xs
xsm
sm
md
lg

ซีอีโอสายการบินยูไนเต็ดยอมขอขมา หลังคลิปฉาวฉุดหุ้น-คนแห่บอยคอต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

เหตุประท้วงลุกฮือทั่วเอเชียเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติต่อนพ. เดวิด ดาว ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ใช้กำลังบังคับลงจากเครื่องเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
เอเจนซีส์ - ยูไนเต็ด แอร์ไลนส์ เพิ่งสำนึกหลังผ่านไปเกือบสองวัน และเจอกระแสดรามาในโลกออนไลน์หนักมากที่ลากราคาหุ้นร่วงแรง โดยซีอีโอสายการบินกลับลำออกคำแถลงขออภัยผู้โดยสารที่ถูกลากลงจากเครื่อง พร้อมให้สัญญาตรวจสอบและแถลงผลภายในเดือนนี้ ขณะที่กระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ เปิดการตรวจสอบกรณีนี้แล้ว

การขอขมาของออสการ์ มูนอซ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (ซีอีโอ) ของยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส มีขึ้นหลังจากทั่วโลกได้เห็นเหตุการณ์บนเที่ยวบินเมื่อวันอาทิตย์ (9) ผ่านคลิปที่ผู้โดยสารหลายคนเผยแพร่บนทวิตเตอร์ ซึ่งเป็นภาพผู้โดยสารชายคนหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกระชากจากที่นั่งและลากกับพื้นเพื่อให้ลงจากเครื่อง

ผู้โดยสารดังกล่าวได้รับการเปิดเผยตัวแล้วว่า คือ นพ.เดวิด ดาว วัย 69 ปี ซึ่งถูกปฏิเสธการเดินทางทั้งๆ ที่เขาผ่านขั้นตอนต่างๆ จนกระทั่งขึ้นไปนั่งอยู่ในเครื่องบินแล้ว โดยเมื่อวันอังคาร (11) เขายังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองชิคาโก

“ผมไม่สบายใจมาโดยตลอดกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนเที่ยวบินนี้ และขออภัยอย่างสูงต่อลูกค้าที่ถูกบังคับให้ลงจากเครื่อง รวมถึงลูกค้าทุกคนบนเครื่องบินลำนั้น ผมอยากเรียนให้ทราบว่า เราจะรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้อย่างเต็มที่และเราจะแก้ไขปัญหานี้ให้ถูกต้อง” ซีอีโอยูไนเต็ดแถลงเมื่อบ่ายวันอังคาร

มูนอซยังบอกว่า บริษัทฯ จะตรวจสอบกระบวนการที่กลายเป็นปัญหานี้อย่างละเอียด รวมถึงจัดการกับสถานการณ์จากนโยบายเปิดให้จองตั๋วเกินจำนวน และวิธีการที่สายการบินประสานงานกับเจ้าหน้าที่สนามบินและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย โดยสัญญาว่าจะเปิดเผยผลการตรวจสอบภายในสิ้นเดือนนี้

คำแถลงนี้ราวหนังคนละม้วนกับจดหมายเวียนที่มูนอซส่งถึงพนักงานยูไนเต็ดภายหลังเกิดเหตุ ที่เนื้อหาบางตอนโยนความผิดว่าผู้โดยสารคนดังกล่าวท้าทายและขัดขืนคำแนะนำของพนักงานบนเครื่องบิน อีกทั้งยืนยันว่าพนักงานปฏิบัติตามกระบวนการในการจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างเคร่งครัด อันนำไปสู่กระแสการประณามยูไนเต็ดจากทั่วโลก

แอนดี้ โฮลด์สเวิร์ธ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการสถานการณ์วิกฤต ของ เบลล์ พอตทิงเกอร์ บริษัทประชาสัมพันธ์ของอังกฤษ วิจารณ์ว่า การรับมือเบื้องต้นของยูไนเต็ดผิดเต็มประตู เพราะแม้พฤติกรรมของผู้โดยสารอาจไม่ถูกต้อง แต่สายการบินกลับไม่มีท่าทีเห็นใจหรือห่วงใยผู้โดยสารคนดังกล่าวเลย
นพ. เดวิด ดาว ถูกเจ้าหน้าที่ของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ใช้กำลังบังคับลงจากเครื่องเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
เหตุการณ์นี้นอกจากจะทำให้ประชาชนจำนวนมากชักชวนกันบอยคอตยูไนเต็ด และมีผู้ร่วมลงชื่อเกือบ 22,000 คนเรียกร้องให้มูนอซลาออกแล้ว ยังมีรายงานว่า ผู้ใช้ “เว่ยโป๋” สื่อสังคมคล้ายทวิตเตอร์ของแดนมังกร กว่า 480 ล้านคนติดตามข่าวฉาวนี้อย่างใกล้ชิด

