xs
sm
md
lg

สหภาพยุโรปอนุมัติ “ปิดล้อมซื้อขายอาวุธ” กับเวเนซุเอลาเด็ดขาด ส่วน “รัสเซีย-จีน-อียิปต์-โบลิเวีย” รวมหัวบอยคอตประชุมมนตรีความมั่นคงยูเอ็นประเด็นมาดูโร

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เอเจนซีส์/รอยเตอร์ - เมื่อวานนี้(13 พ.ย) ในที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศชาติสมาชิกสหภาพยุโรปได้มีมติร่วมกันเพิ่มมาตรการกดดันเวเนซุเอลา ที่รวมไปถึงการประกาศห้ามค้าอาวุธโดยสินเชิง ประกาศห้ามการเดินทางและยึดทรัพย์ต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลเวเนซุเอลา เกิดขึ้นวันเดียวกันกับที่ 4 ชาติ รัสเซีย จีน อียิปต์ และโบลิเวีย บอยคอตประชุมไม่เป็นทางการของคณะมนตรีความมั่นคงองค์การสหประชาชาติ หารือ ประเด็นวิกฤตเวเนซุเอลาที่มีสหรัฐฯเป็นตัวตั้งตัวตีจัด

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สรายงานเมื่อวานนี้(13 พ.ย)ว่า ในวันจันทร์(13 พ.ย) สหภาพยุโรปออกมาตรการกดดันประธานาธิบดีเวเนซุเอลา นิโกลัส มาดูโร ด้วยมาตรการคว่ำบาตรที่แรงมากขึ้น รวมไปถึง คำสั่งห้ามค้าขายอาวุธโดยเด็ดขาด ที่อาจรวมไปถึงสิ่งที่อาจถูกนำมาใช้ได้ทั้งในกิจการพลเรือนหรือกิจการทหาร เพื่อบีบบังคับประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร เข้มงวดกับการต้องทำตามหลักนิติรัฐ และมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น

โดยอียูออกมาตรการเพื่อลงโทษคาราคัสครั้งนี้ หลังพบว่าการเลือกตั้งในเดือนที่ผ่านมาของเวเนซุเอลาไม่โปร่งใส

ทั้งนี้ในที่ประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศของชาติสมาชิก ได้กำหนดกรอบทางกฎหมายสำหรับการคว่ำบาตรขึ้น รวมไปถึงคำสั่งห้ามการเดินทาง และยึดทรัพย์ของเจ้าหน้าที่รัฐบาลคาราคัส ซึ่งเป็นมาตรการที่รัฐบาลสหรัฐฯชุดทรัมป์ได้ใช้ในการลงโทษเจ้าหน้าที่เวเนซุเอลาจำนวนหลายสิบคน รวมไปถึงตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลา

แต่อย่างไรก็ตาม สื่อสหรัฐฯชี้ว่า บรรดารัฐมนตรีอียูยังไม่ประกาศชื่อของเป้าหมายเจ้าหน้าที่คาราคัสที่ถูกคว่ำบาตรออกมา โดยให้เหตุผลว่า ต้องการเปิดโอกาสให้เวเนซุเอลายังสามารถหาทางออกทั้งการเมืองและเศรษฐกิจอย่างสันติผ่านการเจรจา

“ความรับผิดชอบหลักในการยุติวิกฤตในเวเนซุเอลานั้นอยู่ภายในประเทศ” รายงานจากแถลงการณ์ของรัฐมนตรีชาติสมาชิกอียู และในแถลงการณ์ยังกล่าวต่อว่า “ทางอียูขอเรียกร้องโดยตรงไปยังรัฐบาล ให้เร่งรีบนำประชาธิปไตยที่ชอบด้วยกฎหมายกลับคืน ซึ่งรวมไปถึงผ่านการเลือกตั้งที่ยุติธรรมและเสรี และต่อฝ่ายค้านในแบบที่สมานฉันท์ เพื่อผลลัพท์จากการเจรจาจะสามารถแก้ปัญหาตรึงเครียดในปัจจุบันได้ เพื่อผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ”

ทั้งนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แกนนำฝ่ายค้านเวเนซุเอลาประกาศว่า จะยอมกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจากับคาราคัวอีกครั้งหลังจากหยุดไปชั่วคราว ซึ่งการประชุมหารือจะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ที่สาธารณรัฐโดมินิกัน โดยทางฝ่ายค้านประกาศว่า จะตั้งเงื่อนไขเพื่อให้การเลือกตั้งประธานาธิบดีปีหน้านั้นยุติธรรมและเป็นประชาธิปไตย

