xs
xsm
sm
md
lg

สื่อมะกันฟันธง! เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ‘เดโมแครต’ กวาดที่นั่งในสภาล่าง-รีพับลิกันครองวุฒิสภา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เอเจนซีส์ - สื่อฟ็อกซ์นิวส์และเอ็นบีซีเผยคาดการณ์ในศึกเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ซึ่งเปิดฉากขึ้นเมื่อวานนี้ (6 พ.ย.) ระบุพรรคเดโมแครตเกาะกระแสความไม่พอใจในตัวประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กวาดที่นั่งส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎรสำเร็จ เพิ่มโอกาสในการตรวจสอบและขัดขวางวาระต่างๆ ของรัฐบาล ในขณะที่ซีเอ็นเอ็น, เอ็นบีซี และเอบีซีนิวส์ระบุ ทรัมป์ และฝ่ายรีพับลิกันจะคว้าที่นั่งในวุฒิสภาได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม

บรรยากาศของศึกเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้น่าจับตามองเป็นพิเศษ โดยผู้สมัครทั้ง 2 พรรคต่างประชันวิสัยทัศน์กันอย่างดุเดือดทั้งในเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ ปัญหาผู้อพยพ และประเด็นด้านวัฒนธรรมอื่นๆ

เดิมพันในศึกเลือกตั้งคราวนี้คือ 435 ที่นั่งในสภาล่าง, 35 ที่นั่งในวุฒิสภา, และตำแหน่งผู้ว่าการรัฐอีก 36 รัฐ

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาประกาศล่าสุดว่า ผลเลือกตั้งที่ออกมาถือเป็น “ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่” แม้รีพับลิกันจะมีแนวโน้มสูญเสียเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรอย่างแน่นอนแล้วก็ตาม

“ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในคืนนี้ ขอบคุณทุกๆ คน!” ทรัมป์ ทวีตข้อความ

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มองว่าผลออกมานับว่า ‘น่าขมขื่น’ พอสมควรสำหรับทรัมป์ ซึ่งพยายามเดินสายกู้คะแนนนิยมเพื่อศึกเลือกตั้งกลางเทอมที่เป็นเสมือนประชามติตัดสินผลงานของเขาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

เอ็นบีซีนิวส์คาดการณ์ว่าพรรคเดโมแครตจะกวาด ส.ส. ไปได้ถึง 229 ต่อ 206 ที่นั่ง และทวงอำนาจควบคุมสภาล่างกลับคืนมาจากรีพับลิกันได้เป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ขณะที่สื่ออื่นๆ ทำนายตรงกันว่าเดโมแครตจะได้ ส.ส.เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 23 ที่นั่ง ซึ่งเป็นจำนวนขั้นต่ำสำหรับการครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร

การถือเสียงข้างมากในสภาล่างจะช่วยให้พรรคเดโมแครตมีอำนาจตรวจสอบการจ่ายภาษีและผลประโยชน์ทับซ้อนต่างๆ ของทรัมป์ รวมถึงข้อครหาที่ว่าทีมหาเสียงของ ทรัมป์ สมคบรัสเซียแทรกแซงศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2016

เดโมแครตอาจท้าทายจุดยืนของรัฐบาลที่มีต่อซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย และเกาหลีเหนือ รวมถึงขัดขวางการออกกฎหมายเพื่อสนับสนุนคำมั่นสัญญาต่างๆ ของทรัมป์ เช่น งบสร้างกำแพงกั้นเม็กซิโก ร่างกฎหมายลดหย่อนภาษีระลอกสอง และนโยบายการค้าที่สุดโต่ง เป็นต้น

ยิ่งไปกว่านั้น ส.ส. เดโมแครตยังมีสิทธิ์เริ่มต้นกระบวนการถอดถอนประธานาธิบดี (impeachment) หากมีหลักฐานยืนยันว่า ทรัมป์ ขัดขวางกระบวนการยุติธรรม หรือรู้เห็นเป็นใจกับการป่วนเลือกตั้งเมื่อ 2 ปีก่อน แต่หากจะปลด ทรัมป์ ออกจากตำแหน่งก็จะต้องได้เสียงสนับสนุนจากวุฒิสภาเกิน 2 ใน 3 ด้วย

“ขอบคุณทุกคน พรุ่งนี้จะเป็นวันใหม่สำหรับอเมริกา” แนนซี เพโลซี แกนนำเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวต่อผู้สนับสนุนที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. พร้อมรับปากว่า ส.ส.เดโมแครต พร้อมที่จะเดินหน้าตรวจสอบการทำงานของทรัมป์

ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตคว้าชัยในศึกเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐแคนซัสและอื่นๆ อีกอย่างน้อย 3 รัฐ แต่พ่ายแพ้ศึกใหญ่ในรัฐสำคัญอย่างโอไฮโอและฟลอริดา

ส.ว. เท็ด ครูซ จากพรรครีพับลิกันยังคงรั้งเก้าอี้วุฒิสมาชิกรัฐเทกซัสได้เป็นสมัยที่ 2 ขณะที่ เกร็ก เพนซ์ พี่ชายของรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กลับมาทวงตำแหน่ง ส.ส.รัฐอินดีแอนาได้สำเร็จ

ชาวอเมริกันที่สนับสนุนฝ่ายเดโมแครตต่างตบเท้าออกไปใช้สิทธิ์กันอย่างล้นหลาม เพื่อประกาศจุดยืนต่อต้านคำพูดและนโยบายที่สร้างความแตกแยกของทรัมป์ ทั้งในเรื่องผู้อพยพและการสั่งแบนพลเมืองจากประเทศมุสลิม

ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ยังเป็นที่น่าสังเกตว่ามีจำนวน ‘ผู้สมัครหญิง’ มากเป็นประวัติการณ์ โดยส่วนใหญ่เป็นสมาชิกพรรคเดโมแครตที่ไม่ปลื้มนโยบายของทรัมป์

ชาริซ เดวิดส์ (Sharice Davids) และ เด็บ ฮาแลนด์ (Deb Haaland) สองผู้สมัครหญิงจากพรรคเดโมแครต สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นสตรีอเมริกันพื้นเมืองกลุ่มแรกที่ได้รับเลือกเข้าสู่สภาคคองเกรส ขณะที่ อิลฮาน โอมาร์ (Ilhan Omar) ซึ่งเป็นอดีตผู้ลี้ภัยจากซีเรีย และ ราชิดา ทเลบ (Rashida Tlaib) ซึ่งเป็นลูกหลานผู้อพยพปาเลสไตน์ ก็เป็นสตรีมุสลิม 2 คนแรกที่คว้าตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้สำเร็จเช่นกัน

ผลเลือกตั้งที่ออกมาจะทำให้พรรคเดโมแครตคุมเสียงในสภาล่างตั้งแต่เดือน ม.ค. เป็นต้นไป และส่งผลให้มีการปรับดุลอำนาจในวุฒิสภาที่รีพับลิกันยังครองเสียงข้างมาก ซึ่งบททดสอบครั้งนี้อาจจะทำให้ ทรัมป์ ต้องยอมผ่อนปรนนโยบายสุดโต่งบางอย่างลง และหันมาผลักดันร่างกฎหมายที่ทั้ง 2 พรรคเห็นพ้องต้องกัน เช่น โครงการฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค หรือการควบคุมราคายา เป็นต้น
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...