xs
xsm
sm
md
lg

ทรัมป์จวกซาอุฯ“อัปยศ”ซุกคดีฆ่าคาช็อกกี ผอ.ซีไอเอถึงตุรกีขอฟังเทปเสียงนาทีสังหาร

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รอยเตอร์ – ทรัมป์วิจารณ์ซาอุฯ ปิดบังคดีสังหารคาช็อกกีอย่างน่าอัปยศ ด้านพอมเพโอประกาศเพิกถอนวีซ่าผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ 21 คน นอกจากนั้นยังมีข่าวว่าผู้อำนวยการซีไอเอเดินทางไปตุรกีและขอฟังเทปเสียงที่บันทึกเหตุการณ์การทรมานคาช็อกกีจนกระทั่งเสียชีวิต

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์นักข่าวเมื่อวันอังคาร (23 ต.ค.) ว่าการสังหาร จามาล คาช็อกกี คอลัมนิสต์ชาวซาอุฯ เป็นฝีมือเจ้าหน้าที่ซาอุฯ การพยายามปกปิดถือเป็นความอัปยศอดสูอย่างร้ายกาจ เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก

ผู้นำสหรัฐฯ เสริมว่า ได้คุยกับมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซาลมาน เมื่อวันจันทร์ (22 ต.ค.) ซึ่งรัชทายาทซาอุฯ ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว พร้อมระบุจะหารือกับรัฐสภาว่า อเมริกาควรจัดการคดีคาช็อกกีอย่างไร

คาช็อกกีลี้ภัยไปอยู่อเมริกาตั้งแต่ปีที่แล้ว และเขียนคอลัมน์ลงในหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ส่วนใหญ่วิจารณ์นโยบายของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด

ที่ผ่านมาทรัมป์แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ในหลากหลายอารมณ์ เริ่มจากขู่ริยาดห์ว่า จะต้องรับผลร้ายแรงมาก ซึ่งอาจรวมถึงการลงโทษทางเศรษฐกิจ ก่อนหันมาประนีประนอมพร้อมตอกย้ำความสำคัญของซาอุฯ ในฐานะพันธมิตรต่อต้านอิหร่านและกลุ่มก่อการร้าย อีกทั้งยังเป็นลูกค้าอาวุธรายใหญ่

ประมุขทำเนียบขาวไม่ได้ระบุว่า ใครเป็นผู้สั่งเก็บคาช็อกกี ถึงกระนั้น ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เผยว่า สั่งเพิกถอนวีซาหรือตัดสิทธิ์การขอวีซาเดินทางเข้าอเมริกาของเจ้าหน้าที่รัฐบาลและหน่วยข่าวกรองซาอุฯ 21 คนที่เชื่อว่า เกี่ยวข้องกับการฆ่าคาช็อกกี

พอมเพโอยังบอกอีกว่า กระทรวงต่างประเทศกำลังพิจารณาว่า ควรดำเนินมาตรการลงโทษเพิ่มเติมอีกหรือไม่

ทั้งนี้ คดีการหายตัวไปของคาช็อกกีเริ่มคลี่คลายเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากซาอุฯ เลิกยืนกรานว่า ไม่รู้ไม่เห็นและยอมรับว่า คอลัมนิสต์วัย 59 ปีผู้นี้เสียชีวิตจากการต่อสู้ในสถานกงสุล และโยนความผิดให้เจ้าหน้าที่แตกแถว มิหนำซ้ำยังบอกไม่รู้ว่าศพคาช็อกกีอยู่ที่ไหน กลายเป็นวิกฤตความน่าเชื่อถือของริยาดห์ในสายตาตะวันตกและนานาชาติ

