xs
xsm
sm
md
lg

คอลัมน์นอกหน้าต่าง: IMFเปิดประชุมรับมือแรงเขย่ารุนแรงของเศรษฐกิจโลก ณ แดนอิเหนาที่กำลังเผชิญภัยพิบัติแผ่นดินไหว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

<i>ภาพที่เผยแพร่โดยไอเอ็มเอฟเมื่อวันอาทิตย์ (7 ต.ค.) แสดงให้เห็น กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คริสทิน ลาการ์ด (ซ้าย) และรัฐมนตรีอาวุโสของอินโดนีเซีย ลูฮัต บินซาร์ ปันไจตัน (ขวา) กำลังยกปะการังแตกหักที่พวกเขาช่วยกันซ่อมช่วยกันผูกจนเสร็จแล้ว เพื่อนำไปลงน้ำ ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูแนวปะการังใต้ทะเลที่กำลังถูกคุกคาม  ทั้งนี้เป็นกิจกรรมก่อนเริ่มการประชุมประจำปีไอเอ็มเอฟ-ธนาคารโลก ที่ เมืองนูซาดัว บนเกาะบาหลีประเทศอินโดนีเซีย </i>
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จัดการประชุมประจำปีในสัปดาห์นี้ที่อินโดนีเซีย ซึ่งประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวครั้งแล้วครั้งเล่า ขณะที่ไอเอ็มเอฟเองก็เผชิญงานหนักหนาสาหัสในการหาวิธีรับมือแรงเขย่าสะเทือนของเศรษฐกิจโลก ไม่ว่าจะเป็นลัทธิกีดกันการค้าซึ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หรือพวกตลาดเกิดใหม่ก็ดูอ่อนแอมีสภาพน่าห่วงกังวล และระดับหนี้สินพุ่งปริ๊ดทำลายสถิติใหม่

การประชุมประจำปี (หรือก็คือการประชุมภาคฤดูใบไม้ร่วง) ของไอเอ็มเอฟและเวิลด์แบงก์คราวนี้ กำหนดจัดขึ้นที่เกาะบาหลี ตั้งแต่วันอังคาร (9 ต.ค.) ไปจนถึงวันอาทิตย์ (14) คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 32,000 คน ซึ่งมีทั้งบรรดารัฐมนตรีคลังและนายธนาคารกลางจาก 180 ชาติ

เกาะบาหลี อันเป็นเกาะพักผ่อนตากอากาศขึ้นชื่อ ตั้งอยู่ห่างออกไป 1,125 กิโลเมตร จากเมืองปาลู เมืองใหญ่ในเกาะสุลาเวสี ซึ่งถูกถล่มเสียหายอย่างรุนแรงจากแผ่นดินไหวใหญ่และคลื่นสึนามิเมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตไปมากกว่า 1,500 คน และยังมีคนที่สูญหายอีก 1,000 คน

ถึงแม้ตั้งอยู่ห่างกันไกลทีเดียว แต่ทางคณะผู้จัดงานของเจ้าภาพอินโดนีเซียก็ถือเรื่องการรักษาความปลอดภัยเป็นเรื่องใหญ่ที่จะตระเตรียมให้พรักพร้อม

อันที่จริงแล้ว เกาะบาหลีเองก็เผชิญกับภัยภูเขาไฟปะทุอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ขณะที่เกาะลอมบ็อก ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน ประสบภัยแผ่นดินไหวที่คร่าชีวิตผู้คนไปหลายๆ ระลอกในปีนี้

ถ้าธรณีเกิดจะพิโรธขึ้นมาในระหว่างการประชุมแล้ว ทางการอินโดนีเซียแนะนำให้พวกผู้เข้าร่วมงานอยู่แต่ภายในศูนย์การประชุม ซึ่งเฉกเช่นเดียวกับโรงแรมจำนวนมากในบาหลี ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวเช่นนี้ได้

หรือในกรณีที่มีความเสี่ยงจะเกิดคลื่นใต้น้ำสึนามิถาโถมขึ้นฟัง ก็มีแผนการอพยพผู้เข้าร่วมการประชุมไปยังอาคารใกล้เคียงที่มีความปลอดภัย

อย่างไรก็ดี จุดโฟกัสของการประชุมคราวนี้ย่อมเป็นเรื่องการหาหนทางหลบเลี่ยงและรับมือกับภัยพิบัติทางเศรษฐกิจ มากกว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติอยู่แล้ว

