xs
xsm
sm
md
lg

In Clip : ปักกิ่งฮึ่มใส่เกาหลีเหนือ จะไม่อดทนให้ใช้ “พยุงเก-รี” ทดสอบนิวเคลียร์ต่อ - กระบอกเสียงคิม จอง อึน ขู่สหรัฐฯ “ส่งเรือบรรทุก 3 ลำเข้าน่านน้ำเอเชีย” เท่ากับประกาศสงคราม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เอเจนซีส์ - ปักกิ่งออกมาเตือนเกาหลีเหนือล่าสุด ประกาศห้ามรัฐบาลเปียงยางใช้ศูนย์ทดสอบใต้ดินพยุงเก-รี ใกล้พรมแดน ในการทดสอบครั้งต่อไป ยืนยันสถานีการทดสอบแห่งนี้ไม่สามารถต้านทานต่อการระเบิดได้อีกครั้ง เสี่ยงต่อภัยการรั่วไหลกัมมันตภาพรังสีสู่จีนทั้งภูมิภาค ด้านเกาหลีเหนือส่งกระบอกเสียงออกมาชี้ การปรากฎตัวของกองเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ถึง 3 ลำในน่านน้ำเอเชีย "เป็นการเคลื่อนไหวทางอาชญากรรม" และนำไปสู่สงครามแห่งความก้าวร้าว

เดลีสตาร์ สื่ออังกฤษรายงานเมื่อวานนี้ (28 ต.ค.) ว่า เกาหลีเหนือ ประเทศที่ถูกโดดเดี่ยวกำลังผลักให้โลกเข้าใกล้สงครามโลกครั้งที่ 3 ด้วยการทดสอบขีปนาวุธและระเบิดไฮโดรเจนครั้งแล้วครั้งเล่า

แต่พบว่าประเทศมหามิตรเช่นจีน ออกคำเตือนล่าสุดถึงเกาหลีเหนือว่าปักกิ่งจะไม่อดทนต่อไปต่อการทดสอบรอบใหม่ของเกาหลีเหนือ หลังจากที่บรรดานักวิทยาศาสตร์จีนต่างออกมาวิตกว่า ศูนย์การทดสอบนิวเคลียร์ใต้ดิน พยุงเก-รี ใกล้พรมแดนจีนนั้นไม่สามารถทนรับต่อการทดสอบรอบใหม่

โดยทางนักวิทยาศาสตร์จีนเชื่อว่า หากเกาหลีเหนือทำการทดสอบที่ศูนย์ใต้ดินแห่งนี้อีกครั้ง แรงระเบิดที่เกิดขึ้นอาจทำให้ภูเขาที่อยู่ด้านบนเปิดออก และจะส่งผลให้กัมมันตภาพรังสีนิงวเคลียร์แพร่กระจายไปทั่วจีนซึ่งพบว่าทางจีนได้จัดการเปิดเจรจากับทางเกาหลีเหนือ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้วิกฤตครั้งร้ายแรงเกิดขึ้น ซึ่งพบว่าการทดสอบ 5 ครั้งเกิดขึ้นภายในศูนย์การทดสอบใต้ดินพยุงเก-รี อยู่ด้านใต้ของภูเขามันตาป (Mount Mantap) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ห่างจากจีนไปแค่ 50 ไมล์ หรือราว 80 กม.เท่านั้น

ทั้งนี้ในการทดสอบระเบิดไฮโดรเจนครั้งที่ 6 ในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีความร้ายแรง 15 เท่าของระเบิดนิวเคลียร์สหรัฐฯที่หย่อนลงในฮิโรชิมา ญี่ปุ่น ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เกิดแผ่นดินไหวที่มาจากฝีมือมนุษย์แรง 6.1 แมกนิจูด สื่ออังกฤษรายงาน

การสั่นสะเทือนระดับย่อยอีก 2 ครั้ง ที่ความแรง 2.6 แมกนิจูด และ 3.2 แมกนิจูด ทำให้มีการเกรงกันว่าผู้นำเกาหลีเหนือ ประธานาธิบดีคิม จอง อึน อาจจะทำการทดสอบที่มากไปกว่านี้ แต่บรรดานักวิทยาศาสตร์ต่างเชื่อว่า ผลจากการทดสอบครั้งที่ 6 อุโมงค์ภายในศูนย์ใต้ดินด้านใต้ภูเขามันตาปที่ถูกขุดขึ้นนั้น ในเวลานี้ได้พังลงมาหมดแล้ว ซึ่ง 1 วันหลังการทดสอบระเบิดไฮโดรเจนครั้งประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์จีนได้ชี้ว่า การทดสอบรอบต่อไปของเกาหลีเหนือจะทำให้ภูเขามันตาพที่อยู่ด้านบนศูนย์ทดสอบเปิดออก ส่งผลทำให้ปักกิ่งได้จัดให้มีตัวแทนพบปะนเกาหลีเหนืออย่างเร่งด่วน เกิดขึ้นวันที่ 20 ก.ย. ล่าสุดในกรุงปักกิ่ง

