xs
sm
md
lg

โสมแดงยกเลิก “หารือลับ” กับรอง ปธน.สหรัฐฯ ระหว่างโอลิมปิกที่เกาหลีใต้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

รองประธานาธิบดี ไมค์ เพนซ์ แห่งสหรัฐฯ (ขวา) และ คิม โยจอง น้องสาวของผู้นำเกาหลีเหนือ เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว 2018 ที่เมืองพยองชางของเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 9 ก.พ. (แฟ้มภาพ)
เอเอฟพี - รองประธานาธิบดี ไมค์ เพนซ์ แห่งสหรัฐฯ เคยมีแผน “หารือลับ” กับเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือระหว่างเดินทางไปร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เกาหลีใต้ แต่แผนดังกล่าวถูกคณะผู้แทนโสมแดงขอยกเลิก หลังจาก เพนซ์ วิจารณ์เกาหลีเหนือว่าเป็น “ระบอบฆาตกร” ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

เพนซ์ ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์ใดๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้แทนเกาหลีเหนือทั้งที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์เดียวกันระหว่างพิธีเปิด “พยองชางเกมส์” เมื่อต้นเดือนนี้ และไม่จับมือทักทายกับ คิม ยองนัม ประธานสมัชชาประชาชนสูงสุดเกาหลีเหนือ ในพิธีรับรองคณะผู้นำต่างชาติด้วย

เพนซ์ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนสหรัฐฯ กล่าวในเวลานั้นว่าตนได้เดินทางไปเกาหลีใต้พร้อมกับบิดาของ ออตโต วอร์มเบียร์ นักศึกษาอเมริกันที่ถูกเปียงยางคุมขังจนล้มป่วยโคม่าและกลับไปเสียชีวิตที่บ้านเกิด “เพื่อย้ำให้โลกตระหนักถึงความโหดร้ายทารุณที่เกิดขึ้นในเกาหลีเหนือ”

ฮีทเธอร์ เนาเอิร์ท โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงว่า “ระหว่างที่รองประธานาธิบดีไปเยือนเกาหลีใต้เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มพันธมิตรและสนับสนุนนักกีฬาที่ลงแข่งขันโอลิมปิก มีโอกาสที่ท่านจะได้พูดคุยกับคณะผู้แทนเกาหลีเหนือช่วงสั้นๆ และท่านก็ยินดีที่จะฉกฉวยโอกาสนั้นเพื่อกระตุ้นให้เกาหลีเหนือล้มเลิกโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธที่ผิดกฎหมาย”

“แต่เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือตัดสินใจไม่ยอมพูดคุยในนาทีสุดท้าย ซึ่งเราเสียดายที่พวกเขาปฏิเสธโอกาสเช่นนี้”

นิค แอร์ส โฆษกของเพนซ์ ชี้ว่า คณะผู้แทนโสมแดง “เอาการประชุมมาเป็นข้อต่อรองเพื่อบีบให้รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใช้คำพูดนุ่มนวลมากกว่านี้ ซึ่งจะเป็นการเปิดพื้นที่ให้แก่แผนโฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือในเวทีโอลิมปิก”

“แต่รองประธานาธิบดีกลับเลือกที่จะพบปะผู้ลี้ภัยโสมแดงที่หนีจากระบอบทรราชย์ แถมยังเป็นเจ้าภาพดูแล เฟร็ด วอร์มเบียร์ ผู้ซึ่งบุตรชายตายด้วยน้ำมือเกาหลีเหนือ ชี้ให้โลกได้เห็นถึงประวัติด้านสิทธิมนุษยชนอันเลวร้ายและการทำให้ชาวโสมแดงนับแสนๆ คนต้องตกเป็นทาส ประณามโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของพวกเขา และประกาศว่าจะมีมาตรการคว่ำบาตรใหม่ๆ ตามมาอีก”

แม้สหรัฐฯ จะเตือนทุกฝ่ายว่าอย่าหลงไปกับแผนโปรยเสน่ห์ของเกาหลีเหนือ แต่ผู้นำคิม จองอึน ก็ยังให้น้องสาว คิม โยจอง ส่งจดหมายเชื้อเชิญประธานาธิบดีมุน แจอิน แห่งเกาหลีใต้ ให้จัดการประชุมซัมมิตร่วมกันที่เปียงยางโดยเร็วที่สุด

“เกาหลีเหนือคงไม่ต้องการให้รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เอาความจริงมาป่าวประกาศในเวทีโลก หรือตอกย้ำความเป็นพันธมิตรกับกลุ่มประเทศที่พร้อมจะใช้มาตรการกดดันขั้นสูงสุดต่อเกาหลีเหนือ” แอร์ส กล่าว

“เราได้พูดไว้ตั้งแต่วันแรกของการเดินทางแล้วว่า สหรัฐฯ จะขัดขวางความปรารถนาของ คิม ที่จะฟอกขาวระบอบฆาตกรด้วยภาพสวยๆ ในโอลิมปิก”

“นั่นอาจเป็นเหตุผลที่พวกเขาปฏิเสธการหารือ หรือบางทีพวกเขาอาจไม่จริงใจที่จะพูดคุยตั้งแต่ต้น”

นักวิเคราะห์ชี้ว่า จุดมุ่งหมายทางการทูตของเกาหลีเหนือในโอลิมปิกก็คือการทำให้นานาชาติยอมผ่อนปรนนโยบายคว่ำบาตร และกัดเซาะความเป็นพันธมิตรระหว่างโซลกับวอชิงตัน

เพนซ์ ยืนยันต่อสื่อมวลชนขณะเดินทางกลับจากเกาหลีใต้ว่า สหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นจะรุมโดดเดี่ยวเกาหลีเหนือทั้งในทางเศรษฐกิจและการทูตชนิดที่ “ไม่ให้มีแสงสว่าง” จนกว่าพวกเขาจะยอมละทิ้งโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ

การเผชิญหน้าระหว่างวอชิงตันและเปียงยางเริ่มรุนแรงขึ้น หลังการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวทำให้สองเกาหลีซึ่งยังเป็น “คู่สงคราม” ในทางเทคนิคมีทีท่าว่าจะปรองดองกันได้

แอร์ส ได้เอ่ยถึงจุดยืนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อปัญหาเกาหลีเหนือว่า “ประธานาธิบดีตัดสินใจแล้วว่าถ้าพวกเขาอยากพูดคุย สหรัฐฯ ก็จะย้ำจุดยืนเดิมแบบไม่มีการประนีประนอม และหากพวกเขาต้องการพบปะ เราก็ยินดีจะพบ”

“ท่านยังพูดชัดเจนว่า ตราบใดที่พวกเขาไม่ตกลงปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์แบบ สหรัฐฯ ก็จะไม่เปลี่ยนจุดยืนหรือยอมเจรจาโดยเด็ดขาด”
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...