xs
xsm
sm
md
lg

ผบ.ทหารสหรัฐฯในอัฟกานิสถานใช้ 'โคตรแม่ระเบิด' เปรียบได้กับ 'สุนัขฉี่ประกาศอาณาเขต'

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: เอ็ม เค ภัทรกุมาร

Nicholson’s mother of all bombs had multiple targets
By M.K. Bhadrakumar
15/04/2017

การที่ พล.อ.จอห์น นิโคลสัน ผู้บัญชาการทหารสหรัฐฯในอัฟกานิสถาน ตัดสินใจใช้ “โคตรแม่ระเบิด” ถล่มที่มั่นของพวกไอซิส ไม่ใช่เนื่องจากเหตุผลทางการทหาร หากแต่เป็นการกระทำทางการเมือง โดยที่สำคัญคือการประกาศอาณาเขตว่าอัฟกานิสถานเป็นสมบัติของสหรัฐฯ ขณะที่รัสเซียและรัฐต่างๆ ในภูมิภาคกำลังเฝ้าจับจ้องมองอยู่ใกล้ๆ ด้วยความสนอกสนใจ

การตัดสินใจของ พล.อ.จอห์น นิโคลสัน (General John Nicholson) ผู้บัญชาการทหารสหรัฐฯในอัฟกานิสถาน ให้ทิ้งมหาระเบิดที่มีฉายาว่า “โคตรแม่ระเบิด” (mother of all bombs) เข้าถล่มบริเวณซึ่งถูกระบุว่าเป็นที่มั่นแห่งหนึ่งของพวกไอซิส (ISIS ชื่อย่ออีกชื่อหนึ่งของกลุ่ม “รัฐอิสลาม” หรือไอเอส -ผู้แปล) ในจังหวัดนานการ์ฮาร์ (Nangarhar) ทางภาคตะวันออกของอัฟกานิสถาน เมื่อวันพฤหัสบดี (13 เม.ย.) ที่ผ่านมา สามารถเปรียบเทียบได้กับการประกาศอาณาเขตของสุนัข วิธีปัสสาวะให้เป็นเครื่องหมาย ถือเป็นหนทางอันทรงประสิทธิผลในการประกาศอ้างอาณาเขตโดยไม่ต้องหันไปใช้วิธีการโต้แย้งวิวาทกันหรือการประจันหน้ากัน พวกสุนัขมีความเข้าอกเข้าใจเป็นอันดีในเรื่องการฉี่เพื่อเป็นเครื่องหมาย และผลต่อเนื่องของการผ่านข้ามเข้าไปยังพื้นที่ซึ่งถูกทำเครื่องหมายเอาไว้อย่างเฉพาะเจาะจงแล้ว

ในความคิดของผมนั้น วัตถุประสงค์เบื้องแรกของนิโคลสันเลย คือมุ่งทำให้มั่นใจได้ว่ากระแสลมจะพัดพากับกลิ่นเหม็นฉุนของปัสสาวะนี้ลอยเข้าไปยังประดาหุบเหวลึกๆ ในเทือกเขาอันสลับซับซ้อนของนานการ์ฮาร์ และเลยไกลออกไปจนถึงกรุงมอสโกซึ่งการประชุมระดับภูมิภาคครั้งสำคัญที่มุ่งหารือกันเรื่องอัฟกานิสถานมีกำหนดจัดขึ้นในวันศุกร์ (14 เม.ย.) และสหรัฐฯบอยคอตต์ไม่ยอมเข้าร่วม เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ทีเดียวว่า มันเป็นความพยายามที่ดีอย่างหนึ่งในการทำให้พวกรัสเซียและภูมิภาคแถบนี้ทราบว่า สหรัฐฯทั้งไม่มีความตั้งใจใดๆ ทั้งสิ้นที่จะยุติสงครามในอัฟกานิสถานและถอนตัวออกจากการยึดครองประเทศนั้นในเวลาใดเวลาหนึ่งเร็วๆ วันนี้ และก็ทั้งไม่มีความตั้งใจที่จะสละฐานะแห่งความเป็นผู้ทรงความสำคัญที่สุดของตนในกระดานหมากรุกทางการเมืองและทางการทูตกระดานนี้ให้แก่รัสเซียตลอดจนประดารัฐต่างๆ ในภูมิภาคแถบนี้

อย่างไรก็ดี การกระทำของนิโคลสันยังมุ่งที่จะสนองวัตถุประสงค์อีกประการหนึ่งด้วย ในวันพุธ (12 เม.ย.) หรือ 1 วันก่อนการใช้ “โคตรแม่ระเบิด” ของนิโคลสัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แถลงเปิดเผยในกรุงวอชิงตันว่า เขากำลังขอให้ เอช อาร์ แมคมาสเตอร์ (H R McMaster) ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของเขา เดินทางไปยังอัฟกานิสถานเพื่อประเมินสถานการณ์ของกองทหารอเมริกันที่ตั้งประจำอยู่ในอัฟกานิสถาน เห็นได้ชัดเจนว่าทำเนียบขาวกำลังใกล้ที่จะบรรลุการตัดสินใจทางนโยบายแล้ว ว่าจะเพิ่มการปรากฏตัวทางทหารของสหรัฐฯในอัฟกานิสถานหรือไม่

