xs
xsm
sm
md
lg

In Clip : บอสใหญ่เพนตากอนเปิดโอกาส “ทหารเกย์มะกัน” อยู่ในกองทัพได้ต่อ ระหว่างศึกษาคำสั่งแบนของทรัมป์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เอเอฟพี - เจมส์ แมตทิส รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ แถลงเมื่อวานนี้ (29 ส.ค.) ว่าอนุญาตกลุ่มนายทหารรักร่วมเพศในกองทัพสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในตำแหน่งได้ต่อไป ระหว่างที่ทางกระทรวงกำลังศึกษาคำสั่งห้ามของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะเพื่อศึกษาและออกแนวทางการปฏิบัติ

เอเอฟพีรายงานวันนี้ (30 ส.ค.) ว่าผู้นำสหรัฐฯ ได้สร้างความประหลาดใจแก่เหล่าผู้นำกองทัพในเดือนกรกฎาคมล่าสุด โดยการประกาศผ่านทางทวิตเตอร์สั่งห้ามไม่ให้พลเมืองอเมริกันที่เป็นเพศทางเลือกเข้ารับใช้ชาติกับกองทัพสหรัฐฯ ถือเป็นการกลับหลังหันทางนโยบาย Don’t Ask, Don’t Tell ในสมัยอดีตผู้นำสหรัฐฯ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่เห็นมีการเปิดกว้างต่อกลุ่มเพศที่ 3 ในการเข้าทำงานร่วมกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ทรัมป์อ้างว่า ผลร้ายของการมีนายทหารกลุ่มรักร่วมเพศร่วมอยู่ด้วยจะส่งผลต่อค่ารักษาพยาบาลจำนวนมากที่ต้องรับผิดชอบ และรวมไปถึงการรวนของระบบ ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ ได้ออกบันทึกความเข้าใจอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ (25 ส.ค.) ก่อนหน้า ที่มีเนื้อหาชี้ว่า ***คำสั่งห้ามรับสมควรต้องเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2018 เป็นต้นไป***

แต่ในบันทึกความเข้าใจที่ส่งตรงให้กับเจ้ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เจมส์ แมตทิส กลับสั่งให้ “จัดการด้วยความระมัดระวังกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวที่เข้าทำงานให้กับกองทัพสหรัฐฯ แล้ว”

เอเอฟพีรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ของทรัมป์ถูกกลุ่มองค์กรเพศที่ 3 และนายทหารที่ยังอยู่ในกองทัพยื่นฟ้องต่อศาล และในวันจันทร์ (28 ส.ค.) สมาพัน์เสรีภาพสิทิทางพลเมืองพลเมืองสหรัฐฯ ACLU (American Civil Liberties Union) ได้ยื่นฟ้องในนามตัวแทนของกลุ่มเจ้าหน้าที่ทหารเกย์สหรัฐฯ ต่อคำสั่งแบนของทรัมป์

ในแถลงการณ์ของแมตทิสที่ออกมาในวันอังคาร (29 ส.ค.) ดูเหมือนระมัดระวังต่อการบังคับใช้ตามคำสั่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เอเอฟพีชี้

โดยแมตทิสยืนยันว่า ทางกระทรวงกลาโหมจะตั้งคณะกรรมาธิการที่มีผู้เชี่ยวชาญนั่งอยู่ เพื่อพัฒนาแผนการบังคับใช้ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดต่อการสู้รบของกองทัพสหรัฐฯ ที่จะนำมาสู่ชัยชนะในสมรภูมิรบ

เอเอฟพีรายงานว่า แมตทิสกล่าวว่า “ในไม่ช้ากลุ่มเจ้าหน้าที่พลเรือนระดับอาวุโสของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จะมีบทบาทต่อหน้าที่นี้” และชี้ว่าในช่วงเวลานี้นโยบายที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจะยังคงใช้อยู่ต่อไปโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง

เอเอฟพีกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ในวันจันทร์ (28 ส.ค.) เจ้าหน้าที่เพนตากอนปฎิเสธที่จะเปิดเผยว่า ทางกระทรวงได้ทำการศึกษา หรือจัดทำรายงาน ถึงผลกระทบต่อกลุ่มเพศทางเลือกในกองทัพหรือไม่อย่างไร รวมไปถึงยังปฏิเสธที่จะเปิดเผยถึงตัวเลขจำนวนกลุ่มรักร่วมเพศที่ยังคงทำงานอยู่ในกองทัพซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีอย่างต่ำตั้งแต่หลักพันไปจนถึงตัวเลขสูงสุดที่ 15,000 นาย



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...