ทั้งนี้สงครามการค้าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯเปิดฉากขึ้นมา โดยพุ่งเป้าเล่นงานประเทศจีน รวมทั้งเขายังมีข้อพิพาทกับพวกพันธมิตรอย่างเช่นสหภาพยุโรป ไปจนถึงเม็กซิโก แคนาดา และกระทั่งญี่ปุ่น คือเรื่องหลักที่กำลังก่อให้เกิดความวิตกกังวล

การพิพาทเหล่านี้เป็นสาเหตุทำให้มีการใช้มาตรการแบบลัทธิกีดกันการค้าแพร่กระจายออกไปในระยะไม่กี่เดือนหลังๆ มานี้ ซึ่งกำลังเป็นตัวถ่วงการค้าระหว่างประเทศหนักอึ้งมากขึ้นเรื่อยๆ

ทรัมป์ได้ประกาศขึ้นภาษีศุลกากรเอากับสินค้านำเข้าจากจีนรวมเป็นมูลค่าปีละ 250,000 ล้านดอลลาร์ไปแล้ว โดยเหตุผลที่อ้างกันคือเพื่อบีบคั้นปักกิ่งให้เปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าที่เขาระบุว่าไม่เป็นธรรม รวมทั้งยุติพฤติการณ์โจรกรรมเทคโนโลยีอเมริกัน ทว่านักวิเคราะห์ทั่วโลกต่างมองกันว่า มันเป็นความพยายามที่จะสกัดกั้นขีดวงปิดล้อมจีนไม่ให้ก้าวทะยานขึ้นท้าทายสหรัฐฯ ในการเป็นมหาอำนาจผู้มีอิทธิพลบารมีครอบงำโลก

ทางด้านปักกิ่งได้ตอบโต้ด้วยการขึ้นพิกัดอัตราศุลกากรจากสินค้าสหรัฐฯซึ่งนำเข้าแดนมังกร รวมเป็นมูลค่า 110,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี

วอชิงตันยังได้ขึ้นภาษีศุลกากรอย่างแรงจากผลิตภัณฑ์เหล็กกล้า, อลูมิเนียม, เครื่องซักผ้า, และแผงวงจรพลังแสงอาทิตย์ และทำให้ถูกตอบโต้จากทั้งแคนาดา, เม็กซิโก, จีน, และประเทศอื่นๆ
<i>หน่วยทหารของอินโดนีเซียเข้าแถวเมื่อวันอาทิตย์ (7 ต.ค.) ระหว่างการฝึกความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยสำหรับการประชุมประจำปีของไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์ ที่เมืองนูซาดัว บนเกาะบาหลี </i>
ทำนองเดียวกับองค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ซึ่งได้ลดตัวเลขพยากรณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกลงมาเหลือ 3.7% สำหรับปี 2018 คริสทีน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการของไอเอ็มเอฟ ก็ได้ส่งสัญญาณว่า ทางกองทุนจะตัดลดการคาดการณ์ของตนลงจากที่ได้เคยให้ไว้ล่าสุดก่อนหน้านี้คือเมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ระดับ 3.9%

หลังจากส่งเสียงเตือนภัยมาตลอดช่วงสองสามปีหลังๆ นี้ในเรื่องที่ว่าเศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญภัยคุกคามด้านต่างๆ ลาการ์ดได้ออกมาพูดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า “ความเสี่ยงเหล่านี้บางอย่างบางประการได้เริ่มต้นกลายเป็นความจริงขึ้นมาแล้ว” และ “มีสัญญาณหลายประการแสดงให้เห็นว่าอัตราการเติบโตของโลกได้เข้าสู่ช่วงที่จะเจริญเติบโตเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีการเติบโตเลย”

เธอระบุว่า ลัทธิกีดกันการค้าซึ่งทำให้มีการตั้งกำแพงสกัดกั้นการค้าเพิ่มมากขึ้น กำลังทำให้การค้าชะลอตัว และส่งผลต่อเนื่องให้การลงทุนและการผลิตย่ำแย่ไปด้วยเนื่องจากมีปัจจัยความไม่แน่นอนเพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนั้นเธอยังกล่าวย้ำคำเตือนในเรื่องที่ว่าระดับหนี้สินกำลังพุ่งสูง โดย “ไปถึงระดับ 182 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว ซึ่งถือเป็นระดับสูงทำสถิติใหม่ และสูงขึ้นมาเกือบๆ 60% ทีเดียวจากใน (ตอนก่อนวิกฤตภาคการเงินทั่วโลก) ปี 2007”