ตัวนิโคลสันเองกำลังสร้างความกดดันอย่างเปิดเผยมาพักหนึ่งแล้ว ในการขอให้เพิ่มทหารเข้ามาอีก “สองสามพันคน” เพื่อจะได้ใช้ในการฝ่าข้ามภาวะชะงักงันยันกันอยู่ในสงครามที่ทำกับพวกตอลิบาน แน่นอนทีเดียว เขาก็เพียงแต่กำลังเปล่งเสียงก้องสะท้อนความคิดของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) เท่านั้น ด้วยเหตุนี้เอง จังหวะเวลาในการใช้โคตรแม่ระเบิดของเขาคราวนี้ จึงมีอะไรเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับการมุ่งเสนอประเด็นต่อชนชั้นนำในวอชิงตันว่า ในอัฟกานิสถานนั้น สหรัฐฯยังต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามของพวกไอซิสด้วย และจึงยิ่งสมควรที่จะได้รับกำลังทหารเพิ่มมากขึ้น

ในทางเป็นจริงแล้ว การใช้โคตรแม่ระเบิดในขั้นตอนนี้ ไม่ใช่เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลเลยในทางการทหาร นายพลคนไหนก็ตามทีย่อมทราบดีอยู่แล้วว่านี่ไม่ใช่วิธีการในการต่อสู้กับการก่อความไม่สงบ ยังจำกรณีสังหารหมู่ที่หมู่บ้านไมลาย (My Lai massacre) ในเวียดนามได้ไหมครับ? กองทัพอเมริกันนั้นมีประวัติขึ้นชื่อในเรื่องการก่อการสังหารอย่างขนานใหญ่ในระหว่างทำสงครามในประเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่บ้านของตนเอง ทว่าการสำแดงอำนาจอย่างมากล้นเกินสมควรย่อมกลายเป็นสาเหตุทำให้พลเรือนต้องบาดเจ็บล้มตายกันหนัก และจะกลายเป็นผลเสียในสงครามอัฟกัน ซึ่งการเอาชนะใจประชากรพลเรือนให้ได้คือเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวดในการสกัดกั้นไม่ให้พวกผู้ก่อความไม่สงบกลุ่มตอลิบานได้ฐานสนับสนุนที่เป็นคนท้องถิ่น

นอกจากนั้นแล้ว แม้กระทั่งจากการประมาณการของฝ่ายอเมริกันเอง ไอซิสไม่ได้เป็นภัยคุกคามร้ายแรงอะไรในอัฟกานิสถาน (ต้องถือเป็นตลกร้ายนะครับ การโฆษณาชวนเชื่อของสหรัฐฯกลับกำลังตั้งคำถามอย่างฉกาจฉกรรจ์ว่าฝ่ายรัสเซียอาศัยพื้นฐานอะไรจึงเกิดความรับรู้ความเข้าใจขึ้นมาว่าไอซิสมีความสามารถที่จะเป็นภัยคุกคามต่อภูมิภาคเอเชียกลาง และพยายามกระหน่ำโจมตีมอสโกว่าสร้างความรับรู้ความเข้าใจเช่นนั้นขึ้นมาเนื่องจากความทะเยอทะยานทางภูมิรัฐศาสตร์) ทั้งนี้ แอลเอไทมส์ (LA Times) ได้ตอกย้ำจุดนี้เอาไว้ในข้อเขียนมุ่งอธิบายชิ้นดีเยี่ยม (ดูได้ที่ http://www.latimes.com/world/la-fg-afghanistan-islamic-state-explainer-20170414-story.html) จริงๆ แล้ว สหรัฐฯจะใช้วิธีไหนในการปฏิบัติต่อพวกไอซิสในอัฟกานิสถาน เวลานี้ยังคงเป็นปริศนาอยู่ นี่ก็เป็นเรื่องสร้างความวิตกขึ้นมาในหมู่รัฐต่างๆ ในภูมิภาค –สหรัฐฯจะบ่มเพาะไอซิสเอาไว้หรือไม่ เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในอิรักและซีเรีย และนำมันมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคแถบนี้ หากพิจารณาจากทัศนะมุมมองเช่นนี้แล้ว การใช้โคตรระเบิดคราวนี้ถือเป็นตัวช่วยเพิ่มความคลุมเครือทางยุทธศาสตร์ให้ยิ่งดำมืดยิ่งขึ้นอีก