หลังจากนั้นซาอุฯ เผยว่า ได้จับกุมประชาชน 18 คน และปลดเจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐบาล 5 คน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนคดีการเสียชีวิตของคาช็อกกี หนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่ถูกปลดคือ ซาอุด อัล-กาห์ตานี ผู้ช่วยระดับสูงที่ดูแลโซเชียลมีเดียให้เจ้าชายโมฮัมเหม็ด โดยแหล่งข่าวในแวดวงข่าวกรองเผยว่า กาห์ตานีสั่งฆ่าคาช็อกกีทางสไกป์

นอกจากนั้นภายหลังการประชุมรัฐมนตรีซาอุฯ ที่มีกษัตริย์ซาลมานเป็นประธาน ยังมีการแถลงว่า จะนำตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสังหารคาช็อกกีทั้งหมด รวมทั้งผู้ที่ล้มเหลวในการปฏิบัติหน้าที่มาลงโทษ ไม่ว่าบุคคลผู้นั้นจะเป็นใครก็ตาม

ทางด้านแหล่งข่าวในหน่วยข่าวกรองตุรกีระบุว่า หลังจากเดินเข้าไปในสถานกงสุลซาอุฯ ในเมืองอิสตันบุลของตุรกี คาช็อกกีถูกจับโดยสายลับซาอุฯ 15 คนที่เดินทางด้วยเครื่องบิน 2 ลำไปถึงอิสตันบุลก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมง

ขณะเดียวกัน ระหว่างแถลงต่อรัฐสภาตุรกีเมื่อวันอังคาร ประธานาธิบดี เรเจป ตายยิป แอร์โดอัน แสดงความหวังว่า รัฐบาลซาอุฯ จะเปิดโปงและลงโทษผู้เกี่ยวข้องในการสังหารคาช็อกกีทั้งหมดจากระดับทำงานจนถึงผู้สั่งการสูงสุด

ผู้นำอังการาระบุว่า ทีมนักฆ่าวางแผนสังหารตั้งแต่คาช็อกกีเดินทางไปยังสถานกงสุลซาอุฯ ในอิสตันบุลเมื่อวันที่ 28 กันยายน เพื่อขอรับเอกสารสำหรับการแต่งงาน แต่ได้รับแจ้งว่า สถานกงสุลต้องรวบรวมเอกสารและให้มาติดต่อใหม่ในภายหลัง

หนึ่งวันก่อนที่คาช็อกกีเสียชีวิต สายลับซาอุฯ เดินทางถึงอิสตันบุลและเริ่มออกสำรวจสถานที่ต่างๆ ซึ่งรวมถึงป่าเบลกราดใกล้อิสตันบุล และเมืองยาโลวา นอกจากนั้นในวันที่คาช็อกกีเดินทางเข้าในสถานกงสุล ฮาร์ดดิสก์ของระบบรักษาความปลอดภัยในอาคารดังกล่าวได้ถูกถอดออก

อย่างไรก็ตาม แอร์โดอันไม่ได้พาดพิงถึงเจ้าชายโมฮัมเหม็ดที่สมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ บางคนเชื่อว่า เป็นผู้สั่งเก็บคาช็อกกี รวมทั้งไม่ได้เอ่ยถึงเทปเสียงที่สื่อตุรกีรายงานว่า บันทึกไว้ขณะที่คาช็อกกีถูกทรมานจนตาย

ขณะเดียวกัน ซีเอ็นเอ็นเติร์กรายงานว่า เจ้าหน้าที่สอบสวนตุรกีค้นรถของสถานกงสุลซาอุฯ ซึ่งจอดทิ้งในที่จอดรถแห่งหนึ่งในอิสตันบุล และพบกระเป๋าเดินทาง 2 ใบ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่า มีอะไรอยู่ในกระเป๋า

นอกจากนี้แหล่งข่าววงใน 4 คนเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า จีนา แฮสเปล ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (ซีไอเอ) ได้เดินทางไปตุรกีเพื่อสอบสวนคดีคาช็อกกี และได้ขอฟังเทปเสียงการทรมานคอลัมนิสต์ผู้นี้
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...