ซึ่งในแถลงการณ์ของที่ประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศอียูชี้ว่า ทางสหภาพยุโรปขอเรียกร้องให้รัฐบาลคาราคัสอนุญาตการตรวจสอบผลการเลือกตั้งอย่างครอบคลุมและเป็นอิสระ

นิวยอร์กไทม์สรายงานต่อว่า รัฐบาลมาดูโรออกมาตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรของทางอียู โดยเรียกว่า “ผิดกฎหมาย ไม่สมเหตุสมผล และไม่ได้ผล”

และในวันเดียวกันนั้น(13 พ.ย) พบว่าสหรัฐฯพยายามที่จะจัดการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งองค์การสหประชาชาติอย่างไม่เป็นทางการขึ้นเพื่อหามติจัดการกับเวเนซุเอลา

แต่อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์ชี้ว่า มีอย่างน้อย 4 ชาติ ได้แก่ รัสเซีย จีน อียิปต์ และ โบลิเวีย ไม่เห็นด้วย และบอยคอตการประชุมครั้งนี้ โดยทั้ง 4 ชาติต่างชี้ว่า 15 ชาติสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นไม่สมควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว

ซึ่งทางเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำยูเอ็น วาสซิลี เนเบ็นเซีย(Vassily Nebenzia) ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวในเรื่องนี้ว่า “มันเป็นปัญหาเกี่ยวกับการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกิจการภายในเวเนซุเอลา”

ซึ่งตัวแทนของรัสเซียยังตั้งความหวังว่า ทางเวเนซุเอลาจะสามารถหาทางออกได้เองโดยที่ไม่ต้องมีภายนอกเข้าไปเกี่ยวข้อง

ด้านเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำองค์การสหประชาชาติ นิกกี เฮลลี กล่าวกับที่ประชุมว่า “ในความเป็นจริงคือ รัฐบาลเวเนซุเอลานั้นทำเกินเลยขอบเขตไป ด้วยการบีบบังคับไม่ให้คนไปร่วมการประชุม นั่นถือเป็นสิ่งผิด และนั่นช่างน่าเศร้า”

และเฮลลียังกล่าวต่อว่า “เราได้รับแรงกดดันจากพันธมิตรในภูมิภาคไม่ให้เข้าร่วมการประชุมนี้” ซึ่งเธอได้ให้เหตุผลว่า “เป้าหมายนี้ไม่ต้องการลดระดับใครทั้งนั้น และไม่ใช่การทำให้ขายหน้าในระดับภูมิภาค แต่เป็นการยกระดับภูมิภาคขึ้นมา”

ด้านลูอีส เบอร์มมูเดซ( Luis Bermudez) ผู้ช่วยเอกอัครราชทูตประจำองค์การสหประชาชาติของอุรุกวัยซึ่งเข้าร่วมในการหารืออย่างไม่เป็นทางการที่สหรัฐฯจัด แต่ได้แสดงความเห็นว่า ประเทศของเขาไม่เชื่อว่า ***สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเวเนซุเอลาจะเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ ***

ในขณะที่ ราฟาเอล ดาริโอ รามิเรซ(Rafael Dario Ramirez) เอกอัครราชทูตเวเนซุเอลาประจำยูเอ็นได้เปิดประเด็นให้สัมภาษณ์กับนักข่าวในระหว่างที่การประชุมเริ่มขึ้น โดยกล่าวว่า “การประชุมที่เกิดขึ้นนั้นแสดงความเป็นศัตรู และเป็นการแสดงให้เห็นถึงการเข้าก้าวก่ายอย่างชัดเจนของสหรัฐฯ ซึ่งนั่นเป็นการบั่นทอนต่อหลัการความเป็นรัฐของชาติสมาชิกองค์การสหประชาชาติ” และชี้ต่อว่า “เราขอประณามการกระทำที่แสดงถึง การบงการทางการเมืองในครั้งนี้”

รอยเตอร์รายงานว่า ในขณะที่รามิเรซยืนให้สัมภาษณ์กับนักข่าว มี หวู ไฮเตา( Wu Haitao) ผู้ช่วยเอกอัครราชทูตจีนประจำองค์การสหประชาชาติ และซาชา เซอร์จิโอ ลอเรนต์ตี โซลิซ(Sacha Sergio Llorentty Soliz)เอกอัครราชทูตโบลิเวียประจำยูเอ็นยืนอยู่ข้างๆ
กำลังโหลดความคิดเห็น...