สภาพเช่นนี้ทำให้เกิดความกังวลกันเกี่ยวกับพวกประเทศตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ ซึ่งมีหนี้สินนอกประเทศในระดับสูงลิ่ว ประเทศเหล่านี้จะถูกบีบคั้นหนักหน่วงมากขึ้นอย่างแน่นอน ในเมื่อธนาคารกลางสหรัฐฯกำลังอยู่ในโหมดที่จะขยับขึ้นดอกเบี้ย แล้วพวกนักลงทุนทั้งหลายก็น่าที่จะถอนตัวออกจากตลาดเหล่านี้เพื่อไปหาแหล่งซึ่งมีผลตอบแทนสูงกว่า

อาร์เจนตินากับตุรกี คือตัวอย่างของชาติเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่รายสำคัญ ซึ่งถูกเล่นงานด้วยปัญหาต่างๆ เหล่านี้แล้ว จนทำให้สกุลเงินตราของพวกเขามีมูลค่าตกฮวบฮาบ และบีบคั้นให้อาร์เจนตินาต้องวิ่งโร่ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินเพิ่มเติมจากไอเอ็มเอฟ

ทั้งนี้ เมื่อเร็วๆ นี้ ไอเอ็มเอฟตกลงให้เพิ่มความช่วยเหลือเช่นนี้แก่บัวโนสไอเรส จาก 7,000 ล้านดอลลาร์ เป็น 57,000 ล้านดอลลาร์ โดยแลกเปลี่ยนกับการที่อาร์เจนตินาต้องยอมดำเนินการปฏิรูปนโยบายทางเศรษฐกิจที่เข้มงวดต่างๆ เรื่องนี้ผ่านการพิจารณาจากฝ่ายบริหารของไอเอ็มเอฟแล้วแต่ยังต้องรอการอนุมัติของคณะกรรมการบริหารของกองทุนอีกชั้นหนึ่ง

นักวิชาการและผู้สังเกตการณ์หลายราย เป็นต้นว่า โมนิกา เดอ โบลเล นักเศรษฐศาสตร์แห่งสถาบันปีเตอร์สันเพื่อเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานคลังสมองที่ตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตัน ชี้ว่า บราซิลก็น่าที่จะเจอปัญหาตลาดปั่นป่วนผันผวนโดยอาจจะเกิดขึ้นในปีหน้า เช่นเดียวกับแอฟริกาใต้ก็อาการไม่สู้ดี

“เรื่องนี้ไม่ใช่จะจบลงได้อย่างสวยๆ” เดอ โบลเล กล่าวโดยหมายถึงทิศทางอนาคตของพวกตลาดเกิดใหม่

อีกเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นที่กังวลห่วงใยกัน ได้แก่การที่เศรษฐกิจจีนซึ่งเวลานี้ทำหน้าที่เป็นหัวรถจักรสำคัญในการฉุดลากขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก จะเกิดการชะลอตัวอย่างแรงท่ามกลางสงครามการค้า และทำให้เกิดผลพวงต่อเนื่องติดตามมาอย่างกว้างขวาง

ระหว่างการประชุมประจำปีของไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์ ที่บาหลีคราวนี้ ทางรัฐมนตรีคลังของกลุ่ม จี20 (กลุ่ม 20 ระบบเศรษฐกิจรายใหญ่ของโลก) ก็มีกำหนดนัดหมายประชุมข้างเคียงกัน โดยหัวข้อสำคัญมีดังเช่น การที่สหรัฐฯแซงก์ชั่นอิหร่าน และการเก็บภาษีพวกกิจการดิจิตอลรายยักษ์ การหารือกันนี้จะเป็นการพูดจาระดับขุนคลังครั้งสุดท้ายแล้ว ก่อนหน้าการประชุมระดับผู้นำของชาติเหล่านี้ที่กรุงบัวโนสไอเรสในช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายน

(เก็บความจากเรื่อง IMF gathers in quake-battered Indonesia to focus on global economic tremors ของสำนักข่าวเอเอฟพี)


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...