xs
sm
md
lg

InClip:สุดตระหนก!! งบประมาณสภาคองเกรสสหรัฐฯฟันธง “อเมริกันชนร่วม22 ล้าน” ไม่มีสิทธิ์เข้ารักษาตัวโรงพยาบาลตลอด 10 ปีข้างหน้า หากกม.ประกันสุขภาพสภาสูงรีพับลิกันผ่าน

เผยแพร่:

รอยเตอร์/MGRออนไลน์ - สำนักงานงบประมาณสภาคองเกรสสหรัฐฯ CBO แถลงวันจันทร์(26 มิ.ย) เชื่อว่าตลอดทั้ง 10 ปีข้างหน้า อาจจะเห็นประชาชนชาวอเมริกันสูงถึง 22 ล้านคน ต้องเสียประกันสุขภาพที่ตัวเองถือสำหรับสิทธิเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเมื่อเจ็บป่วยไป หากร่างกฎหมายใหม่ที่เสนอโดยสภาสูงพรรครีพับลิกันผ่านการรับรอง

รอยเตอร์รายงานเมื่อวานนี้(26 มิ.ย)ว่า วันเดียวกันกับที่สำนักงานงบประมาณสภาคองเกรสสหรัฐฯ CBO แถลงถึงการประเมินร่างกฎหมายประกันสุขภาพของพรรครีพับลิกันนั้น สมาชิกพรรครีพับลิกันสายกลางออกมาคัดค้าน ประกาศที่จะไม่สนับสนุนร่างกฎหมายประกันสุขภาพของพรรคฉบับเจ้าปัญหา

หนึ่งในสมาชิกสภาสูงปีกพรรครีพับลิกันที่ออกมาคัดค้านคือ นั้นคือ สว. ซูซาน คอลลินส์( Susan Collins) โดยเมื่อวานนี้(26 มิ.ย)เธอประกาศจุดยืน ที่จะไม่สนับสนุนร่างกฎหมายนี้หากยังคงมีเนื้อหาที่ระบุอยู่ภายในร่างกฎหมายนี้

รอยเตอร์ชี้ว่า การไม่เห็นด้วยของคอลลินส์ชี้ไปที่จุดอ่อนไหวที่ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐฯของพรรครีพับลิกัน มิตช์ แม็คคอนเนล (Mitch McConnell) ต้องผ่านให้สำเร็จ เพื่อส่งต่อให้กับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัดล์ ทรัมป์ ในการที่ต้องจูงใจสมาชิกพรรคสายกลางและสายขวาจัด

ซึ่งในส่วนของปีกสมาชิกพรรครีพับลิกันสายกลาง ต่างวิตกถึงอนาคตของประชาชนอเมริกันหลายล้านคน ที่จะต้องเสียประกันสุขภาพของตัวเองไป ซึ่งถือเป็นหลักประกันที่ผู้ป่วยจะถูกยอมรับเข้ารักษาตัวในระบบโรงพยาบาลสหรัฐฯ ถือเป็นด่านแรกของการเข้ารับการรักษา โดยทางโรงพยาบาลจะทำการตรวจสอบว่า ผู้ป่วยมีประกันสุขภาพ หรือมีเงินมากเพียงพอที่จะชำระค่ารักษาพยาบาลหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่ค่ารักษาในโรงพยาบาลของอเมริกามีอัตตราที่สูงเกินกว่าที่คนปกติจะสามารถชำระเป็นเงินสดในคราวเดียวได้

ส่วนฝ่ายแกนนำคนสำคัญของฝ่ายขวาจัดในพรรครีพับลิกันต่างกลับมองว่า เนื้อหาของร่างกฎหมายใหม่นี้ไม่มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้กฎหมายประกันสุขภาพทั่วหน้า “โอบามาแคร์” เป็นโมฆะ

ในการออกมาคัดค้านของแกนนำสว.พรรครีพับลิกันนี้ รวมไปถึง สว. แรนด์ พอล สว. เท็ด ครูซ สว. รอน จอห์นสัน และสว.ไมค์ ลี

ซึ่งในการประเมินของ CBO ยังยืนยันว่า มีพลเมืองสหรัฐฯอีก 15 ล้านคนจะไม่มีประกันสุขภาพภายในปี 2018 ภายใต้ร่างกฎหมายประกันสุขภาพสภาสูงรีพับลิกัน ซึ่งเป็นตัวเลขคาดการณ์ที่สูงเนื่องมาจากทางCBO ชี้ว่า เกิดขึ้นหลังจากจากที่เชื่อว่า จะมีการประกาศให้กฎหมายเกี่ยวข้องกับการประกันสุขภาพในการกำหนดลงโทษผู้ที่ไม่มีประกันสุขภาพถูกทำให้เป็นโฆฆะ แต่อย่างไรก็ตามทางสำนักงานงบประมาณสภาคองเกรสสหรัฐฯไม่ได้ลงไปถึงร่างที่ถูกแก้ไขใหม่ของพรรครีพับลิกัน

และยังคาดการณ์ว่า ร่างกฎหมายใหม่นี้จะทำให้ค่าพรีเมียมของประกันสุขภาพสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่ 2 ปีแรก สร้างความวิตกให้ทั้ง 2 ฝ่าย

