xs
xsm
sm
md
lg

มะกันเริ่มแซงก์ชัน'ครั้งรุนแรงที่สุด' อิหร่านลั่นขายน้ำมันต่อมั่นใจเอาอยู่

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

<i>ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ของอิหร่าน (กลาง) เข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีในกรุงเตหะราน เมื่อวันจันทร์ (5 พ.ย.) ในภาพที่เผยแพร่โดยสำนักประธานาธิบดีอิหร่าน  ทั้งนี้รูฮานีกล่าวปราศรัยถ่ายทอดทีวีในวันเดียวกันว่า อิหร่านจะสามารถผ่านพ้นการแซงก์ชั่นที่ผิดกฎหมายและไร้เหตุผลของสหรัฐฯไปได้ </i>
เอเจนซีส์ – มาตรการของสหรัฐฯในการแซงก์ชันน้ำมันและการเงินอิหร่านครั้งรุนแรงที่สุด มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันจันทร์ (5 พ.ย.) ในความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อกดดันบีบคั้นให้เตหะราน ต้องยินยอมอ่อนข้อจำกัดโครงการขีปนาวุธและนิวเคลียร์ให้มากไปกว่าที่ได้ตกลงไว้กับนานาชาติ รวมทั้งต้องยุติขยายอิทธิพลทางทหารและการเมืองในตะวันออกกลาง ด้านผู้นำอิหร่านยันเดินหน้าขายน้ำมันต่อ มั่นใจสามารถผ่านพ้นสงครามเศรษฐกิจของมหาอำนาจขี้รังแกได้

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเท่ากับเป็นการฟื้นมาตรการแซงก์ชันที่ยกเลิกไป ภายหลังมีการจัดทำข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านเมื่อปี 2015 ระหว่างเตหะรานกับ 6 ชาติมหาอำนาจ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือสหรัฐฯในยุคคณะบริหารของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา แต่ข้อตกลงฉบับนี้ถูกทรัมป์ วิพากษ์วิจารณ์ว่า “เลวร้ายที่สุด” เท่าที่อเมริกาเคยเจรจามา

เมื่อเดือนพฤษภาคมทรัมป์ประกาศถอนตัวจากข้อตกลงดังกล่าว ขณะที่ประเทศภาคีอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี จีน และรัสเซีย ต่างคัดค้านและพยายามรักษาการค้ากับเตหะรานเอาไว้ แต่ไม่สามารถโน้มน้าวพวกบริษัทเอกชนให้ลุกขึ้นมาขัดขืนแรงกดดันของอเมริกาได้ ผลลัพธ์คือบรรษัทข้ามชาติส่วนใหญ่ที่ค้าขายกับอิหร่านหลังข้อตกลงปี 2015 มีผลบังคับใช้ ต่างประกาศแผนถอนธุรกิจจากสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงโทเทล เปอโยต์ และเรโนลต์ ของฝรั่งเศส ตลอดจนซีเมนส์ของเยอรมนี

ในวันอาทิตย์ (4) รัฐมนตรีต่างประเทศไมค์ พอมเพโอ ของสหรัฐฯประกาศว่า มาตรการแซงก์ชันครั้งใหม่จะมีความรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบังคับใช้กับอิหร่าน และจะส่งผลกับประเทศที่สามที่ทำธุรกิจกับอิหร่านโดยตรง

เมื่อถูกถามว่า อเมริกาได้รับคำยืนยันจากอินเดียและจีนว่า จะหยุดสั่งซื้อน้ำมันจากอิหร่านภายใน 6 เดือนหรือไม่ พอมเพโอตอบว่า ต้องคอยดูกันต่อไป อย่างไรก็ดี ขณะนี้อเมริกาสามารถสกัดการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านได้มากกว่าครั้งใดๆ ในประวัติศาสตร์
<i>ประชาชนอิหร่านออกมาชุมนุมกันในวันอาทิตย์  (4 พ.ย.) ระลึกวันครบรอบปีของการเข้ายึดสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯในกรุงเตหะราน เมื่อปี 1979 </i>
ที่ได้รับการยกเว้นจากมาตรการแซงก์ชันของอเมริกาเพื่อป้องกันไม่ให้ราคาน้ำมันดิบผันผวน โดยมีเงื่อนไขว่า ประเทศเหล่านี้จะนำค่าน้ำมันไปฝากไว้ในบัญชีดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาแทนการจ่ายให้อิหร่านโดยตรง

