่างยาวนานทีเดียว เกี่ยวกับการใช้ทรัพย์สินต่างๆ ของทรัมป์เพื่อการฟอกเงิน ทั้งโดยพวก “ออลิการ์ช” (oligarchs มหาเศรษฐีผู้สร้างฐานะขึ้นมาด้วยเส้นสายทางการเมืองและทางธุรกิจ หลังสหภาพโซเวียตล่มสลายและมีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจต่างๆ อย่างขนานใหญ่), พวกอาชญากร, และพวกสมุนบริวารของระบอบปกครองของรัสเซีย นอกจากนั้นยังมีคำถามอันสำคัญยิ่งยวดที่ยังคงไม่มีคำตอบ เกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินกู้ส่วนตัวและเงินกู้ภาคบริษัทของประธานาธิบดีทรัมป์

“ตัวอย่างเช่น ดอยช์แบงก์ ซึ่งถูกสั่งปรับเป็นเงิน 630 ล้านดอลลาร์ในปี 2017 จากการที่ธนาคารเข้าเกี่ยวข้องพัวพันในกลอุบายฟอกเงินของรัสเซียมูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์นั้น คือแหล่งปล่อยเงินกู้อย่างสม่ำเสมอให้แก่ประธานาธิบดีทรัมป์, ธุรกิจต่างๆ ของเขา, และครอบครัวของเขา เรานั้นเพียงแค่เพิ่งเริ่มต้นสำรวจหาความสัมพันธ์ระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับดอยช์แบงก์ และระหว่างธนาคารแห่งนี้กับรัสเซีย”
(ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://democrats-intelligence.house.gov/uploadedfiles/final_-_minority_status_of_the_russia_investigation_with_appendices.pdf)

เป็นอันว่า ทัศนคติแบบมุ่งทำสงครามนั้นบังเกิดขึ้นมาแล้ว เตรียมตัวพบกับการเปิดศึกสู้รบกันเถอะ


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...