xs
xsm
sm
md
lg

Weekend Focus : โสมแดงขู่ยิงสอย “บอมเบอร์” สหรัฐฯ ทำได้จริงหรือ “มโน”?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ B-1B แลนเซอร์ 2 ลำ ออกเดินทางจากฐานทัพอากาศแอนเดอร์สันบนเกาะกวมไปปฏิบัติภารกิจ โดยมีฝูงบินขับไล่ F-15 ของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น และเครื่องบินขับไล่ F-35B ของนาวิกโยธินสหรัฐฯ ประกบนำทาง เมื่อวันที่ 31 ส.ค.
เกาหลีเหนือออกอาการฉุนจัดหลังถูกเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ของอเมริกาไปทักทายถึงหน้าประตูบ้านเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ถึงขั้นขู่จะสอยนกเหล็กสหรัฐฯ ให้ร่วงถ้ามีครั้งต่อไป ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าคำขู่นี้ยากที่จะเปลี่ยนเป็นการกระทำ ตราบใดที่เกาหลีเหนือยังพึ่งพาระบบป้องกันภัยทางอากาศรุ่นคุณปู่ที่ใช้มาตั้งแต่ยุคสงครามเย็น

สงครามน้ำลายระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับผู้นำคิม จองอึน ในช่วงไม่กี่วันมานี้ทำให้หลายฝ่ายอดกังวลไม่ได้ว่า ความเข้าใจผิดเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่ “สงครามนิวเคลียร์” ที่ก่อความสูญเสียอย่างร้ายแรง

ทรัมป์ ยื่นคำขู่กลางเวทีประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็นเมื่อวันที่ 19 ก.ย. ว่าจะทำลายล้างเกาหลีเหนือให้ “สิ้นซาก” ถ้าขืนกล้าคุกคามแผ่นดินสหรัฐฯ หรือชาติพันธมิตร และยังเย้ยหยันผู้นำคิมว่าเป็น “มนุษย์จรวด” ที่กำลังปฏิบัติภารกิจ “ฆ่าตัวตาย” ก่อนตวัดปากกาเซ็นคำสั่งคว่ำบาตรบริษัทต่างชาติที่ค้าขายกับเกาหลีเหนือไม่ให้เข้ามาประกอบธุรกิจในอเมริกา

สหรัฐฯ ยังส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ B-1B แลนเซอร์ พร้อมฝูงบินขับไล่ไปบินโฉบเลียบชายฝั่งตะวันออกของเกาหลีเหนือเมื่อวันเสาร์ที่ 23 ก.ย. ทำเอา รี ยองโฮ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศโสมแดงนั่งไม่ติด ออกมาพูดในวันจันทร์ (25) ว่า ทรัมป์ ทำเช่นนี้เท่ากับ “ประกาศสงคราม” และเปียงยางขอสงวนสิทธิ์ที่จะใช่มาตรการตอบโต้ตามที่เห็นสมควร ซึ่งอาจรวมถึงการยิงสอยเครื่องบินทิ้งระเบิดของอเมริกา โดยไม่สนว่าจะละเมิดน่านฟ้าหรือไม่

เพนตากอนยอมรับว่า ฝูงบินทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ ได้บินเลียบเขตปลอดทหารระหว่างสองเกาหลีค่อนไปทางทิศเหนือมากที่สุดเท่าที่เคยกระทำมาในศตวรรษที่ 21

บรูซ เบนเน็ตต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารจากสถาบัน แรนด์ คอร์ปอเรชัน ระบุว่า เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B มีระบบตอบโต้ทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อน และมักถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจร่วมกับฝูงบินขับไล่ F-15 ซึ่งมีประสิทธิภาพเหนือชั้นกว่าอาวุธของกองทัพอากาศโสมแดงอย่างแน่นอน

“ต่อให้เกาหลีเหนือส่งเครื่องบินขับไล่หลายสิบลำขึ้นมารุมกินโต๊ะ F-15 สหรัฐฯ ก็จะทราบล่วงหน้า และสามารถบินเลี่ยงกลับไปญี่ปุ่นได้ทัน” เขากล่าว

ผู้เชี่ยวชาญด้านขีปนาวุธชี้ว่า โสมแดงอาจพยายามโจมตีเครื่องบินสหรัฐฯ ด้วยจรวดชนิดยิงจากพื้นดินสู่อากาศ แต่ก็ไม่สามารถยิงเป้าหมายที่อยู่นอกน่านฟ้าเกาหลีเหนือได้อยู่ดี

“ตราบใดที่เครื่องบินสหรัฐฯ ยังอยู่นอกชายฝั่งเกาหลีเหนือ พวกเขาก็ค่อนข้างปลอดภัย” ไมเคิล แอลแมนน์ จากสถาบันระหว่างประเทศเพื่อยุทธศาสตร์ศึกษา (IISS) ระบุ

เครื่องบิน EC-121 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ เคยถูก MiG-21 ของโสมแดงยิงตกเมื่อปี 1969 แต่นั่นคืออากาศยานแบบ Super Constellation ที่ใช้งานมาตั้งแต่ทศวรรษ 1940 ในขณะที่เครื่องบินขับไล่สหรัฐฯ ยุคนี้มีเทคโนโลยี “สเตลธ์” ช่วยป้องกันไม่ให้เรดาร์ของศัตรูตรวจจับได้

เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้คนหนึ่งเผยด้วยว่า เกาหลีเหนือมีข้อจำกัดด้านพลังงาน ซึ่งทำให้ไม่สามารถใช้งานเรดาร์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

“มาตรการคว่ำบาตรและปิดกั้นน้ำมันอาจทำให้เครื่องบินขับไล่เกาหลีเหนือมีเชื้อเพลิงไม่พอบินกลับฐานเสียด้วยซ้ำ เมื่อปฏิบัติภารกิจเสร็จสิ้น” พัค แด-กวาง ผู้เชี่ยวชาญระบบป้องกันภัยทางอากาศเกาหลีเหนือจากสถาบันวิเคราะห์กลาโหมของรัฐบาลโซล ระบุ

สมุดปกขาวของกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้เมื่อปี 2016 ระบุว่า กองทัพเกาหลีเหนือมีฝูงบินขับไล่ราว 810 ลำ แต่ส่วนใหญ่ผลิตในจีน หรือไม่ก็เป็นเครื่องบินเก่ายุคโซเวียต ซึ่งล้วนแต่ล้าสมัยและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และผู้นำ คิม จอง อึน แห่งเกาหลีเหนือ
เดวิด แม็กซ์เวลล์ จากศูนย์เพื่อความมั่นคงศึกษา วิทยาลัยกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ชี้ว่า “ผมไม่แน่ใจว่าเครื่องบินเกาหลีเหนือรุ่นไหนที่จะมีศักยภาพโจมตีฝูงบินนำทาง F-15 ของเราได้”

ลี ชอลวู ประธานคณะกรรมการสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติเกาหลีใต้ (เอ็นไอเอส) ระบุเมื่อวันอังคาร (26) ว่า กองทัพเกาหลีเหนือเหมือนจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ และไม่ได้ดำเนินการตอบโต้เครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ เลย จนกระทั่งวอชิงตันออกมาแถลงภารกิจของ B-1B ให้ทั่วโลกรับรู้

ผู้สันทัดกรณีเชื่อว่า อาวุธของโสมแดงที่น่าจะมีโอกาสทำอันตรายต่อเครื่องบินสหรัฐฯ ได้มากที่สุดก็คือ ขีปนาวุธ KN-06 ชนิดยิงจากพื้นดินสู่อากาศซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากระบบต่อสู้อากาศยาน S-300 ของรัสเซีย และมีพิสัยการยิงราว 150 กิโลเมตร

คิม จองอึน ประกาศไว้เมื่อเดือน พ.ค.ว่า ขีปนาวุธ KN-06 ได้รับการพัฒนาจนเข้าขั้น “สมบูรณ์แบบ” แล้ว

จอร์จ ฮัตชันสิน บรรณาธิการวารสาร International Journal of Korean Studies และอดีตเจ้าหน้าที่กองทัพอากาศสหรัฐฯ ระบุว่า ขีปนาวุธรุ่นนี้ค่อนข้างทันสมัย และล็อกเป้ายิงทำลายได้ยากเนื่องจากติดตั้งบนรถบรรทุก แต่ยังไม่อาจประเมินความน่าเชื่อถือเนื่องจากโสมแดงเพิ่งจะนำออกประจำการไม่นานนัก

รัฐบาลโสมขาวระบุว่า เกาหลีเหนือเคลื่อนย้ายขีปนาวุธชนิดยิงจากพื้นดินสู่อากาศ SA-5 และ SA-2 มาไว้ใกล้ๆ พรมแดน รวมถึงชายฝั่งทางด้านตะวันออกและตะวันตกในสัปดาห์นี้ แต่ เบนเน็ตต์ จาก แรนด์ คอร์ปอเรชัน ชี้ว่า ขีปนาวุธ SA-5 ซึ่งมีพิสัยเดินทางประมาณ 250 กิโลเมตรนั้นค่อนข้างล้าสมัย และเครื่องบินสหรัฐฯ สามารถตอบโต้ได้อย่างสบายๆ

นักวิเคราะห์บางคนตีความคำขู่ของรัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือเมื่อวันจันทร์ (25) ว่าน่าจะพุ่งเป้าไปที่ “เกาะกวม” ซึ่งเป็นฐานประจำการของเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B มากกว่า หลังจากที่เคยขู่มาแล้วครั้งหนึ่งว่าจะยิงจรวดพิสัยกลางกึ่งไกล “ฮวาซอง-12” ไปถล่มเป้าหมายใกล้ๆ ดินแดนของสหรัฐฯ แห่งนี้

“พวกเขาอาจพยายามยิงเครื่องบินของสหรัฐฯ หากมีการรุกล้ำน่านฟ้า แต่ระบบต่อต้านอากาศยานของเกาหลีเหนือมีศักยภาพจำกัด... ผมจึงเชื่อว่าคำขู่นี้น่าจะเกี่ยวกับเรื่องที่เปียงยางขู่จะโจมตีน่านน้ำแถวๆ เกาะกวมมากกว่า” คิม ดงยุบ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารจากสถาบันตะวันออกไกลศึกษาในกรุงโซล ระบุ
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...