xs
xsm
sm
md
lg

Weekend Focus: “เจ้าชายแฮร์รีทรงหมั้น “เมแกน มาร์เคิล” ม่ายสาวมะกันจะเป็น “สะใภ้หลวงอังกฤษ” อีกคน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

เจ้าชายแฮร์รี และ น.ส. เมแกน มาร์เคิล พระคู่หมั้น เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนถ่ายภาพที่สวนซังเคน (Sunken Garden) ภายในพระราชวังเคนซิงตัน เมื่อวันที่ 27 พ.ย. หลังทรงประกาศข่าวการหมั้นหมายอย่างเป็นทางการ
สร้างกระแสฮือฮาส่งท้ายปี 2017 เมื่อ “เจ้าชายแฮร์รี” แห่งอังกฤษทรงประกาศหมั้นหมายกับ “เมแกน มาร์เคิล” นักแสดงสาวชาวอเมริกันวัย 36 ปี ซึ่งทรงยอมรับว่าเป็น “รักแรกพบ” ที่เกิดจากการนัดบอดของกลุ่มเพื่อน โดยพิธีเสกสมรสซึ่งจะจัดขึ้นที่โบสถ์เซนต์จอร์จในพระราชวังวินด์เซอร์ช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้าคาดว่าจะเป็นพิธีวิวาห์ที่คนทั่วโลกรอชมไม่แพ้พิธีเสกสมรสสุดอลังการของเจ้าชายวิลเลียมและ แคทเธอรีน มิดเดิลตัน เมื่อ 6 ปีที่แล้ว

มาร์เคิล ถือเป็นสตรีอเมริกันคนล่าสุดที่จะได้ก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกราชวงศ์อังกฤษ และทำให้หลายคนหวนนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อ 80 ปีที่แล้วที่มีลักษณะคล้ายๆ กัน ระหว่างเจ้าชายมกุฎราชกุมารอังกฤษที่ตกหลุมรักกับหญิงม่ายอเมริกันผู้ทรงเสน่ห์ชนิดโงหัวไม่ขึ้น และได้สร้างประวัติศาสตร์อันแสนตกตะลึงให้แก่ราชบัลลังก์อังกฤษจนเป็นตำนานแห่งความรักของคนทั้งสอง

พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ซึ่งเป็นพระบรมเชษฐาของพระเจ้าจอร์จที่ 6 ทูลกระหม่อมชวดของเจ้าชายแฮร์รี ก็ทรงสละราชสมบัติหลังจากครองราชย์ได้ไม่ถึง 1 ปีเต็ม เพราะทรงหลงรักกับหญิงม่ายอเมริกัน “วอลลิส ซิมป์สัน” ซึ่งได้หย่าร้างกับสามีคนแรกที่เป็นมหาเศรษฐีนิวยอร์ก ขณะที่ตกหลุมรักกับว่าที่กษัตริย์อังกฤษเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด ต่อมาเธอได้หย่ากับสามีคนที่สอง เพื่อมาเป็นคู่รักของเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด

พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ทรงปรารถนาสถาปนานางวอลลิส ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชินี แต่สภาอังกฤษทั้ง 2 สภาไม่เห็นชอบ เพราะเห็นว่าเธอไม่เหมาะสมเนื่องจากเป็นหญิงที่หย่าร้างมาแล้วถึง 2 ครั้ง และแม้พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 จะทรงต่อรองกับนายกฯ ว่าจะให้เป็นแค่พระชายา-ไม่ใช่ควีน แต่ก็ไม่เป็นผล ท้ายที่สุดทรงประกาศสละราสมบัติโดยมีบันทึกว่าด้วยความรักที่มีต่อสตรีอเมริกันนางนี้

มาถึงยุคนี้ เจ้าชายแฮร์รี พระราชนัดดาวัย 33 พรรษาของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และรัชทายาทลำดับที่ 5 แห่งบัลลังก์อังกฤษ ก็ทรงเลือกที่จะแต่งงานกับสาวอเมริกันที่เคยหย่าร้างมาแล้วเช่นกัน และที่นับว่าน่าทึ่งเอาการสำหรับรัชทายาทอังกฤษก็คือ เธอผู้นี้เป็นลูกครึ่งผิวขาว-ดำ โดยพ่อเป็นคนผิวขาว และแม่เป็นสุภาพสตรีแอฟริกัน-อเมริกัน

