xs
xsm
sm
md
lg

In Clip : พ่อค้าอีเบย์สมคบทหารอเมริกันขโมยชิ้นส่วนอาวุธราคาหลักล้านดอลฯ จากฐานทัพในอัฟกานิสถาน ส่งขายฮ่องกง-จีน-รัสเซีย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เอเจนซีส์ - มูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 ล้านดอลลาร์ชิ้นส่วนยุทโธปกรณ์ทางทหาร ปืน ชิ้นส่วนปืนไรเฟิล หมวกกันกระสุนสำหรับการสู้รบ และอื่นๆ ถูกขโมยออกมาจากฐานทัพสหรัฐฯ ในอัฟกานิสถาน และส่งกลับมายังอเมริกา ถูกประกาศขายผ่านอีเบย์ ที่มีผู้ซื้อมาจากรัสเซีย จีน ฮ่องกง เม็กซิโก และยูเครน พบมีนายทหารสหรัฐฯ 6 นายและพลเรือนอีก 2 รายเกี่ยวข้องกระทำผิด

เดอะ อินไควเรอร์ รายงานเมื่อวานนี้ (31 ส.ค.) ว่า การขึ้นไต่สวนในระดับศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ สัปดาห์นี้ พบว่า ชิ้นส่วนอาวุธ และยุทโธปกรณ์ที่อ่อนไหวทางการทหารของกองทัพสหรัฐฯมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 ล้านดอลลาร์ เป็นต้นว่า ปืน ชิ้นส่วนปืนไรเฟิล หมวกกันกระสุนสำหรับการสู้รบ เครื่องมือทางการแพทย์ ชุดเกราะลำตัว ชิ้นส่วนกล้องส่องของอาวุธปืน (gun sights) และที่ปั่นไฟ ถูกประกาศขายอย่างผิดกฎหมายผ่านอีเบย์

ทั้งนี้ ผู้ที่ประกาศขายชิ้นส่วนอาวุธและยุทโธปกรณ์เหล่านี้เป็นชายวัย 27 ปีจ ากคลาร์กวิลล์ (Clarksville) รัฐเทนเนสซี จอห์น โรเบิร์ตส์ (John Roberts) ขึ้นศาลรัฐบาลกลางเมืองแนชวิล รัฐเทนเนสซี วันพุธ (30 ส.ค.) ในข้อหาการหลอกหลวงทางอิเล็กทรอนิกส์ (wire fraud) รวมไปถึงสมรู้ร่วมคิดในการขโมยและจำหน่ายทรัพย์สินของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ และละเมิดกฎหมายควบคุมการส่งออกอาวุธสหรัฐฯ ซึ่งพบว่ามีนายทหารอเมริกัน 6 นาย และพลเรือนที่ร่วมมือกับโรเบิร์ตส์อีก 1 คนยอมให้การสารภาพโดยวิธีแบบ plea deal หรือการต่อรองลดโทษเพื่อแลกกับการให้ปากคำในการนำไปสู่การจับกุม

อย่างไรก็ตาม พ่อค้าอีเบย์วัย 27 รายนี้ประกาศกลางศาล อ้างหน้าตาเฉยว่า ***เขาไม่ทราบที่มาของสินค้าที่จำหน่าย*** แต่ในความเป็นจริงแล้วกลุ่มนายทหารทั้งหมดนำชิ้นส่วนอาวุธ และยุทโธปกรณ์ออกมาอย่างผิดกฎหมายทั้งสิ้น และตัวพ่อค้าอีเบย์ยังอ้างต่อว่า สินค้าที่ประกาศขายล้วนแล้วแต่เป็นสินค้าที่สามารถหาซื้อได้จากร้านขายอาวุธทั่วๆ ไป หรือร้านที่จำหน่ายยุทโธปกรณ์ที่ทางกองทัพสหรัฐฯ ได้โละทิ้งแล้วที่เรียกว่า ร้านเซอร์พลัส

