xs
xsm
sm
md
lg

'เฮลีย์'ทูตUNหญิงแกร่งยื่นใบลาออก ทำเนียบขาวป่วน-ยันจะไม่ลงแข่ง'ทรัมป์'

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จับมือกับ นิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชาติ ที่ห้องทำงานรูปไข่ ของทำเนียบขาวเมื่อวันอังคาร (9 ต.ค.) ระหว่างร่วมกันแถลงข่าวเรื่องเฮลีย์ขอลาออกจากตำแหน่งนี้โดยมีผลสิ้นปีนี้
เอพี/เอเจนซีส์ - คณะบริหารอลเวงของโดนัลด์ ทรัมป์ เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญอีกครั้ง เมื่อ นิกกี เฮลีย์ ประกาศลาออกกะทันหันจากตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำยูเอ็นโดยมีผลสิ้นปีนี้ กระตุ้นให้เกิดคำถามเกี่ยวกับเสถียรภาพของทีมทรัมป์ รวมถึงความทะเยอทะยานทางการเมืองของนักการทูต/นักการเมืองหญิงฝีปากกล้าผู้นี้ แม้เจ้าตัวยืนยันไม่มีแผนลงเลือกตั้งชิงทำเนียบขาวสมัยหน้า ขณะเดียวกัน อิวองกา ทรัมป์ ทวิตปฏิเสธข่าวลือผู้เป็นพ่อจ่อยกตำแหน่งทูตยูเอ็นให้

บรรดาชาติพันธมิตรของอเมริกาตลอดจนถึงสมาชิกรัฐสภาสังกัดรีพับลิกันหลายคนที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการต่างประเทศ ต่างประหลาดใจกับข่าวนี้ ซึ่งมีขึ้นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯไม่ถึงเดือน ส่งผลให้ภาพลักษณ์ความมีเสถียรภาพที่ทำเนียบขาวพยายามสร้างขึ้นต้องกลับสั่นคลอนอีก เนื่องจากเป็นการสูญเสียหนึ่งในเจ้าหน้าที่สตรีที่มีตำแหน่งสูงสุดในคณะบริหาร ขณะที่รีพับลิกันต้องการคะแนนเสียงจากผู้หญิงสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม เฮลีย์ อดีตผู้ว่าการเซาท์แคโรไลนา ขึ้นชื่อว่า เป็นหนึ่งในสมาชิกของคณะบริหารชุดนี้ที่เดาใจยากและเป็นตัวของตัวเองสูง หลายครั้งที่เธอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญของโลกแตกต่างสุดขั้วจากทรัมป์ที่ฝักใฝ่ลัทธิโดดเดี่ยวตัวเอง

เฮลีย์ประกาศการตัดสินใจนี้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มในห้องทำงานรูปไข่ร่วมกับประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อวันอังคาร (9) พร้อมสยบข่าวลือโดยเป็นผู้พูดเองว่า ไม่มีแผนลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2020 และจะสนับสนุนทรัมป์ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า เธอบอกเป็นนัยในจดหมายลาออกว่า ต้องการไปทำงานในภาคเอกชน ขณะที่สื่อบางสำนักระบุว่า เธอมีหนี้สินก้อนโตที่ต้องรับผิดชอบ

ขณะเดียวกัน เมื่อถูกผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดจึงรีบประกาศข่าวนี้ทั้งที่เฮลีย์จะอยู่ในตำแหน่งจนถึงสิ้นปี ทรัมป์กลับเฉไฉสาธยายผลงานสำคัญของเฮลีย์ในสหประชาชาติ เช่น การจัดการวิกฤตอิหร่านและเกาหลีเหนือ

แม้เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวพยายามระงับความปั่นป่วนจากกระแสการลาออกในหมู่สมาชิกคณะบริหารในช่วงใกล้ๆ การเลือกตั้งวันที่ 6 เดือนหน้า โดยได้เรียกร้องตั้งแต่เมื่อหลายเดือนที่แล้วขอให้บรรดาผู้ช่วยในคณะบริหารตัดสินใจลาออกไปตั้งแต่ตอนนั้นเลย หรือไม่ก็อยู่ต่อจนผ่านการเลือกตั้งไปก่อน แต่แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงหลังการเลือกตั้งยังคงคุกรุ่นในเวสต์วิง (ส่วนที่เป็นออฟฟิศที่ทำงานในทำเนียบขาว) และเจ้าหน้าที่อาวุโสคนหนึ่งในคณะบริหารแย้มว่า การลาออกของเฮลีย์เป็นประเด็นที่มีการหารือกันมาระยะหนึ่งแล้ว

เจ้าหน้าที่หลายคนคาดว่า จังหวะเวลาในการประกาศการตัดสินใจนี้ก็เพื่อปกป้องอนาคตทางการเมืองของเฮลีย์เอง เนื่องจากตำแหน่งในคณะบริหารของทรัมป์ตอนนี้กลายเป็นความเสี่ยงทั้งสำหรับการโยกย้ายไปทำงานในภาคเอกชนหรือความหวังในการไต่เต้าตำแหน่งทางการเมืองที่สูงขึ้น และความเสี่ยงนี้ยิ่งสูงขึ้นถ้าเดโมแครตได้ที่นั่งในสภาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