เจ้าชายแฮร์รีทรงควงคู่ มาร์เคิล ออกมาประกาศข่าวดีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (27 พ.ย.) ว่าทั้งคู่ได้หมั้นหมายกันแล้วในช่วงต้นเดือน พ.ย. และมีกำหนดลั่นระฆังวิวาห์ช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า หลังจากนั้นจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันที่ตำหนัก นอตติงแฮม คอตเทจ ภายในพระราชวังเคนซิงตัน

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าชายฟิลิป พระราชสวามี ตลอดจนถึงเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารและพระบิดาของเจ้าชายแฮร์รี รวมทั้งบิดามารดาของ มาร์เคิล ต่างร่วมแสดงความยินดีกับว่าที่บ่าวสาวคู่นี้

มาร์เคิล ซึ่งที่เป็นที่รู้จักจากซีรีส์โทรทัศน์เรื่อง “สูทส์” (Suits) ได้มีโอกาสพบกับเจ้าชายในฝันของเธอเป็นครั้งแรกที่กรุงลอนดอนเมื่อเดือน ก.ค. ปี 2016 จากการนัดบอดในหมู่เพื่อน โดยต่างฝ่ายแทบไม่รู้จักกันมาก่อน

เจ้าชายแฮร์รีทรงเล่าว่า พระองค์ไม่เคยดู “สูทส์” และไม่เคยได้ยินชื่อ มาร์เคิล มาก่อน แต่ทรงตกหลุมรักนักแสดงสาวทันทีที่เห็น และหลังจากออกเดตกันเพียงสองครั้ง ทั้งคู่ก็ตกลงไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกันที่บอตสวานา หลังจากนั้นอีกหลายเดือน เจ้าชายแฮร์รีจึงทรงออกมายืนยันความสัมพันธ์ พร้อมถือโอกาสประณามสื่อที่รุกล้ำชีวิตส่วนตัวของ มาร์เคิล

ทั้งคู่ออกงานด้วยกันครั้งแรกในงานอินวิคตัสเกม ซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬาของทหารผ่านศึกที่ได้รับบาดเจ็บ เมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว
เมแกน มาร์เึคิล ว่าที่เ้จ้าสาวของเจ้าชายแฮร์รี ผู้ผ่านการแต่งงานและหย่าร้างมาก่อน เช่นเดียวกับนางวอลลิส ซิมป์สัน ม่ายสาวชาวอเมริกันผู้กุมหัวใจพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8
พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ซึ่งยอมสละราชบัลลังก์เพื่อให้ได้ครองคู่กับสตรีที่พระองค์ทรงรัก วอลลิส ซิมป์สัน
ก่อนจะประทานสัมภาษณ์ทางทีวี เจ้าชายแฮร์รีและพระคู่หมั้นได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนถ่ายภาพบนสนามหน้าพระราชวังเคนซิงตันใจกลางกรุงลอนดอน โดย มาร์เคิล ได้โชว์แหวนหมั้นที่เจ้าชายแฮร์รีทรงออกแบบด้วยพระองค์เอง เป็นแหวนทองคำแท้ประดับเพชร 3 เม็ดเรียงกัน เม็ดกลางเป็นเพชรจากบอตสวานาซึ่งเป็นประเทศที่เจ้าชายเคยเสด็จฯ เยือนหลายครั้งตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และส่วนอีก 2 เม็ดเป็นเพชรของเจ้าหญิงไดอานา พระมารดาผู้ล่วงลับของเจ้าชายแฮร์รี

แหวนวงนี้จัดทำขึ้นโดยบริษัท คลีฟ แอนด์ คอมพะนี ซึ่งเป็นช่างทองหลวงและผู้ผลิตเหรียญตราถวายแด่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

เจ้าชายแฮร์รีทรงเล่าว่า ทรงตัดสินพระทัยขอ มาร์เคิล แต่งงานระหว่างที่ทั้งคู่กำลังใช้เวลาพักผ่อนและช่วยกันอบไก่อยู่ที่พระราชวังเคนซิงตัน ซึ่งฝ่ายหญิงกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่าเป็นการขอแต่งงานที่ทั้งเซอร์ไพรส์ เป็นธรรมชาติ และอ่อนหวานอย่างมาก