รอยเตอร์รายงานว่า ในแถลงการณ์ของสำนักงานงบประมาณสภาคองกรสสหรัฐฯ CBO ออกมาคาดการณ์เฉพาะผลที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนสหรัฐฯในช่วง 10 ปีแรกเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า จะมีจำนวนประชาชนชาวอเมริกันสูงกว่า 22 ล้านคนที่ต้องเสียประกันสุขภาพไป เนื่องมาจากการถูกตัดงบประมาณโครงการประกันสุขภาพเมดิเคด(Medicaid insurance program)สำหรับผู้ที่ยากไร้และพิการ ที่จะเริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2025

ซึ่งที่ผ่านมาในช่วงการหาเสียง และในสมัยชุดรัฐบาลพรรคเดโมแครต พรรครีพับลิกันต่อต้านโครงการโอบามาแคร์ กล่าวหาว่าที่ใช้เงินรัฐบาลกลางสหรัฐฯในการช่วยเหลือกลุ่มประชาชนคนยากจนให้มีประกันสุขภาพของตัวเองผ่านการประกันสุขภาพของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ และประกันสุขภาพของรัฐ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ขัดแย้งกับหลักทุนนิยมที่เห็นว่ารัฐเข้ามาก้าวก่ายกิจการเอกชน และรัฐสั่งการให้ประชาชนต้องมีประกันสุขภาพ (ซึ่งในสมัยโอมามา ได้มีการกำหนดว่าประชาชนทุกคนต้องซื้อประกันสุขภาพของตัวเอง หรือไม่จะต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมาย)

นอกจากนี้พรรครีพับลิกันที่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากชี้ว่า โครงการโอบามาแคร์นั้นต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล และจะทำให้อุตสาหกรรมประกันสุขภาพเอกชนล้มละลาย ซึ่งพบว่าในสมัยชุดรัฐบาลที่ผ่านมา มีบริษัทประกันสุขภาพชื่อดังตัดสินใจถอนตัวออกจากบางรัฐมาแล้ว เนื่องมาจากกฎหมายโอบามาแคร์

แต่อย่างไรก็ตาม โอบามาแคร์ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของประธานาธิบดีโอบามาและพรรคเดโมแครต ทำให้มีการขยายฐานผู้มีประกันสุขภาพออกไปอีกร่วม 20 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีรายได้น้อย และไม่ได้รับประกันสุขภาพจากบริษัทหรือนายจ้าง โดยรอยเตอร์ชี้ว่าตัวเลข 20ล้านคนนี้มาจากการขยายฐานโครงการเมดิเคต และออกกฎให้ประชาชนอเมริกันทุกคนต้องมีประกันสุขภาพเฉพาะตัว ซึ่งรวมไปถึง เด็กๆ ที่อายุจนถึง 26 ปี สามารถใช้ร่วมกับของผู้ปกครองได้

การออกแถลงการณ์ประเมิน CBO เกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมง หลังจากที่ทางรีพับลิกันได้มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาร่างกฎหมายใหม่ โดยให้มีการเพิ่มมาตรการลงโทษกับผู้ประกันตนที่ปล่อยให้การประกันสุขภาพนั้นขาดอายุโดยไม่ต่อ เป็นต้นว่า ลืมจ่ายค่าพรีเมียม หลังจากถูกวิจารณ์ว่า เนื้อหาของร่างเดิมนั้นจะทำให้มีผู้ป่วยจำนวนมากขึ้น มีราคาแพงขึ้นสำหรับระบบประกันสุขภาพรวม

ด้านทำเนียบขาวของทรัมป์ ออกมาปฎิเสธการประเมินของ CBO โดยชี้ว่าเป็นการประเมินที่มีข้อบกพร่อง และไม่ควรเชื่อโดยไร้เหตุผล ซึ่งทรัมป์และผู้นำเสียงข้างมากประจำสภาสูงสหรัฐฯพยายามอย่างหนักที่จะหาเสียงสนับสนุนให้เพียงพอเพื่อผ่านร่างกฎหมายนี้

โดยโฆษกทำเนียบขาว ณอน สไปเซอร์ ออกมาเปิดเผยว่า ในช่วงสุดสัปดาห์ทรัมป์ได้เรียกแกนนำปีกขวาจัดพรรครีพับลิกันเข้าพบเพื่อเกลี้ยกล่อม

รอยเตอร์รายงานว่า หากร่างกฎหมายประกันสุขภาพสภาสูงรีพับลิกันผ่านการอนุมัติสำเร็จ จะเกิดขึ้นต่อจากนั้นใน 2 ทางเลือกคือ ทางเลือกแรก จะต้องถูกส่งต่อไปยังสภาล่างสหรัฐฯให้ยกมืออนุมัติ และทั้ง 2สภาจะต้องลงความเห็นแก้ไขในสิ่งที่แตกต่างภายในที่ประชุมชุดคณะกรรมาธิการ หรือทางเลือกที่ 2 คือ สภาล่างสหรัฐฯเสนอร่างกฎหมายประกันสุขภาพของตัวเอง และส่งกลับไปให้สภาสูงสหรัฐฯพิจารณา






3 จากทั้งหมด 3 รูป
กำลังโหลดความคิดเห็น...