xs
sm
md
lg

ประณามยิวสังหารหมู่ปาเลสไตน์ 58 ศพ สถานทูตใหม่มะกันสะบั้นแผนสันติภาพ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เอเจนซีส์ – กองกำลังอิสราเอลสังหารชาวปาเลสไตน์ 58 รายที่ชายแดนกาซา ในจำนวนนั้นมีทารกวัย 8 เดือนคนหนึ่งที่เสียชีวิตจากการสูดดมแก๊สน้ำตา ระหว่างการประท้วงต่อต้านการเปิดสถานทูตอเมริกันในเยรูซาเลม ผู้เชี่ยวชาญชี้อเมริกาหมดสิทธิ์เป็นตัวกลางสร้างสันติภาพตะวันออกกลาง เพราะนอกจากไม่พยายามห้ามปรามทหารยิวแล้ว ยังโทษว่ากลุ่มฮามาสเป็นฝ่ายยั่วยุ มิหนำซ้ำยังขัดขวางความพยายามในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็นที่ต้องการตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบความรุนแรงที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งถือเป็นเหตุการณ์นองเลือดรุนแรงที่สุดนับจากสงครามกาซาปี 2014 และยังทำให้มีชาวปาเลสไตน์ได้รับบาดเจ็บกว่า 2,700 คนนั้น เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ (14 พ.ค.) ก่อนที่ตัวแทนจากทำเนียบขาวและเจ้าหน้าที่อิสราเอลจะร่วมกันทำพิธีเปิดสถานทูตสหรัฐฯ ในเยรูซาเลม

กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์แถลงว่า มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 58 รายจากกระสุนจริง แก๊สน้ำตา และอาวุธอื่นๆ ของฝ่ายอิสราเอล และในบรรดาผู้เสียชีวิตเหล่านี้มีเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี 8 คน รวมถึงทารกวัย 8 เดือนที่เสียชีวิตจากการสูดดมแก๊สน้ำตา

ทั้งนี้ ชาวปาเลสไตน์หลายหมื่นคนชุมนุมใกล้พรมแดนเพื่อประท้วงพิธีเปิดสถานทูตอเมริกัน และมีผู้ประท้วงกลุ่มเล็กๆ ขว้างปาก้อนหินและพยายามรื้อทำลายสิ่งกีดขวาง ขณะที่พลซุ่มยิงอิสราเอลซุ่มอยู่อีกด้านของพรมแดน

ท่ามกลางเหตุการณ์รุนแรง พิธีเปิดสถานทูตอเมริกันยังคงดำเนินไปตามแผน โดยมีผู้เข้าร่วม อาทิ อิวานกา ทรัมป์ , จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกสาวและลูกเขยของประธานาธิบดีทรัมป์ รวมทั้งยังเป็นผู้ช่วยในทำเนียบขาว ท่ามกลางแขกราว 800 คน

ทรัมป์ปราศรัยผ่านวิดีโอว่า ความหวังยิ่งใหญ่ที่สุดของอเมริกาคือสันติภาพ วอชิงตันยังยึดมั่นในการส่งเสริมข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืน ด้านนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ปราศรัยยกย่องทรัมป์ว่า การยอมรับประวัติศาสตร์ของผู้นำสหรัฐฯ คือการสร้างประวัติศาสตร์

ขณะเดียวกัน ตามแนวชายแดนกาซา ฝูงชนชุมนุมเนืองแน่นห่างจากเยรูซาเลม 100 กิโลเมตร ทหารอิสราเอลระบุว่า มีชาวปาเลสไตน์ 40,000 คนร่วมประท้วงและมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ของตน กองทัพยิวยังระบุว่า เครื่องบินขับไล่หลายลำของอิสราเอลโจมตีเป้าหมาย 5 จุดในศูนย์ฝึกของกลุ่มฮามาสในกาซา

ก่อนหน้านั้น เครื่องบินรบและรถถังอิสราเอลโจมตีที่มั่นของฮามาส 2 แห่งโดยอ้างว่า เพื่อตอบโต้การโจมตีจากฮามาส

ประธานาธิบดี มาห์มูด อับบาส ของปาเลสไตน์ กล่าวหาอิสราเอลกระทำการ “สังหารหมู่” ขณะที่องค์การนิรโทษกรรมสากลประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้นว่าเป็น “การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่น่าชิงชัง” และกลุ่มฮิวแมน ไรต์ส วอตช์โจมตีว่าเป็น “การนองเลือด”

เฟเดอริกา โมเกรินี กรรมาธิการนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นสูงสุดเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียชีวิต เช่นเดียวกับโฆษกของนายกรัฐมนตรี เทเรซา เมย์ ของอังกฤษ ที่กระตุ้นให้ใช้สติและความอดกลั้น