เมื่อผู้สื่อข่าวคนหนึ่งถามนักแสดงสาวว่า “เมแกน คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง” คำตอบที่ได้จากเธอก็คือ “ฉันมีความสุขเหลือเกิน”

สื่อมวลชนยังได้ทูลถามเจ้าชายแฮร์รีว่า “พระองค์ทรงทราบตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าเธอคือคนที่ใช่” ซึ่งทรงตอบอย่างหนักแน่นว่า “ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน”

เจ้าชายแฮร์รีทรงยอมรับว่ารู้สึกลำบากพระทัยที่สื่อมวลชนคอยตามติดความความสัมพันธ์ระหว่างพระองค์และ มาร์เคิล อยู่ตลอดเวลา “มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับใครทั้งนั้น... แต่ท้ายที่สุดเธอเลือกผม และผมก็เลือกเธอ และไม่ว่าจะต้องเผชิญอะไรร่วมกันหรือคนเดียวก็ตาม เราจะรวมกันเป็นทีมเสมอ”

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งเป็นพระอัยกีของเจ้าชายแฮร์รี ทรงมีพระราชดำรัสว่า “รู้สึกยินดีกับคนทั้งสอง” ขณะที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลสตรัสว่าทรง “มีความสุขอย่างยิ่ง” ที่เห็นพระราชโอรสองค์เล็กได้พบรักแท้

ด้านเจ้าชายวิลเลียมและพระชายาทรงออกคำแถลงว่า “เราตื่นเต้นอย่างยิ่งกับ แฮร์รี และ เมแกน เป็นเรื่องที่ดีมากที่ได้รู้จักเมแกน และได้เห็นว่าทั้งคู่มีความสุขเพียงใดเมื่ออยู่ด้วยกัน”

เจสัน นอฟ โฆษกประจำพระองค์เจ้าชายแฮร์รี เปิดเผยว่า มาร์เคิล จะต้องเข้าพิธีรับศีลล้างบาป (บัพติศมา) เพื่อเข้าสู่นิกาย Chuch of England ก่อนเข้าพิธีเสกสมรส โดยนักแสดงสาวตั้งใจที่จะโอนสัญชาติมาเป็นพลเมืองสหราชอาณาจักรด้วย แต่จะยังคงถือสถานะความเป็นพลเมืองอเมริกันระหว่างกระบวนการดังกล่าว

โฆษกประจำพระองค์ระบุด้วยว่า เจ้าชายแฮร์รี และ มาร์เคิล เลือกที่จะจัดพิธีเสกสมรสภายในพระราชวังวินด์เซอร์ เนื่องจากพระราชวังแห่งนี้เป็นสถานที่พิเศษที่ทั้งสองเคยใช้เวลาอยู่ด้วยกันบ่อยครั้งตลอดระยะเวลา 16 เดือนที่คบหากัน “พิธีเสกสมรสจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและสนุก และสะท้อนถึงบุคลิกตัวตนของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว”
เจ้าชายแฮร์รี และ น.ส. เมแกน มาร์เคิล พระคู่หมั้น เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนถ่ายภาพที่สวนซังเคน (Sunken Garden) ภายในพระราชวังเคนซิงตัน เมื่อวันที่ 27 พ.ย. หลังทรงประกาศข่าวการหมั้นหมายอย่างเป็นทางการ
แหวนเพชรซึ่งเจ้าชายแฮร์รีทรงใช้หมั้นแฟนสาว เมแกน มาร์เคิล
โบสถ์เซนต์จอร์จซึ่งตั้งอยู่ในอาณาเขตของพระราชวังวินด์เซอร์ ทางตะวันตกของลอนดอน มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ย้อนกลับไปหลายศตวรรษ โดยภายในโบสถ์มีสุสานของอดีตกษัตริย์หลายพระองค์ รวมถึงพระเจ้าเฮนรีที่ 8 และพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1