วอชิงตันระบุว่า ซาอุดีอาระเบียจะจัดหาน้ำมันป้อนตลาดโลกชดเชยส่วนที่ขาดหายไปจากอิหร่าน

การฟื้นมาตรการแซงก์ชันครั้งนี้มีขึ้นหนึ่งวันก่อนที่อเมริกาจะจัดการเลือกตั้งกลางเทอม โดยทรัมป์กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ระหว่างตระเวนช่วยสมาชิกพรรครีพับลิกันหาเสียงในเทนเนสซีว่า นโยบายการเพิ่มความกดดันอิหร่านในระดับสูงสุดกำลังผลิดอกออกผล

“อิหร่านวันนี้เป็นคนละประเทศกับตอนที่ผมเข้ารับตำแหน่งเมื่อสองปีที่แล้ว ตอนนั้นสิ่งที่พวกเขาต้องการคือครอบครองตะวันออกกลางทั้งหมด แต่ขณะนี้พวกเขาต้องการแค่ความอยู่รอดเท่านั้น”

ส่วนที่อิหร่าน เมื่อวันอาทิตย์ (4) ประชาชนหลายพันคนตะโกนสาปแช่งอเมริกา พร้อมเผาธงชาติอเมริกันและเงินดอลลาร์จำลอง ระหว่างการชุมนุมรำลึกเหตุการณ์การยึดสถานเอกอัครราชทูตอเมริกันในช่วงการปฏิวัติอิสลามปี 1979
<i>ชาวอิหร่านเผาธงชาติอเมริกัน ระหว่างการชุมนุมในกรุงเตหะรานเมื่อวันอาทิตย์ (4 พ.ย.) </i>
ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ปราศรัยถ่ายทอดทางทีวีเมื่อวันจันทร์ (5) ว่า อิหร่านจะผ่านพ้นมาตรการแซงก์ชันผิดกฎหมายและไร้เหตุผลเนื่องจากขัดต่อกฎระเบียบสากลเช่นนี้ ไปได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

เขาสำทับว่า อิหร่านกำลังอยู่กลางสงครามเศรษฐกิจที่ต้องเผชิญหน้ากับมหาอำนาจที่พยายามใช้อำนาจข่มเหงรังแก

“ผมไม่คิดว่า ในประวัติศาสตร์อเมริกันเคยมีผู้ชนะการเลือกตั้งได้เข้าสู่ทำเนียบขาวที่ละเมิดกฎหมายและสนธิสัญญาระหว่างประเทศเท่าขณะนี้มาก่อน”

รูฮานีแจงว่า เตหะรานจะยังคงขายน้ำมันเพื่อต่อต้านมาตรการแซงก์ชันของอเมริกาต่อไปผ่านภาคพลังงานและการธนาคารที่แข็งแกร่งของประเทศ

เขายังเตือนว่า ไม่ใช่มีเพียงเตหะรานเท่านั้นที่ไม่พอใจนโยบายของวอชิงตัน แต่ยังรวมถึงบริษัทและรัฐบาลในยุโรป และว่า ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติที่นิวยอร์กเดือนกันยายนที่ผ่านมา มี 4 ชาติติดต่อขอเป็นตัวกลางในการเจรจา แต่เขาปฏิเสธและยืนยันว่า อเมริกาต้องทำตามข้อตกลงเดิมก่อน อิหร่านจึงจะยอมเจรจาเงื่อนไขใหม่ด้วย


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...