“ผมไม่ได้ปกปิดอะไร” โรเบิร์ตส์ พ่อค้าอีเบย์จากรัฐเทนเนสซีกล่าวกลางศาลในวันพุธ (30 ส.ค.) และเสริมว่า “และนั่นเป็นสาเหตุที่ผมยื่นเสียภาษีทุกอย่างที่ผมประกาศขายผ่านทางอีเบย์ ผมคิดว่าทุกอย่างถูกต้องแล้ว”

ในการให้การ โรเบิร์ตส์ยืนยันว่ากลุ่มนายทหารที่ทำการติดต่อทางการค้ากับเขาอ้างว่า ชิ้นส่วนอาวุธเหล่านี้ถูกซื้อมาอย่างถูกต้องจากเพื่อนนายทหารในกองทัพ หรือได้มาจากกองทัพที่ได้ทำการจ่ายอาวุธออกไปเนื่องจากไม่ต้องการ และในการขึ้นให้การ โรเบิร์ตสยังอ้างว่า เขาไม่ทราบมาก่อนว่าเขาจำเป็นต้องมีใบอนุญาตการส่งออกสินค้าทางการทหารบางชนิดเพื่อส่งออกไปยังต่างแดน

แต่อย่างไรก็ตาม คอรี วิลสัน (Cory Wilson) เพื่อนของโรเบิร์ตสที่ร่วมกระทำผิดในครั้งนี้ ได้ขึ้นให้การโดยชี้ว่า ทั้งตัวเขาและโรเบิร์ตส์ พบกลุ่มนายทหารสหรัฐฯ ประกาศขายอุปกรณ์ทางการทหารผ่านแอดส์ซื้อขายบนอินเทอร์เน็ต หรือผ่านทางเฟซบุ๊ก และได้สั่งนายทหารเหล่านั้นให้ช่วยหา ยุทโธปกรณ์ที่มีมูลค่าสูง หรือเป็นสิ่งของหายาก โดยวิลสันยืนยันว่า “เป็นวิธีการหาเงินที่ได้มาอย่างง่ายๆ”

ทั้งนี้ สื่ออินไควเรอร์ชี้ว่า วิลสันยอมรับสารภาพในข้อหาซื้อและขายอาวุธทางการทหาร ฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์ และละเมิดกฎหมายควบคุมการส่งออกอาวุธสหรัฐฯ

ซึ่งมีรายงานว่า กลุ่มนายทหารสหรัฐฯ ที่ตกเป็นเป้าหมายล้วนแต่ยังอยู่ในช่วงอายุน้อย และประสบปัญหาทางการเงิน หรือต้องการเงินเพื่อซื้อยาเสพติด วิลสันกล่าวต่อ และชี้ว่า “ดังนั้นจึงมีอุปกรณ์ทางการทหารมากมายและเงินที่หามาอย่างง่ายๆ”

ทั้งนี้ พบว่าวิลสันและโรเบิร์ตส์ได้เช่าโกดังสินค้นเพื่อเก็บอุปกรณ์ทางการทหารเหล่านี้ในคลาร์กวิลล์ และคนทั้งคู่ยังได้ตั้งแอ็กเคานต์จำนวนมากเพื่อการจำหน่ายอุปกรณ์เหล่านี้บนอีเบย์ โดยในการที่จะจำหน่าย พ่อค้าอีเบย์ได้ทำการลบป้ายทะเบีบนอาวุธออกที่ชี้ว่า “เป็นสมบัติของรัฐบาลสหรัฐฯ” และทำปิดป้ายทะเบียนปลอมในเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ในการส่งสินค้าออกไป

ในการขึ้นให้การ วิลสันยอมรับว่า เขาได้โกหกในตอนแรกว่า เขาไม่ทราบว่าสินค้าทางการทหารเหล่านี้นั้นถูกห้ามส่งออกนอกประเทศสหรัฐฯ ซึ่งโรเบิร์ตส์ พ่อค้าอีเบย์วัย 27 ปียืนยันว่า ทั้งตัวเขาและเพื่อน “วิลสัน” ไม่ได้มีการแบ่งปันผลประโยชน์ทางการเงิน โดยอ้างแต่เพียงว่าคนทั้งคู่แบ่งปันความสนใจในการซื้อขายชิ้นส่วนยุทโธปกรณ์เหล่านี้เท่านั้น