เจ้าชายแฮร์รีเองก็ทรงเข้าพิธีบัพติศมาที่โบสถ์เซนต์จอร์จ และโบสถ์แห่งเดียวกันนี้เองที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลสและดัชเชสคามิลลา พระชายา ทรงประกอบพิธีทางศาสนาหลังจากที่จดทะเบียนสมรสเมื่อปี 2005

พระราชวังเคนซิงตันซึ่งเป็นที่ประทับอย่างเป็นทางการของเจ้าชายแฮร์รียืนยันว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงอนุญาตให้พระราชนัดดาประกอบพิธีเสกสมรสที่โบสถ์เซนต์จอร์จ โดยราชวงศ์อังกฤษจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในพิธีทั้งหมด ส่วนหมายกำหนดการที่แน่นอนจะประกาศให้ทราบในภายหลัง

สื่อรายงานว่า มาร์เคิล ได้พาสุนัขตัวหนึ่งมาอาศัยอยู่ที่ลอนดอนเรียบร้อยแล้ว โดยหลังเสกสมรสเธอและเจ้าชายแฮร์รีจะใช้ชีวิตร่วมกันที่ น็อตติงแฮม ค็อตเทจ ภายในพระราชวังเคนซิงตัน โดยมีครอบครัวของเจ้าชายวิลเลียม เจ้าหญิงเคต และพระราชโอรส-ธิดา อยู่ใกล้ๆ กัน

เจ้าชายแฮร์รีทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียน อีตัน คอลเลจ ในช่วงวัยรุ่นมักทรงถูกเรียกขานว่า “เจ้าชายเพลย์บอย” จนกระทั่งทรงเข้ารับราชการทหารนาน 10 ปี ซึ่งระหว่างนั้นได้ทรงไปปฏิบัติภารกิจนักบินเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ในอัฟกานิสถาน 2 ครั้ง ปัจจุบันทรงมุ่งมั่นกับงานการกุศล โดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับทหารผ่านศึก

สำหรับ มาร์เคิล นั้นเกิดที่นครลอสแองเจลิสในปี 1981 บิดาเป็นผู้กำกับแสงในละครทีวี มารดาเป็นนักบำบัด เธอปรากฏตัวทางโทรทัศน์ครั้งแรกในปี 2002 ในดรามาเกี่ยวกับแพทย์และพยาบาลเรื่อง “เจเนอรัล ฮอสปิตอล” และรับบทบาทในภาพยนตร์และซีรีส์ทางทีวีอีกหลายเรื่อง แต่บทที่ส่งให้เธอเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางก็คือ ราเชล เซน ใน “สูทส์”

มาร์เคิล เคยแต่งงานกับผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ฮอลลีวูด เทรเวอร์ เอนเกลสัน ในปี 2011 แต่อยู่กินกันได้เพียง 3 ปีก็ต้องหย่าร้าง

เธอมีบล็อกของตัวเองเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ชื่อว่า thetig.com ที่เพิ่งปิดไปไม่นานนัก และนอกจากอาชีพนักแสดงแล้ว เธอยังเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิสตรี และสนับสนุนโครงการด้านมนุษยธรรมเช่นเดียวกับว่าที่สามี

ด้วยความที่ มาร์เคิล เป็นสาวเลือดผสม เคยผ่านการหย่าร้าง และเป็นนักสตรีนิยมที่พูดจาโผงผาง จึงมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าเธออาจไม่เป็นที่ยอมรับเท่าที่ควรในราชวงศ์อังกฤษ ซึ่งเธอเองก็ยอมรับว่ากระแสวิจารณ์จากสื่อมวลชนทำให้เธอ “ใจแป้ว” ไม่น้อย

อย่างไรก็ตาม การเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รีนั้นถือว่าแตกต่างจากพระบิดาและพระเชษฐา เนื่องจากทรงเป็นรัชทายาทลำดับรองๆ ที่มีโอกาสขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์น้อยมาก

ลำดับรัชทายาทของอังกฤษในขณะนี้ ได้แก่ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์, เจ้าชายวิลเลียม, เจ้าชายจอร์จ, เจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ ก่อนจะมาถึงเจ้าชายแฮร์รีเป็นลำดับที่ 5 แต่หลังจากที่ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ทรงมีพระประสูติกาลทายาทพระองค์ที่ 3 ในปีหน้า เจ้าชายแฮร์รีก็จะทรงกลายเป็นรัชทายาทลำดับที่ 6