ทรัมป์กล่าวว่า เฮลีย์คุยเรื่องลาออกตั้งแต่หกเดือนก่อน โดยที่เจ้าหน้าที่อาวุโสในคณะบริหารคนเดิมตั้งข้อสังเกตว่า การหารือครั้งนั้นเกิดขึ้นพร้อมๆ กับการแต่งตั้งไมค์ พอมเพโอ เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ และจอห์น โบลตัน เป็นที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ หลังจากนั้นเฮลีย์เคยแสดงความไม่พอใจที่ความคิดเห็นของเธอกลายเป็นอากาศ เนื่องจากทั้งพอมเพโอและโบลตันกลายเป็นตัวแทนนโยบายระหว่างประเทศที่ก้าวร้าวของทรัมป์

นอกจากนั้น เมื่อหกเดือนที่แล้วยังเป็นช่วงเดียวกับที่เฮลีย์กระทบกระทั่งรุนแรงกับทำเนียบขาว หลังจากที่เธอทำให้ทรัมป์ไม่พอใจด้วยการให้สัมภาษณ์ทางทีวีเกี่ยวกับแผนการแซงก์ชันรัสเซียรอบใหม่ แต่เมื่อไม่มีการบังคับใช้มาตรการลงโทษอย่างที่เฮลีย์ให้สัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวแก้ต่างว่า มีการเปลี่ยนแผนโดยไม่ได้บอกกล่าวเฮลีย์ และแลร์รี คุดโลว์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจของทำเนียบขาว เผยว่า เฮลีย์ไม่พอใจ แม้เจ้าตัวจะออกมาปฏิเสธห้วนๆ ในเวลาต่อมาว่า ไม่ได้ขุ่นเคืองก็ตาม
(แฟ้มภาพ) ภาพเมื่อครั้งที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ(ซ้าย) นั่งเคียงข้างหารือกับ  นิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชาติ ระหว่างร่วมประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติครั้งที่ 73 ในนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา
เฮลีย์ นั้นเป็นบุตรสาวของผู้อพยชาวอินเดียที่เคยวิจารณ์ทรัมป์ระหว่างการเลือกตั้งปี 2016 ก่อนจะกลับกลายมาเป็นตัวแทนนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” ของทรัมป์ในสหประชาชาติ หลังจากได้รับแต่งตั้งดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำยูเอ็นในเดือนพฤศจิกายน 2016 ทั้งนี้นอกจากเธอต้องจัดการให้อเมริกาถอนตัวจากโครงการต่างๆ ของยูเอ็นแล้ว เฮลีย์ยังมีบทบาทสำคัญมากในการรับมือกระแสต่อต้านอเมริกาและอิสราเอล รวมทั้งการผลักดันญัตติยกระดับมาตรการแซงก์ชันเกาหลีเหนือ 3 ครั้งติดกันในคณะมนตรีความมั่นคง ซึ่งคณะบริหารทรัมป์อ้างว่า เป็นกุญแจสำคัญบีบให้คิม จองอึน ยอมเจรจา

ก่อนทำหน้าที่ตัวแทนของอเมริกาในยูเอ็น เฮลีย์ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าการหญิงคนแรกของเซาท์แคโรไลนา และได้รับเลือกอีกสมัยในปี 2014 ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วที่เธอแสดงตัวเป็นปากเสียงมุ่งปกป้องรักษาผลประโยชน์ของอิสราเอล แล้วเมื่อไปทำงานที่ยูเอ็นแล้ว เธอก็กล่าวหาว่ายูเอ็นมีอคติต่ออิสราเอล และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญคนหนึ่งในการผลักดันให้สหรัฐฯตัดสินใจย้ายสถานเอกอัครรราชทูตประจำรัฐยิว จากกรุงเทลอาวีฟไปที่นครเยรูซาเลม

ในอังคาร (9) ระหว่างอยู่บนเครื่องแอร์ ฟอร์ซ วัน ทรัมป์บอกกับนักข่าวว่า กำลังพิจารณาตัวเก็ง 5 คนที่จะมาแทนเฮลีย์ และจะประกาศชื่อภายใน 2-3 สัปดาห์หรืออาจเร็วกว่านั้น ในจำนวนนี้มีไดนา พาวเวลล์ อดีตผู้ช่วยที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติรวมอยู่ด้วย

ผู้นำสหรัฐฯ ยังบอกอีกว่า ได้ยินข่าวว่า อิวองกา ลูกสาวของตนเอง ติดโผด้วย ก่อนสำทับว่า ถ้าเลือกอิวองกาคงถูกกล่าวหาว่า เล่นพรรคเล่นพวกอีก

ขณะเดียวกัน อิวองกาทวิตชื่นชมเฮลีย์ และว่า ทรัมป์จะเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำยูเอ็นเร็วๆ นี้ ซึ่งไม่ใช่เธอแน่นอน


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...