สื่ออินไควเรอร์ระบุว่า การกระทำผิดเริ่มตั้งแต่ปี 2013-2016 ซึ่งข้อความโต้ตอบทางโทรศัพท์ระหว่างกลุ่มนายทหารจากค่ายฟอร์ต แคมป์เบล และพลเรือนอเมริกัน โรเบิร์ตส์ และวิลสัน แสดงให้เห็นถึงการพบปะอย่างสม่ำเสมอในการซื้อขายเกราะลำตัวทหาร(ballistic plates) หมวกกันกระสุนทหาร ชุดกล้องส่องของอาวุธปืน (scopes and gun sights) อ้างอิงจากจ่า CWO ระดับ 2 ซาราห์ เพอร์รี (Sarah Perry) เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานสอบสวนทางอาญาของกองทัพสหรัฐฯ

ทั้งนี้ พบว่าหนึ่งในนายทหารสหรัฐฯ ที่ร่วมมือกับโรเบิร์ตส์และวิลสันได้ขึ้นให้การสารภาพ คือ สิบเอก ไมเคิล บาร์โลว์ (Michael Barlow) อดีตนายทหารประจำฐานทัพฟอร์ต แคมป์เบล ยอมรับสารภาพในความผิดขโมยทรัพย์สินรัฐบาลกลางสหรัฐฯ และข้อหาการสมรู้ร่วมคิด

ในการขึ้นให้การสารภาพ สิบเอกรายนี้ชี้ว่า การกระทำผิดเริ่มต้นจากจำนวนเล็กน้อย และกลายเป็นการขโมยจำนวนขนาดมหาศาลระดับต้องใช้รถบรรทุกขน ซึ่งจ่าสิบเอกบาร์โลว์ยืนยันยันว่า โรเบิร์ตส์พ่อค้าอีเบย์ถึงกับให้ลิสต์สิ่งของที่กลุ่มทหารสหรัฐฯ ต้องขโมยออกมาจากอัฟกานิสถาน และนำกลับมาให้กับชายผู้นี้ในสหรัฐฯ

โดยอดีตสิบเอกบาร์โลว์อ้างว่า “พวกเขาต้องการเพิ่มมากขึ้น และมากขึ้น ส่วนมากเป็นชิ้นส่วนอาวุธ”

นายทหารรายนี้ชี้ว่า หน่วยของเขาเดินทางกลับเข้าสหรัฐฯพร้อมกับตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ 5 ตู้ที่เต็มไปด้วยยุทโธปกรณ์ต่างๆ หลังจากที่ทางวอชิงตันสั่งเคลื่อนย้ายกำลังพลออกจากอัฟกานิสถาน และปิดค่ายทหารที่ประจำการที่นั่น โดยสิบเอกบาร์โลว์ให้ข้อมูลว่า เขาและตัวเพื่อนนายทหารบางทีได้รับเงินค่าตอบแทน 1,000-2,000 ดอลลาร์ต่อตู้คอนเทนเนอร์

เดอะอินไควเรอร์ชี้ว่า และพบว่ามีทหารนายหนึ่งในกลุ่มได้เรียกเก็บเงินจากคนทั้งสองราวคนละ 500 ดอลลาร์ เพื่อแลกกับการที่นำโรเบิร์ตส์และวิลสันเข้ามาด้านในฐานทัพฟอร์ต แคมป์เบล เพื่อเปิดโอกาสให้คนทั้งคู่สามารถเลือกสินค้าที่ต้องการได้ด้วยตนเอง

ซึ่งตรงกันกับการให้การของพ่อค้าอีเบย์ โดยโรเบิร์ตระบุว่า เขาได้รับเชิญให้เข้าไปภายในค่ายทหารแห่งนี้เพื่อดูตู้คอนเทนเนอร์ของหน่วยสังกัดของสิบเอกบาร์โลว์ และอ้าต่องว่า เขาได้รับคำบอกเล่าว่า “สิ่งของพวกนี้ที่ใช้แล้วทั้งนั้น” ที่อยู่ในตู้คอนเทนเนอร์เหล่านี้จำเป็นต้องถูกทิ้งออกไปทั้งหมด และทำให้เขาตัดสินใจเลือกสินค้าบางชิ้นกลับออกมาด้านนอก และยืนยันว่าข้อตกลงการซื้อขายเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางวันต่อหน้านายทหารคนอื่นๆ ที่อยู่ในที่นั้นด้วย

