xs
xsm
sm
md
lg

สู้ไม่ไหว! “ซีเชปเพิร์ด” หยุดส่งเรือขวางญี่ปุ่น “ล่าวาฬ” หลังต่อสู้มา 12 ปีเต็ม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ภาพเหตุการณ์ขณะเรือของ ซี เชปเพิร์ด ชนเข้ากับเรือล่าวาฬ ยูชิน มารุ หมายเลข 3 ของญี่ปุ่น ในน่านน้ำแถบแอนตาร์กติก เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ปี 2010 (แฟ้มภาพ)
เอเอฟพี - สมาคมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซี เชปเพิร์ด ประกาศยุติการส่งเรือออกไปขัดขวางกิจกรรมล่าวาฬประจำปีของญี่ปุ่นวันนี้ (29 ส.ค.) โดยยอมรับว่าอีกฝ่ายมีทั้งอิทธิพลทางทหารและเศรษฐกิจที่พวกตนไม่สามารถสู้รบปรบมือด้วยได้

ตลอดระยะเวลา 12 ปี นักเคลื่อนไหวกลุ่มนี้ได้ล่องเรือออกไปขัดขวางการล่าวาฬในมหาสมุทรใต้ จนสามารถช่วยชีวิตสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ชนิดนี้ไว้ได้หลายพันตัว และยังทำให้ทั่วโลกหันมาตระหนักถึงชะตากรรมของฝูงวาฬที่ถูกมนุษย์ล่า

อย่างไรก็ตาม พอล วัตสัน ผู้ก่อตั้งสมาคม ระบุว่า ซีเชปเพิร์ดจะไม่ส่งเรือออกทะเลในปีนี้ และจำเป็นต้องหายุทธศาสตร์และยุทธวิธีที่แตกต่างไปจากเดิมเพื่อขัดขวางการล่าวาฬ

“สิ่งที่เราพบก็คือ ญี่ปุ่นนำระบบดาวเทียมสอดแนมทางทหารมาใช้จับตาความเคลื่อนไหวของซีเชปเพิร์ด และหากพวกเขารู้ว่าเรือของเราอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่ ก็สามารถหลบเลี่ยงไปได้ง่ายๆ”

“เราไม่มีเทคโนโลยีเกรดทหารที่จะไปแข่งขันกับพวกเขา”

วัตสันระบุด้วยว่า ปีนี้เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลโตเกียวจะส่งกองกำลังป้องกันตนเองออกไปคุ้มกันเรือล่าวาฬ ซึ่งทำให้นักเคลื่อนไหวอย่างซีเชปเพิร์ดยากที่จะต่อกรกับ “มหาอำนาจทางเศรษฐกิจ” ของโลก

“เราจำเป็นต้องตัดสินใจว่าจะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดขัดขวางการล่าวาฬในทะเลใต้อีกครั้ง ซึ่งมีโอกาสสำเร็จน้อยมาก หรือจะเอาเวลามาปฏิรูปตัวเองใหม่ให้มียุทธศาสตร์และยุทธวิธีที่ดีกว่าเดิม... หากวิธีการหนึ่งมันไม่เวิร์ค สิ่งเดียวที่ควรทำก็คือวางแผนใหม่... และเราจะทำ”

หน่วยงานญี่ปุ่นเคยยื่นฟ้องศาลให้สั่งยุติกิจกรรมของซีเชปเพิร์ด โดยอ้างว่าเรือของนักเคลื่อนไหวกลุ่มนี้ใช้วิธีที่รุนแรงและอันตราย เช่น นำเรือพุ่งชนกับเรือล่าวาฬญี่ปุ่น ใช้เชือกพันใบพัดเรือ รวมถึงขว้างสีและระเบิดเหม็น (stink bomb) ข่มขู่ลูกเรือล่าวาฬ

ญี่ปุ่นอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายระหว่างประเทศที่ห้ามล่าวาฬเพื่อการค้า โดยอ้างว่าวาฬเหล่านี้ถูกล่าเพื่อ “การวิจัย” เท่านั้น แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าเนื้อของพวกมันมักจะไปอยู่บนจานอาหารค่ำ และส่งขายตามภัตตาคารทั่วแดนปลาดิบ

กองเรือล่าวาฬของญี่ปุ่นเคยระงับกิจกรรมไปในช่วงปี 2014-2015 หลังศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) มีคำวินิจฉัยว่าญี่ปุ่นเอาวิทยาศาสตร์มาบังหน้าเพื่อออกล่าวาฬในเชิงพาณิชย์ แต่แล้วการล่าก็เริ่มต้นอีกครั้งในช่วงปลายปี 2015
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...