ไซ มิงเกา (Zhai Mingguo) นักธรณีวิทยาจีน ผู้ที่ช่วยในการจัดการให้การประชุมระหว่างสองชาติเกิดขึ้น กล่าวว่า “นี่เป็นปัญหาใหญ่ที่มีความสลับซับซ้อน ที่ต้องใช้การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบในหลายทาง” และกล่าวว่า “การประชุมของเราเป็นหนึ่งในความพยายามเหล่านี้” ไซให้ความเห็น

เดลีสตาร์ชี้ว่า บรรยากาศการประชุมเต็มไปด้วยการสงวนท่าทีแต่มีความเป็นมิตร โดยสื่ออังกฤษชี้ว่า ***เป็นที่น่าสนใจ เมื่อพบว่า 2 วันหลังการหารือ เกาหลีเหนือประกาศการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์กลางมหาสมุทรแปซิฟิก ไม่ใช่ที่ศูนรย์ทดสอบใต้ดิน พยุงเก-รี ตามปกติ ***

ขณะที่สื่ออังกฤษกล่าวให้ความเห็น ชี้ ไปได้ว่าทางเกาหลียอมรับฟังคำแนะนำของปักกิ่ง ประเทศที่หนุนหลังมาโดยตลอด

โดยนักวิจัยด้านความเสี่ยงของสารกัมมันตภาพรังสีประจำมหาวิทยาลัยปักกิ่งได้ให้ความเห็นว่า ทางรัฐบาลจีนไม่อาจอดทนต่อเกาหลีเหนือในเรื่องนี้ได้อีกต่อไป ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์รายนี้ ที่สื่อจีนไม่ได้ระบุชื่อ กล่าวว่า “ทางจีนไม่อาจรอและนั่งเฉยๆจนกระทั่งศูนย์การทดสอบที่ว่าเกิดระเบิด” และเปิดเผยว่า “เครื่องมือของเราสามารถตรวจจับกัมมันตภาพรังสีเมื่อมันเดินทางมาถึงได้ แต่จะมีความโกลาหลทางสาธารณะและประชาชนจีนจะแสดงความโกรธอย่างหนักไปที่รัฐบาลจีน สาเหตุที่ไม่ยอมจัดการอะไร”

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญมหาวิทยาลัยปักกิ่งรายนี้ชี้ว่า “บางทีเกาหลีเหนืออาจจะคิดได้ว่า ศูนย์การทดสอบแห่งนี้ของตัวเองไม่สามารถรองรับการระเบิดครั้งต่อไปได้แล้ว” และกล่าวต่อว่า “แต่หากว่าพวกเขาต้องการที่จะทำการทดสอบครั้งต่อไป บางทีพวกเขาคงต้องไปทำการทดสอบที่อื่นแทน”

มีบางรายงานออกมาชี้ว่า กองทัพเกาหลีเหนืออยู่ในระหว่างการย้ายศูนย์การทดสอบนิวเคลียร์ในเวลานี้ แต่อย่างไรก็ตาม 38 นอร์ท ศูนย์ติดตามความเคลื่อนไหวเกาหลีเหนือของสหรัฐฯได้ออกมาเตือนว่า มีความเป็นไปได้น้อยที่คิม จอง อึน จะยอมทิ้งศูนย์การทดสอบใต้ดิน พยุงเก-รี ไป

ทั้งนี้กรายงานการออกมาเตือนของจีน เกิดขึ้นในเวลาเดียวกันกับที่เปียงยางออกมาประณามสหรัฐฯว่า วอชิงตันยั่วยุที่จะก่อสงครามด้วยการส่งให้เรือบรรทุกเครื่องบิน 3 ลำออกปฎิบัติการพร้อมกันภายในน่านน้ำเอเชียใกล้เกาหลีเหนือ

โดยสื่อสหรัฐฯ CNBC รายงานในวันศุกร์(27 ต.ค)ว่า สำนักข่าวทางการเกาหลีเหนือออกมาเรียกการเคลื่อนไหวของสหรัฐฯรอบใหม่ ว่า “เป็นความเคลื่อนไหวทางอาชญากรรม” หลังพบว่าวอชิงตันส่งเรือรบบรรทุกเครื่องบินจำนวน 3 ลำเข้ามายังน่านน้ำภูมิภาคเอเชียพร้อมกัน ซึ่งสื่อสหรัฐฯกล่าวว่า การปรากฎตัวของเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯที่ว่านี้มีขึ้นเพื่อส่งสัญญาณไปยังเกาหลีเหนือโดยตรง