พูดกันอย่างตรงไปตรงมาแล้วก็ต้องบอกว่า ไม่เห็นมีคำอธิบายอันน่าเชื่อถือแม้แต่เพียงประการเดียวที่สามารถนำมาใช้แจกแจงแสดงเหตุผลถึงการที่นิโคลสันกระทำเรื่องนี้ขึ้นมาในวันพฤหัสบดี (13 เม.ย.) --นี่หมายถึงว่าเราถือเอาตามคำพูดของเขาเองที่ว่า มันเป็นการตัดสินใจของตัวเขาเองโดยเฉพาะ และไม่ใช่การตัดสินใจของเจ้านายในทำเนียบขาวในสหรัฐอเมริกา แต่จะอย่างไรก็ตามที เมื่อพิจารณากันในทางการเมืองแล้ว เรื่องนี้จะออกมาไม่ดีแน่ๆ ในแวดวงผู้คนชาวอัฟกันซึ่งเกิดทัศนะแง่ร้ายไร้ความไว้วางใจกันอย่างกว้างขวางอยู่แล้ว โดยต่างมองว่าสหรัฐฯมีเจตนารมณ์ที่จะทำให้สงครามยืดเยื้อออกไป ฮามิด คาไซ อดีตประธานาธิบดีอัฟกันได้ออกมาแสดงปฏิกิริยาอย่างเฉียบคมรุนแรง เขาต้องทราบแน่นอนอยู่แล้วว่าอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนในประเทศของเขากำลังเป็นไปในทางใด

ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่านิโคลสันจะพูดว่าอย่างไรในแง่ทางการทหาร แต่ถึงที่สุดแล้วนี่มันคือการกระทำทางการเมือง และไม่ใช่การตัดสินใจทางการทหารซึ่งมีสถานการณ์รองรับหรือให้คำอธิบายอันสมเหตุสมผล พูดกันอย่างง่ายๆ ได้ว่า สุนัขตัวนี้ไม่ได้มีความกระหายอย่างแท้จริงใดๆ เลยที่จะต้องฉี่ในวันที่ 12 เม.ย. กระนั้นมันก็ทำ เนื่องจากสัญชาตญาณที่จะกระทำเช่นนั้นเพื่อประกาศอาณาเขตเป็นสิ่งที่ฝังลึกอยู่ในยีนของมันเสียแล้ว แน่ใจได้เลยว่า นิโคลสันเพิ่งส่งข้อความออกมาว่า ทรัพย์สินทั้งหลายในเทือกเขาฮินดูกูช (Hindu Kush) เป็นของอเมริกา และดังนั้นใครๆ จะมาฝ่าข้ามเข้ามาไม่ได้ทั้งสิ้น

ทว่ากลิ่นปัสสาวะนี้สามารถป้องปรามพวกหมีที่กำลังด้อมๆ มองๆ อยู่แถวใกล้ๆ บ้านหลังนี้ได้หรือไม่? ปรากฏว่าเราไม่ต้องคอยนานเลยสำหรับคำตอบ โดยสำนักข่าวสปุตนิก (Sputnik) ของรัสเซียได้เสนอรายงานข่าว 2 ชิ้นจากมอสโกเกี่ยวกับการประชุมระดับภูมิภาคว่าด้วยอัฟกานิสถานเมื่อวันศุกร์ที่ 14 เม.ย. (ดูรายเอียดได้ที่ https://sputniknews.com/world/201704141052647450-afghanistan-foreign-ministry-terrorism/ และที่ https://sputniknews.com/politics/201704151052674543-pakistan-talks-afghanistan-moscow/) จากรายงานข่าวทั้งสองชิ้นนี้แสดงให้เห็นว่า เจ้าหมีส่งเสียงเยาะเย้ยการที่เจ้าหมาทำเครื่องหมายแสดงอาณาเขตเมื่อ 1 วันก่อนหน้า ไม่เพียงเท่านั้น ต่อมาฝ่ายรัสเซียยังเปิดเผยว่าพวกเขาก็มี “โคตรพ่อระเบิด” (Father of All Bombs) ซึ่งเหนือล้ำกว่าโคตรแม่ระเบิดของนิโคลสัน “ทั้งในด้านอำนาจทำลายและในด้านรัศมีการระเบิด” (ดูรายละเอียดได้จากข่าวของสปุตนิกชิ้นนี้ https://sputniknews.com/politics/201704141052646394-russia-thermobaric-bomb/)

(เก็บความจากข้อเขียนในบล็อก Indian Punchline)

เอกอัครราชทูต เอ็ม เค ภัทรกุมาร เคยรับราชการเป็นนักการทูตอาชีพในกระทรวงการต่างประเทศอินเดียเป็นเวลากว่า 29 ปี ในตำแหน่งต่างๆ เป็นต้นว่า เอกอัครราชทูตอินเดียประจำอุซเบกิสถาน (ปี 1995-1998) และเอกอัครราชทูตอินเดียประจำตุรกี (ปี 1998-2001) ปัจจุบันเขาเขียนอยู่ในบล็อก “อินเดียน พันช์ไลน์” (Indian Punchline) รวมทั้งเขียนให้เอเชียไทมส์เป็นประจำตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...