xs
xsm
sm
md
lg

“ทรัมป์” ติดโผผู้นำมะกันรอบเฉียดศตวรรษ จบปีแรกในตำแหน่งไร้เทียบเชิญแขกเมือง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

<i>ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เชื้อเชิญประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ  ที่จัดขึ้นเพื่อต้อนรับทรัมป์ซึ่งมาเยือนกรุงปักกิ่งในแบบ state visit เมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา  แต่สำหรับตัวทรัมป์เองนั้นในปีแรกที่ขึ้นดำรงตำแหน่ง ยังไม่เคยเชิญประมุขรัฐต่างแดนคนใดมาเยือนสหรัฐฯในฐานะเป็นอาคันตุกะอย่างเป็นทางการของเขาเลย </i>
เอพี – ทรัมป์คุยไม่ขาดปากเรื่องการเดินพรมแดง การตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ และดินเนอร์เวอร์วังอลังการ ที่ประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในเอเชียจัดเตรียมไว้ต้อนรับตน แต่ตัวเขาเองกลับเป็นประธานาธิบดีอเมริกันคนแรกในรอบเกือบหนึ่งศตวรรษที่ปิดฉากปีแรกในตำแหน่งโดยไม่ได้มีประมุขชาติใดเดินทางมาเยือนแบบถือเป็นแขกของประธานาธิบดีสหรัฐฯอย่างเป็นทางการ (State Visit) ซึ่งจะต้องมีการให้เกียรติต้อนรับอย่างต็มที่

สมัยที่ยังเป็นแค่แคนดิเดตเมื่อสองปีที่แล้ว โดนัลด์ ทรัมป์ แขวะบารัค โอบามาประธานาธิบดีในขณะนั้น ที่ให้การต้อนรับสี จิ้นผิง ผู้นำจีน อย่างครบเครื่องในฐานะเป็นแขกของประธานาธิบดีสหรัฐฯอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นกุศโลบายทางการทูตที่สำคัญและครอบคลุมพิธีต้อนรับเอิกเกริกและงานเลี้ยงอาหารค่ำโก้หรูในทำเนียบขาว

ตอนนั้น ทรัมป์บอกว่า ถ้าเป็นตัวเองจะสั่งแมคโดนัลด์มาเลี้ยงและบอกสีว่า ยังมีงานอีกมากที่ต้องทำ

แต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เป็นฝ่ายสีที่ปูพรมแดงและจัด “การต้อนรับประมุขรัฐสุดพิเศษ” สำหรับทรัมป์

ซาราห์ ฮักคาบี แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาว บอกว่า ไม่ได้มีเหตุผลพิเศษอะไรที่ทำให้ทรัมป์ยังไม่เชิญประมุขชาติใดเยือนอเมริกาแบบ state visit แต่คณะบริหารหวังว่า ต้นปีหน้าน่าจะมีสักครั้ง โดยไม่ได้บอกใบ้ว่า ผู้นำประเทศใดจะได้เทียบเชิญจากทรัมป์

แอนิตา แมคไบรด์ เจ้าหน้าที่เก่าแก่ของพรรครีพับลิกันที่ตำแหน่งล่าสุดคือหัวหน้าคณะทำงานของลอรา บุช ขณะเป็นสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ บอกว่า ปกติแล้วการเชิญประมุขรัฐเดินทางเยือนโดยถือเป็นแขกอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดี ซึ่งต้องจัดการต้อนรับอย่างเต็มที่นั้น เป็นสัญญาณของมิตรภาพที่แน่นแฟ้น และยังแสดงถึงความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศที่มีความสำคัญต่อกัน

ทรัมป์นั้นพร่ำพูดบ่อยครั้งเรื่องความสัมพันธ์สนิทสนมกับผู้นำประเทศต่างๆ ซึ่งรวมถึงสี

ทั้งนี้ เดือนเมษายนที่ผ่านมา ทรัมป์เปิดรีสอร์ทส่วนตัวในฟลอริดาต้อนรับประธานาธิบดีจีน และเลี้ยงอาหารค่ำเต็มยศ ไม่ใช่เบอร์เกอร์แบบที่เคยประกาศไว้เมื่อหลายปีก่อน ปิดท้ายด้วย “เค้กช็อกโกแลตชิ้นสวยที่สุด” ที่เขาอวดว่า “ประธานาธิบดีสีปลื้มมาก”

ทรัมป์ยังพบกับผู้นำหลายชาติในทำเนียบขาว ซึ่งบางคราวมีการหารือกันระหว่างมื้อเที่ยง นอกจากนั้นยังมีพบปะกันในต่างประเทศ รวมๆ แล้วเขาบอกว่า น่าจะเกินร้อยคนแล้ว

แต่การพบปะและการต้อนรับเหล่านี้ ไม่มีทางเลยที่จะเทียบเคียงได้กับการต้อนรับแบบ state visit

พิธีการของ state visit ในส่วนของทำเนียบขาวนั้น เริ่มด้วยพิธีต้อนรับที่สนามหญ้าทางด้านใต้ ซึ่งมีทั้งการจัดทหารกองเกียรติยศที่แต่งเครื่องแบบสง่างามเต็มที่ ต้องมีการตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ และการกล่าวแถลงของทั้งเจ้าภาพและแขก จากนั้นผู้นำทั้งสองจะพูดคุยเป็นการส่วนตัวในห้องทำงานรูปไข่ ก่อนแถลงข่าวร่วมกันในห้องอีสต์รูมหรือที่สวนกุหลาบ ปิดท้ายด้วยการเลี้ยงอาหารค่ำอย่างสมเกียรติ ซึ่งจะมีชนชั้นนำนับร้อยคนเข้าร่วม อาทิ สมาชิกรัฐสภา ผู้นำธุรกิจ คนดัง ผู้บริจาคทางการเมือง เป็นต้น

