xs
xsm
sm
md
lg

“ทรัมป์” โอ่หอบดีลพันล้านกลับบ้านชื่นมื่น กูรูแซะนโยบายโสมแดง-การค้าจอดสนิท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน เดินทางออกจากท่าอากาศยานในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์เมื่อวันอังคาร(14พ.ย.) หลังเสร็จสิ้นโปรแกรมเยือน 5 ประเทศเอเชีย
รอยเตอร์ - “ทรัมป์” ปิดฉากทัวร์เอเชียราบรื่น คุยเขื่องได้ทั้งมิตรภาพและข้อตกลงหลักพันล้านกลับบ้าน หลายประเทศชื่นชมว่าตัวจริงนิสัยดีกว่าที่คาด บางชาติพอใจที่อย่างน้อยทริปนี้ก็แสดงให้เห็นว่า อเมริกายังไม่ทิ้งเอเชียให้ตกอยู่ท่ามกลางการแผ่อิทธิพลของจีน อย่างไรก็ดี เห็นได้ชัดว่านโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” ได้รับการต้อนรับอย่างผิวเผิน นักการทูตบางคนฟันธงว่า ทรัมป์มาถึงเอเชียโดยปราศจากยุทธศาสตร์จัดการกับเกาหลีเหนือและจากไปมือเปล่าเช่นเดียวกับขามา

ในที่ประชุมสุดยอดที่ฟิลิปปินส์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สร้าง “มิตรภาพยิ่งใหญ่” กับประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ซึ่งเมื่อปีที่แล้วเพิ่งด่าบารัค โอบามา “ลูกโสเภณี” ค่าที่อดีตผู้นำสหรัฐฯ ผู้นี้บังอาจประณามสงครามยาเสพติดของตน และระหว่างร่วมประชุมกับเหล่าผู้นำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทรัมป์ยังได้รับคำสรรเสริญจากนายกรัฐมนตรีฮุนเซนของกัมพูชาว่า เป็น “คนดี”

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้นำคนอื่นๆ ทั่วเอเชีย สัญชาติญาณ “การลุยเดี่ยว” ของทรัมป์สะท้อนชัดเจนถึงการแตกแถวจากผู้นำสหรัฐฯ คนก่อนๆ ที่ล้วนสนับสนุนแนวทางพหุภาคี ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน

ระหว่างการตระเวนเยือน 5 ชาติเอเชียเป็นเวลา 12 วันเที่ยวนี้ ทรัมป์เรียกร้องความร่วมมือในการกระชับการปิดล้อมเกาหลีเหนือและโครงการอาวุธนิวเคลียร์

แต่ในการประชุมสุดยอดเอเปกที่เวียดนาม เขากลับประกาศว่า การแก้ไขความไม่สมดุลทางการค้าระหว่างเอเชียกับอเมริกาจะเป็นหัวใจสำคัญของนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” ซึ่งจะปกป้องแรงงานอเมริกัน

วิสัยทัศน์ของทรัมป์ทำให้ฉันทามติสนับสนุนข้อตกลงการค้าพหุภาคีกลับตาลปัตร ขณะที่ผู้ออกมาแสดงตัวเป็นแชมเปี้ยนสนับสนุนการค้าเสรีในเอเชียปัจจุบันกลับกลายเป็นจีน

สมาชิกคณะรัฐมนตรีจากหนึ่งในประเทศสำคัญของอาเซียนเผยว่า เอเชียไม่กระตือรือร้นกับแนวทางทวิภาคีของทรัมป์เท่าไหร่ และยังอ้างอิงคำพูดของนายกรัฐมนตรีลี เซียนลุงของสิงคโปร์ที่ว่า สาเหตุเป็นเพราะว่าการเจรจาทำข้อตกลงโดยตรงกับสหรัฐฯ จะเปิดทางทำให้อเมริกาโขกสับคู่สัญญาเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์คุยโอ่กับนักข่าวก่อนขึ้นแอร์ฟอร์ซวันกลับบ้านว่า สามารถปิดการเจรจาคว้าข้อตกลงมูลค่าอย่างน้อย 300,000 ล้านดอลลาร์ และยังอาจเพิ่มเป็น 4 เท่าตัวของตัวเลขนี้ด้วย

ทั้งนี้ เฉพาะที่จีน ธุรกิจอเมริกันลงนามข้อตกลงมูลค่าราว 250,000 ล้านดอลลาร์ แต่ผู้สังเกตการณ์หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า ข้อตกลงจำนวนมากไม่มีผลผูกพัน มิหนำซ้ำทรัมป์ยังชวดข้อตกลงการเข้าถึงตลาดเทคโนโลยีที่ธุรกิจอเมริกันร้องเรียนมานาน