ในขณะที่จ่า CWO ระดับ 2 ซาราห์ เพอร์รีได้ให้การต่อศาลในวันอังคาร (29 ส.ค.) โดยอ้างไปถึงนายทหารคนหนึ่งที่มีชื่อเรียกว่า “อี 5 ริก” (E5 Rick) ได้ส่งข้อความไปหาโรเบิร์ตส์เกี่ยวกับ “การล่า” ระหว่างปฎิบัติหน้าที่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เพอร์รีชี้แจงว่า “การล่า” นี้หมายความถึงนายทหารนายนี้ได้ทำการงัดแงะคาร์โก้เพื่อขโมยอุปกรณ์ทางการทหาร

และทางกองทัพสหรัฐฯ ยังได้ชี้ไปถึงร้านจำหน่ายอาวุธ เซอร์พลัส สโตร์ (Surplus Store) ที่มีมากกว่า 5 แห่งตั้งอยู่รอบที่ตั้งฐานทัพฟอร์ต แคมป์เบล นั้นพบว่ามีการลอบจำหน่ายอุปกรณ์ทางการทหารแบบผิดกฎหมาย

แต่อย่างไรก็ตาม ทนายความของโรเบิร์ตชี้ว่า ทางกองทัพสหรัฐฯ ไม่มีหลักฐานว่าสิ่งของเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ถูกขโมยออกมาจากฐานทัพฟอร์ต แคมป์เบ] และถูกจำหน่ายผ่านอีเบย์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เพอร์รียอมรับว่า ไม่มีภาพจากโทรทัพท์มือถือของโรเบิร์ตยืนยันแสดงหลักฐานภาพถ่ายเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ แต่ทางตัวแทนกองทัพสหรัฐฯ ชี้ว่า เป็นเพราะซีเรียลนัมเบอร์ถูกลบออกไป แต่มีรายงานสิ่งของสูญหายนั้นคล้ายกับที่อุปกรณ์ทางการทหารที่ถูกประกาศขาย

นอกเหนือจากสิบเอกบาร์โลว์แล้ว พบว่านายทหารจากค่ายฟอร์ต แคมป์เบล อีกนายเข้าให้การซึ่งพบว่า โจนาธาน โวลฟอร์ด (Jonathan Wolford) ให้การในวันพุธ (30 ส.ค.) ยอมรับว่า ตัวเขาและเพื่อนนายทหารนายอื่น ดัสติน เนลสัน(Dustin Nelson) ***ได้นำชิ้นส่วนอาวุธและอุปกรณ์ทางทหารออกมา 70 ลัง ซึ่งมีบางส่วนมีระบุชื่อหน่วยของพวกเขา*** และได้ส่งต่อให้กับโรเบิร์ตส์และวิลสัน โดยนายทหารจากค่ายฟอร์ต แคมป์เบล 2 นายได้รับค่าตอบแทนราว 1,200 ดอลลาร์

โวลฟอร์ดให้ข้อมูลว่า เริ่มต้นขายสิ่งของที่ไม่ได้ถูกระบุไว้ภายในลิสต์รายชื่ออุปกรณ์ของหน่วย ที่รวมไปถึง ลำกล้องปืนกลชิ้นส่วนของปืนไรเฟิล M4 และ ด้ามปืนพกเป็นต้น ซึ่งเป็นส่วนสำหรับการซ่อมบำรุง

ทั้งนี้ มีรายงานว่า สินค้าทางการทหารที่ถูกขโมยและถูกขายโดยโรเบิร์ตส์ผ่านทางอีเบย์ พบว่ามีผู้ซื้อมาจากที่ต่างๆ รวมไปถึง รัสเซีย จีน ฮ่องกง เม็กซิโก ยูเครน และคาซัคสถาน


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...