xs
sm
md
lg

“ทรัมป์” โอ่ ทัวร์เอเชียสำเร็จเพียบ แต่ชิ่งซัมมิต EAS กลับบ้านก่อน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โบกมือเมื่อถึงบันไดขั้นสุดท้ายก่อนเข้าสู่เครื่องบินประจำตำแหน่ง “แอร์ ฟอร์ซ วัน” เพื่อเดินทางกลับสหรัฐฯ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ วันอังคาร (14 พ.ย.) เป็นการปิดฉากทริปการเยือนเอเชีย 12 วันของเขาเที่ยวนี้
เอเจนซีส์ - “ทรัมป์” โอ่ ทัวร์ 5 ชาติเอเชียประสบความสำเร็จเหลือล้น ได้เพื่อนอีกโขยงใหญ่ แต่เขากลับปิดฉากทริปนี้ด้วยการขึ้นเครื่องกลับบ้านอย่างปุบปับ โดยยกเลิกกำหนดการจำนวนมากในการประชุมสุดยอดที่ฟิลิปปินส์ ด้วยเหตุผลว่าพิธีเปิดประชุมล่าช้ากว่ากำหนด

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ที่ประเดิมทัวร์เอเชียที่ญี่ปุ่นเมื่อ 12 วันที่แล้ว แถลงกับพวกผู้สื่อข่าวในวันอังคาร (14 พ.ย.) ก่อนขึ้นเครื่องบินประจำตำแหน่ง “แอร์ฟอร์ซวัน” ออกจากกรุงมะนิลาว่า การเดินทางครั้งนี้มีความคืบหน้าอย่างมากสำหรับแผนการลดการขาดดุลการค้าอย่างมหาศาลของอเมริกา

“ผมได้เพื่อนใหม่ในระดับสูงสุดเป็นจำนวนมาก” ทรัมป์คุยโอ่พร้อมกับยืนยันว่า ทริปเดินทางนี้ “ประสบความสำเร็จอย่างมโหฬาร”

“ผมคิดว่าดอกผลที่เบ่งบานออกมาจากการลงแรงของเรานั้นกำลังอยู่ในระดับที่เหลือเชื่อ” เขากล่าว และต่อจากนั้นก็กล่าวว่าข้อตกลงการค้าที่ทำได้ในคราวนี้คิดเป็นมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ได้มีการเปิดเผยก่อนหน้านี้แล้ว แต่เขาทำนายต่อด้วยว่า ข้อตกลงเหล่านี้ยัง “กำลังจะเพิ่มพูนขึ้น 4 เท่าตัวอย่างรวดเร็วมาก” จนอยู่ในระดับเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ ทว่าเขาไม่ได้แจกแจงแสดงหลักฐานรองรับการประมาณการนี้

“มันเป็น 12 วันที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง” เขาบอก “ผมคิดว่าเราได้ทำงานที่แสนมหัศจรรย์จริงๆ”

ก่อนที่จะออกจากการประชุม ทรัมป์ได้เข้าร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับพวกผู้นำโลกอื่นๆ อีก 18 ชาติ ก่อนหน้าการเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของ “การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก” (อีสต์ เอเชีย ซัมมิต หรือ อีเอเอส) ซึ่งเป็นภารกิจสุดท้ายในกำหนดการเยือนเอเชียเที่ยวนี้ของประมุขทำเนียบขาว

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ว่า ระหว่างมื้อเที่ยง เขาได้กล่าวแสดงความคิดเห็นที่ได้เตรียมไว้เพื่อพูดในที่ประชุมอีเอเอสแล้ว