เจ้าชายแฮร์รีทรงแสดงออกว่าต้องการคบหา เมแกน มาร์เคิล อย่างจริงจัง โดยเมื่อปีที่แล้วได้ทรงแถลงตำหนิสื่อที่เสนอเรื่องราวของ มาร์เคิล ไปในทางเหยียดเชื้อชาติ เนื่องจาก โดเรีย แร็กแลนด์ มารดาของ มาร์เคิล เป็นชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ส่วนบิดาคือ โทมัส มาร์เคิล เป็นชาวอเมริกันผิวขาวที่มีเชื้อสายดัตช์และไอริช

มาร์เคิล ยืนยันกับบีบีซีว่าเธอจะอำลาวงการบันเทิงหลังเสกสมรสกับเจ้าชายแฮร์รี และหันมาทุ่มเทเวลาให้กับสิ่งที่สำคัญต่อตัวเธอจริงๆ

“ฉันไม่ได้มองว่ามันเป็นการละทิ้งอะไร แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่บทใหม่ของชีวิตมากกว่า” เธอกล่าว

จีเทนดร์ เซห์เดฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านฮอลลีวูดแบรนดิงตั้งข้อสังเกตว่า แม้ มาร์เคิล จะไม่ได้มีชื่อเสียงระดับซูเปอร์สตาร์เหมือน “เกรซ เคลลี” นักแสดงสาวชาวอเมริกันที่อภิเษกสมรสกับเจ้าชายเรเนียร์ที่ 3 แห่งโมนาโก และคนอเมริกันส่วนใหญ่ก็จดจำเธอในฐานะนักแสดงทีวีมากกว่า “เซเลบริตี” หรือดาราฮอลลีวูด แต่ถึงกระนั้น การที่เธอได้กลายเป็นสมาชิกราชวงศ์อังกฤษคนแรกที่มีเลือดผสมอาจมีส่วนช่วยกระตุ้นให้วงการทีวีในอังกฤษมอบบทเด่นๆ ให้แก่นักแสดงที่ไม่ใช่คนผิวขาวมากขึ้น

“เมแกน มาร์เคิล จะเป็นตัวแทนเจ้าหญิงยุคใหม่ และไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เธอจะต้องหยุดงานในวงการโทรทัศน์หลังแต่งงานแล้ว แต่สำนักพระราชวังคงจะมีส่วนกำหนดอาชีพและบทบาทในอนาคตของเธอบ้างไม่มากก็น้อย” เซห์เดฟ กล่าว

กรณีของ มาร์เคิล น่าจะคล้ายคลึงกับ เคต ซึ่งไม่ได้ใช้คำนำหน้าว่า “เจ้าหญิง” หลังเสกสมรส เนื่องจากเป็นสตรีสามัญชนมาก่อน ทว่าเธอจะได้ตำแหน่ง “ดัชเชส” หลังจากที่เจ้าชายแฮร์รีทรงได้รับการสถาปนาเป็นดยุคเช่นเดียวกับพระเชษฐา
เมแกน มาร์เึิคิล ว่าที่สะใภ้หลวงอังกฤษซึ่งเป็นสาวเลือดผสม เป็นคนต่างชาติ และผ่านการหย่าร้างมาก่อน
เจ้าชายแฮร์รีทรงยกให้นักแสดงสาวชาวอเมริกันเป็น รักแรกพบ
พระราชวังเคนซิงตันทางตะวันตกของกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นสถานที่ที่เจ้าชายแฮร์รีและ เมแกน มาร์เคิล จะทรงใช้ชีวิตร่วมกันหลังพิธีเสกสมรสในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า
พระตำหนักแคลเรนซ์เฮาส์เผยแพร่คำแถลงอย่างเป็นทางการจากเจ้าฟ้าชายชาร์ลส ซึ่งทรงประกาศข่าวการหมั้นหมายระหว่างเจ้าชายแฮร์รี พระราชโอรส กับ น.ส.เมแกน มาร์เคิล
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...