กระบอกเสียงเกาหลีเหนือชี้ว่า การกระทำของสหรัฐฯนั้นเสี่ยงที่จะทำให้สงครามแห่งความก้าวร้าวนั้นเกิดขึ้น

นอกจากนี้ในรายงานยังชี้ว่า เว็บไซต์เกาหลีเหนือ DPRK Today ยังได้ออกมาปฎิเสธถึงความน่าจะเป็นในการเปิดโต๊ะเจรจาทางการทูตเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์เปียงยาง และเป็นอีกครั้งที่กระบอกเสียงเกาหลีเหนือ ได้ทำการประณามผู้นำสหรัฐฯ โดยชี้ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการให้เกาหลีเหนือหายไป ผ่านการกดดันและการคว่ำบาตร

ซึ่งเจมส์ แมททิส รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯประกาศในขณะที่อยู่ใกล้บริเวณเส้น DMZ ของ 2 ชาติเกาหลีล่าสุดว่า เขาไม่สามารถจินตนาการได้ว่า สหรัฐฯจะยอมรับนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ พร้อมกับเตือนว่า โครงการอาวุธมิสไซล์และนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือที่มีความก้าวหน้าในเวลานี้ นั้นจะบั่นทอนความมั่นคงเกาหลีเหนือ ไม่ใช่เสริมความแข่งแกร่งอย่างที่เข้าใจ

ทั้งนี้พบว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน 3 ลำที่ทางเปียงยางอ้าง เข้าใจว่าคือ เรือบรรทุกเครื่องบินรบสหรัฐฯ ยูเอสเอส ธีโอดอร์ รูสเวลต์ (USS Theodore Roosevelt) และเรือบรรทุกเครื่องบินรบสหรัฐฯ ยูเอสเอส นิมิตซ์ (USS Nimitz) พร้อมกับเรือคาราวาน ที่ประกอบไปด้วยเรือพิฒาต และเรือดำน้ำ ที่ก่อนหน้านี้ได้มีรายงานถึงการเดินทางมาถึงพื้นที่ปฏิบัติการและควบคุมของกองเรือที่ 7 ของสหรัฐฯ ที่กินพื้นที่ตั้งแต่มหาสมุทรอินเดียตะวันออกไปจนถึงมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก อ้างอิงการรายงานจากแถลงการณ์ของกองทัพเรือสหรัฐฯ

และพบว่าเรือบรรทุกเครื่องบินทั้งสองมาสบทบกับเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ยูเอสเอส โรนัลด์ เรแกน (USS Ronald Reagan) ซึ่งประจำการอยู่ในญี่ปุ่น

สื่อสหรัฐฯชี้ว่า การเดินทางมาถึงของเรือรบสหรัฐฯเกิดขึ้นท่ามกลางกำหนดการหารือของ พลเอกโจเซฟ ดันฟอร์ด(Joseph Dunford)ประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐฯ กับบรรดาผู้นำกองทัพเกาหลีใต้ในกรุงโซล และการมาเยือนเกาหลีใต้ของผู้นำสหรัฐฯในเดือนหน้า

โดยกระทรวงกลาโหมชี้ว่า ดันฟอร์ดต้องการปรึกษาหารือกับบรรดาผู้นำระดับสูงของกองทัพเกาหลีใต้เพื่อตรวจสอบยุทธศาสตร์ แผนการ และวิธีการ เพื่อรับมือต่อความก้าวร้าวของเกาหลีเหนือ โดยมีภาพการปรากฎตัวของดันฟอร์ดในเกาหลีใต้ในวันศุกร์(27 ต.ค)บนเว็บไซต์ทางการของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ

ทางด้านผู้เชี่ยวชาญทางการทหารสหรัฐฯได้เปิดเผยกับ CNBC ว่า การปรากฎตัวของเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯนั้น จะเปิดโอกาสทำให้สหรัฐฯสามารถใช้ยุทธการโจมตีเกาหลีเหนือก่อนได้ รวมไปถึงบรรดาเรือที่ให้การคุ้มกันเรือบรรทุกเครื่องบินยังสามารถยิงมิสไซล์เพื่อโจมตีได้ ที่ถึงแม้ว่า ในความเห็นของผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า เกาหลีเหนืออาจจะมีศักยภาพการป้องกันทางอากาศในการยิงสกัดมิสไซล์และเครื่องบินโจมตีของสหรัฐฯ

แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่ากองเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ยังไม่มีศักยภาพในการกำราบเกาหลีเหนือหากเกิดสงครามอย่างเต็มรูปแบบ

ทั้งนี้ บรรดานักข่าวที่ได้ติดตามดันฟอร์ดไปยังเกาหลีใต้ได้ถามถึงการปรากฏตัวของเรือบรรทุกเครื่องบิน 3 ลำในน่านน้ำเอเชีย แต่ประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐฯ ตอบกลับมาว่า เป็นแค่เรื่อบังเอิญเท่านั้น



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...