ประธานาธิบดี เรเจป ตายยิบ แอร์โดอัน ของตุรกี กล่าวหาอิสราเอลเป็นรัฐก่อการร้ายและทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พร้อมประกาศไว้อาลัยให้เหยื่อชาวปาเลสไตน์เป็นเวลา 3 วัน รวมถึงการประท้วงใหญ่ในอิสตันบูลในวันศุกร์ ตุรกียังเรียกเอกอัครราชทูตอเมริกันและอิสราเอลเข้าพบเพื่ออธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่กาซา

เนทันยาฮูยืนยันว่า อิสราเอลจำเป็นต้องป้องกันตัวเองจากการโจมตีของกลุ่มฮามาส ซึ่งเป็นกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงที่ปกครองฉนวนกาซา ฮามาสพยายามใช้การประท้วงบังหน้าเพื่อก่อความรุนแรง

โจนาธาน คอนริกัส โฆษกกองทัพยิว กล่าวหาว่า มีผู้ก่อการร้ายสามกลุ่มพร้อมอาวุธครบมือ พยายามฝังระเบิดแสวงเครื่องบริเวณสิ่งกีดขวางบนแนวชายแดนใน 3 จุด

รายงานระบุว่า มีตำรวจอิสราเอลราว 1,000 นายรักษาความปลอดภัยรอบสถานทูตสหรัฐฯ ในเยรูซาเลม ขณะที่กองทัพยิวเพิ่มกำลังรอบกาซาและเขตยึดครองเวสต์แบงก์อีกเท่าตัว

อาวิกดอร์ ลิเบอร์แมน รัฐมนตรีกลาโหมยิวส่งสาส์นถึงประชาชนในกาซาว่า อิสราเอลจะปกป้องพลเมืองของตนเองทุกวิถีทางและจะไม่ยอมให้ชาวปาเลสไตน์ข้ามพรมแดนเข้าสู่อิสราเอลเด็ดขาด

นอกจากเป็นผลต่อเนื่องจากการประกาศของทรัมป์ที่ยอมรับเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลเมื่อวันที่ 6 ธันวาคมท่ามกลางเสียงประท้วงของนานาชาติแล้ว พิธีเปิดสถานทูตครั้งนี้ยังมีนัยสำคัญเนื่องจากจัดขึ้นในวันที่ 14 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันครบรอบ 70 ปีการก่อตั้งอิสราเอล

ที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) อเมริกาขัดขวางการรับรองถ้อยแถลงของคณะมนตรีความมั่นคงที่เรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบความรุนแรงที่เกิดขึ้น

มาร์ติน อินดิก อดีตผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ ในการเจรจาระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ สมัยอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ชี้ว่า โอกาสที่ทรัมป์จะนำปาเลสไตน์และอิสราเอลร่วมหารือ “ข้อตกลงพิเศษ” ขณะนี้คือศูนย์

คาลิด เอลกินดี อดีตที่ปรึกษาผู้นำปาเลสไตน์และขณะนี้เป็นนักวิชาการของสถาบันบรูคกิงส์ กลุ่มคลังสมองในวอชิงตัน ขานรับว่า คงยากที่ผู้นำปาเลสไตน์จะยอมร่วมโต๊ะเจรจา หลังการเปิดสถานทูตอเมริกันและการสังหารชาวปาเลสไตน์ในกาซา

เอลกินดีตั้งข้อสังเกตว่า ทรัมป์เพิกเฉยต่อเหตุการณ์รุนแรงดังกล่าว ทั้งที่อย่างน้อยที่สุดก็สามารถเรียกร้องให้อิสราเอลยุติการใช้กำลังกับผู้ประท้วงที่ไม่มีอาวุธเหมือนกับที่ฝรั่งเศสและอังกฤษเรียกร้อง

ราช ชาห์ โฆษกทำเนียบขาว บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ฮามาสจงใจยั่วยุให้เกิดความรุนแรง และอเมริกาไม่เชื่อว่าการเปิดสถานทูตหรือเหตุการณ์รุนแรงล่าสุดจะกระทบต่อแผนสันติภาพ

แดน เคิร์ตเซอร์ อดีตเอกอัครราชทูตอเมริกันประจำอิสราเอลและอียิปต์ ปัจจุบันสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยปรินซ์ตัน แนะนำว่า คณะบริหารทรัมป์อาจฟื้นความน่าเชื่อถือในหมู่ชาวปาเลสไตน์ได้ หากให้สัญญาตั้งสถานทูตในเยรูซาเลมตะวันออก ซึ่งปาเลสไตน์ต้องการให้เป็นเมืองหลวงของตนหลังการสถาปนารัฐปาเลสไตน์ในอนาคต
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...