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยังเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ประมุขรัฐอาคันตุกะของประธานาธิบดีผู้นี้ และบางครั้งแขกผู้นี้ยังได้รับเกียรติให้กล่าวปราศรัยในรัฐสภาอเมริกันด้วย
<i>นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น เชิญประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตรวจแถวกองเกียรติยศ เมื่อตอนที่ทรัมป์เยือนกรุงโตเกียวในวันที่ 6 พ.ย. 2017 </i>
ปีเตอร์ เซลฟริดจ์ ที่เคยรับหน้าที่ผู้ประสานงานระหว่างทำเนียบขาวและอาคันตุกะระดับสูงในตำแหน่งอธิบดีกรมพิธีการทูตระหว่างปี 2014 ถึงเดือนมกราคม 2017 บอกว่า บางครั้งอเมริกาก็ใช้การเชิญประมุขรัฐต่างๆ มาเยือนอย่างเป็น state visitเพื่อ “เสแสร้งว่าพอใจ” ผู้นำประเทศนั้น

แต่ใช่ว่ามีเพียงประธานาธิบดีอเมริกันที่ใช้มุกนี้ ประมุขสีของจีนที่รู้ดีว่า ทรัมป์โปรดปรานการประจบเอาใจ ก็งัดกลเม็ดเคล็ดลับทุกท่วงท่ามาสร้างความประทับใจให้ผู้นำสหรัฐฯ ระหว่างเยือนแดนมังกรเมื่อเดือนพฤศจิกายนเช่นเดียวกัน

เริ่มด้วยพิธีต้อนรับทรัมป์และเมลาเนีย สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ แบบเวอร์วังอลังการ ด้วยการส่งผู้ทรงเกียรติทั้งของจีนและอเมริกาไปตั้งแถวรอที่สนามบิน วงดนตรีบรรเลงเพลงมาร์ช เด็กๆ ยืนโบกธงและโห่ร้องเปล่งถ้อยคำ “ยินดีต้อนรับ”

จากนั้น สีพาทรัมป์ชมพระราชวังหลวงเก่าเป็นการส่วนตัว รวมถึงจัดเลี้ยงอาหารค่ำที่นั่น ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ปักกิ่งจัดเลี้ยงผู้นำต่างชาติในพระราชวังประวัติศาสตร์แห่งนี้นับจากที่จีนเริ่มต้นยุคสมัยใหม่

ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น วันรุ่งขึ้นจีนยังจัดพิธีต้อนรับทรัมป์ที่มหาศาลาประชาชนพร้อมพิธีตรวจแถวทหารกองเกียรติยศที่ผู้นำเมืองลุงแซมออกปากว่า “เลิศเลอ” และเป็นที่จับจ้องสนใจของทั่วโลก

สียังจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งภายในงานมีการฉายวิดีโอช่วงเวลาสำคัญตั้งแต่ตอนที่สีไปเยือนฟลอริดา การใช้เวลาในปักกิ่งของทรัมป์ และคลิปอราเบลลา หลานสาวทรัมป์ร้องเพลงจีน

แมคไบรด์วิเคราะห์ว่า การที่ทรัมป์ตัดสินใจไม่เชื้อเชิญผู้นำประเทศใดเยือนอเมริกาแบบ state visit ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะช่วงปีแรกที่เขารับตำแหน่งมีแต่เรื่องวุ่นวาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายสตาฟฟ์ในตำแหน่งสำคัญมากมาย และการเจรจายืดเยื้อกับคองเกรสเกี่ยวกับร่างกฎหมายประกันสุขภาพและการปฏิรูปภาษี อีกส่วนยังเป็นเพราะสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ซึ่งต้องเป็นแม่งานรับผิดชอบการวางแผนงานเลี้ยงอาหารค่ำสำหรับอาคันตุกะของประธานาธิบดี ยังไม่ย้ายเข้าทำเนียบขาวจนกระทั่งล่วงเข้ากลางปี 2017

แต่แมคไบรด์สำทับว่า การเชิญผู้นำต่างชาติเดินทางเยือนแบบเป็นแขกอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีสหรัฐฯครั้งแรกของทรัมป์ ต้องเกิดขึ้นแน่นอน

ทั้งนี้ จากข้อมูลของสมาคมข้อมูลประวัติทำเนียบขาวนั้น ในช่วงปีแรกที่รับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี 1924 แคลวิน คูลิดจ์ ไม่ได้เชิญผู้นำต่างชาติเยือนอเมริกาในฐานะแขกของเขาอย่างเป็นทางการเช่นเดียวกัน

แต่ผู้นำสหรัฐฯ ทุกคนหลังจากนั้น เป็นเจ้าภาพเชิญอาคันตุกะที่เป็นประมุขรัฐต่างแดนมาเยือนแบบ state visit อย่างน้อย 1 คนในช่วงปีแรกที่เข้าสู่ทำเนียบขาว

ลินดอน จอห์นสัน จัดต้อนรับแขกของประธานาธิบดีแบบอย่างเต็มยศเช่นนี้ถึง 12 คนทีเดียวในปี 1964 ที่เขาเข้ารับตำแหน่งปีแรก

สำหรับทรัมป์นั้น นอกจากเยือนหลายประเทศเอเชียแบบ state visit เมื่อเดือนพฤศจิกายน ช่วงต้นปี 2017 เขายังเป็นแขกพิเศษของประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส และไม่นานมานี้เพิ่งตอบรับคำเชิญของพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองของอังกฤษ ซึ่งคาดว่า จะมีรายละเอียดออกมาเร็วๆ นี้


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...