เดิมทีนั้นทรัมป์วางแผนงดเข้าร่วมการประชุมอีเอเอสอยู่แล้ว แต่กลับลำหลังถูกวิจารณ์ว่า หันหลังให้เอเชีย ทว่าเอาเข้าจริง เขายังคงไม่ได้อยู่ร่วมแม้กระทั่งการเปิดประชุมอย่างเป็นทางการในตอนบ่ายวันอังคาร โดยบอกว่า เป็นเพราะกำหนดการล่าช้าถึง 2 ชั่วโมง นอกจากนี้ทรัมป์ยังพลาดโอกาสถ่ายรูปร่วมกับกลุ่มผู้นำชาติอื่นๆ ปล่อยให้เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศ รับหน้าที่ทั้งหมดแทน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เข้าร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับพวกผู้นำโลกอื่นๆ อีก 18 ชาติ ก่อนหน้าการเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของ “การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก” (อีสต์ เอเชีย ซัมมิต หรือ อีเอเอส) ซึ่งเป็นภารกิจสุดท้ายในกำหนดการเยือนเอเชียเที่ยวนี้ของประมุขทำเนียบขาว
ซัมมิตนี้ประกอบด้วยสมาชิก 10 ชาติของสมาคมอาเซียน บวกด้วย ออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ รัสเซีย และสหรัฐฯ

ประเด็นสำคัญที่สุดของทรัมป์ตลอดการทัวร์เอเชียเที่ยวนี้ คือวิกฤตนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ โดยที่ประมุขสหรัคฐฯได้รับการต้อนรับอย่างใหญ่โตเอิกเกริกทั้งที่ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจีน ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ปูพรมแดงรับการเยือนอย่างเป็นทางการของประมุขรัฐระดับพิเศษ ทำเนียบขาวยังโอ่ว่า ได้ข้อตกลงการค้าจากแดนมังกรมูลค่ากว่า 250,000 ล้านดอลลาร์

ทว่า นักวิเคราะห์กล่าวว่า การโอ้อวดดังกล่าวปิดบังข้อเท็จจริงที่ว่า ข้อตกลงที่ได้มาจำนวนมากเป็นแค่บันทึกความเข้าใจที่ไม่มีผลทางกฎหมาย และอีกหลายฉบับต้องใช้เวลาเป็นปีกว่าจะลุล่วงหรือไม่มีทางเป็นจริงเลย

ในการประชุมสุดยอดกลุ่มเอเปกที่เวียดนาม ทรัมป์หยิบยกเรื่องเกาหลีเหนือมาพูดอีกครั้ง ซึ่งพวกผู้ช่วยบอกว่า เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การรวบรวมการสนับสนุนจากทั่วโลกเพื่อโน้มน้าวให้เปียงยางละทิ้งโครงการอาวุธ

แต่ข้อกล่าวหาเรื่องรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งผู้นำอเมริกาเมื่อปีที่แล้ว กลับมาเป็นประเด็นร้อนรอบใหม่ เมื่อทรัมป์แสดงท่าทียอมรับการยืนยันของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินว่า มอสโกไม่รู้ไม่เห็นกับเรื่องที่ถูกกล่าวหา

ที่ฟิลิปปินส์ ทรัมป์กลายเป็นข่าวอีกครั้งจากการกระชับมิตรชื่นมื่นกับประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ที่อวดอ้างว่า เคยฆ่าคนมาแล้ว และเป็นผู้ริเริ่มสงครามยาเสพติดที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน

ผู้นำสหรัฐฯ ไม่ได้กดดันดูเตอร์เตเรื่องสงครามยาเสพติดนองเลือดแต่อย่างใดระหว่างพบหารือทวิภาคีกันเมื่อวันจันทร์ (13) แต่ออกแถลงการณ์ร่วมว่า ทั้งคู่เน้นย้ำความสำคัญของสิทธิมนุษยชนและเกียรติยศศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโดว์ของแคนาดา เปิดเผยเมื่อวันอังคารภายหลังพบเจรจาทวิภาคีกับดูเตอร์เตว่า เขาได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาสิทธิมนุษยชน หลักนิติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบศาลเตี้ย ซึ่งดูเตอร์เตรับฟังอย่างดีและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างราบรื่น

นอกจากนั้นในวันอังคาร ทรูโดว์ยังได้พบปะหารือทวิภาคีกับ อองซาน ซูจี ผู้นำในทางพฤตินัยของพม่า โดยเขากล่าวว่าได้หยิบยกเรื่องชะตากรรมของผู้ลี้ภัยโรฮิงญา ขึ้นมาหารือ แม้ว่าไม่ได้ใช้คำว่า โรฮิงญาโดยตรงก็ตาม
2 จากทั้งหมด 2 รูป
กำลังโหลดความคิดเห็น...