อดีตนักการทูตญี่ปุ่นคนหนึ่งชี้ว่า ข้อตกลงหลักพันล้านจากปักกิ่งอาจไม่ช่วยแก้ปัญหาการขาดดุลการค้าของอเมริกา แต่ทำให้ทรัมป์ที่คะแนนนิยมกำลังตกต่ำ แถมถูกสอบสวนหาความเชื่อมโยงระหว่างทีมหาเสียงกับเครมลิน กลับไปอวดคนอเมริกันได้ว่า ได้ของขวัญติดมือกลับมาจากปักกิ่ง

ในทางกลับกัน ชาห์ริมาน ล็อกแมน นักวิเคราะห์อาวุโสของสถาบันศึกษายุทธศาสตร์และการระหว่างประเทศในมาเลเซีย ระบุว่า ในสายตาชาติเอเชียที่เฝ้ามองความแข็งกร้าวและการแผ่อิทธิพลของพญามังกรอย่างไม่วางใจ การมาของทรัมป์อาจเป็นสัญญาณที่ดีว่า วอชิงตันยังไม่ทอดทิ้งภูมิภาคนี้

ที่โซล เจ้าหน้าที่อาวุโสในคณะบริหารของประธานาธิบดีมุน แจอิน บอกว่า เกาหลีใต้กังวลว่า ทรัมป์จะแสดงพฤติกรรมและใช้คำพูดที่เกินคาดเดาระหว่างเดินทางเยือน แต่กลายเป็นว่า ผู้นำสหรัฐฯ ใส่ใจกับความรู้สึกของผู้อื่นอย่างแท้จริง ทำให้เกาหลีใต้มั่นใจในการเป็นพันธมิตรกับอเมริกามากขึ้น

เจ้าหน้าที่รัฐบาลญี่ปุ่นก็ประทับใจในตัวทรัมป์ไม่น้อย ถึงขั้นบอกว่า ทั้งสองประเทศใช้ยุทธศาสตร์เดียวกัน

ผู้นำเอเชียยังรับรู้ได้ว่า แม้สไตล์การด้นสด ทวิตตามใจชอบ และการโอ้อวดเกินจริง เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง แต่ทรัมป์ตอบสนองอย่างดีมากกับการจัดต้อนรับแบบเอิกเกริกเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต้อนรับของจีนที่สีให้เกียรติพาผู้นำสหรัฐฯ ชมพระราชวังต้องห้ามด้วยตัวเอง

ประมุขทำเนียบขาวบอกว่า หนึ่งในปัจจัยชี้วัดความสำเร็จของการเยือนเอเชียคือ “พรมแดง” เพราะเขาคิดว่า คงไม่มีใครเคยได้รับการต้อนรับยิ่งใหญ่แบบนี้

นักการทูตชี้ว่า มิตรไมตรีในปักกิ่งส่วนใหญ่อาจมาจากความคาดหวังของวอชิงตันว่า สีจะเพิ่มความกดดันกับคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ

ขณะเดียวกัน จุดยืนของทรัมป์ต่อเกาหลีเหนือตลอดทริปนี้ก็กลับไปกลับมาระหว่างการใช้แนวทางการทูตและการข่มขู่ว่า อาจใช้การแทรกแซงทางทหาร เช่น “อย่าประเมินเราต่ำเกินไปและอย่าพยายามท้าทาย” ระหว่างที่เขาปราศรัยในรัฐสภาเกาหลีใต้

ไม่กี่วันต่อมา หลังถูกเปียงยางตอบโต้ว่า คำปราศรัยดังกล่าวเป็น “ความคิดเห็นอย่างสะเพร่าของคนแก่จิตป่วย” ทรัมป์ทวิตสวนทันควันโดยเรียกคิมน้อยว่า “อ้วนเตี้ย” ก่อนพลิกอารมณ์มาใช้ไม้อ่อนว่า “ผมพยายามอย่างมากเพื่อจะเป็นเพื่อนกับเขา วันหนึ่งสิ่งนี้อาจเกิดขึ้น”

เดวิด เพรสส์แมน อดีตเอกอัครราชทูตอเมริกันในสหประชาชาติสมัยโอบามา ฟันธงว่า ทรัมป์เยือนเอเชียโดยปราศจากยุทธศาสตร์เกี่ยวกับเกาหลีเหนือ และจากมามือเปล่าเช่นเดียวกัน

“อ้วนเตี้ยไม่ใช่ยุทธศาสตร์นิวเคลียร์” เขายังบอกว่า แนวทางของวอชิงตันต่อเปียงยาง หล่อเลี้ยงด้วยความคิดแปลกประหลาด ความอวดดี และการคำนวณที่ใช้อารมณ์และเรียกร้องความสนใจของประธานาธิบดีสหรัฐฯผู้ตื้นเขินและเอาแน่เอานอนไม่ได้
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...