นักวิเคราะห์เผยว่า ยูไนเต็ดรองรับนักเดินทางในเที่ยวบินอเมริกา-จีน 20% ของทั้งหมด และยังเป็นพันธมิตรกับแอร์ ไชน่า สายการบินอันดับ 3 ของจีน นอกจากนี้ ยูไนเต็ดยังมีเที่ยวบินไปยังเมืองต่างๆ ในจีนมากกว่าสายการบินแห่งอื่นๆ ของอเมริกา

ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ ยังเริ่มการตรวจสอบการดำเนินงานของสายการบินแห่งนี้ และคริส คริสตี้ ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ เรียกร้องให้ออกกฎใหม่ควบคุมแนวทางปฏิบัติของสายการบินในการเปิดให้จองตั๋วเกินจำนวนที่นั่ง

ไม่เพียงเท่านั้น ราคาหุ้นของยูไนเต็ดยังถูกเทขายร่วงกราว โดยหล่นลง 4.4% ในช่วงหนึ่งของการซื้อขายวันอังคาร (11) เท่ากับมูลค่าตามราคาตลาดสูญหายไปถึง 1,000 ล้านดอลลาร์ และปิดลดลง 1.1% ที่หุ้นละ 70.71 ดอลลาร์ เท่ากับมูลค่าตลาดลดลง 250 ล้านดอลลาร์

เหตุการณ์นี้นับเป็นครั้งที่ 2 ในระยะเวลาราว 2 สัปดาห์ที่สายการบินแห่งนี้ตกเป็นกระแสวิจารณ์ โดยครั้งแรกนั้นเกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนมีนาคม ที่เด็กหญิงสองคนถูกปฏิเสธการเดินทางในเที่ยวบินจากเดนเวอร์ไปยังมินนิอาโอลิส เนื่องจากสวมเลกกิ้ง โดยยูไนเต็ดอ้างว่า เด็กทั้งคู่ถือตั๋วโดยสารพิเศษสำหรับพนักงานและครอบครัว จึงต้องปฏิบัติตามกฎการแต่งกายของสายการบินอย่างเคร่งครัด

สำหรับเหตุการณ์เมื่อวันอาทิตย์ (9) บนเที่ยวบินจากชิคาโกไปหลุยส์วิลล์นั้น นพ.ดาวเป็น 1 ใน 4 ผู้โดยสารเที่ยวบินนี้ที่ถูกยูไนเต็ดปฏิเสธการเดินทาง เพื่อสละที่นั่งให้ลูกเรือของยูไนเต็ดที่จำเป็นต้องเดินทางด่วนในเที่ยวบินนั้น

เหตุการณ์นี้ทำให้สายการบินถูกเพ่งเล็งเรื่องแนวทางปฏิบัติในการเปิดให้จองตั๋วเกินจำนวน และในการปฏิเสธการเดินทางสำหรับผู้โดยสารบางคน

พวกนักเศรษฐศาสตร์และบุคคลในแวดวงสายการบินบอกว่า นโยบายเปิดให้จองตั๋วเกินจำนวนนั้น เป็นวิธีที่ทำให้สายการบินหลีกเลี่ยงการขาดทุน ในกรณีที่ผู้โดยสารซึ่งจองตั๋วไว้แต่ไม่ได้มาจ่ายเงินและขึ้นเครื่อง โรเบิร์ต แมนน์ ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมสายการบินระบุว่า ถ้าไม่ใช้นโยบายจองเกิน วิธีเดียวที่จะชดเชยรายได้ที่หายไปของพวกสายการบินในระยะยาว คือขึ้นค่าตั๋วกับผู้โดยสารอื่นๆ

แต่การเปิดให้จองตั๋วเกิน ย่อมทำให้เกิดสถานการณ์ที่มีผู้โดยสารมามากเกินไปและสายการบินต้องปฏิเสธการเดินทางสำหรับผู้โดยสารบางคน วิธีที่ปฏิบัติกันคือเสนอให้บัตรแลกตั่วโดยสารหรือเงินสดเป็นการชดเชย แก่ผู้โดยสารซึ่งสมัครใจไม่ขึ้นเที่ยวบินนั้น ถ้ามีผู้สมัครใจไม่ครบจำนวน ก็อาจใช้วิธีสุ่มเลือกผู้โดยสารที่ถูกปฏิเสธการเดินทางอย่างไม่สมัครใจ พร้อมกับเสนอค่าชดเชยสูงขึ้นไปอีก

ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมา มีผู้โดยสาร 434,000 คนสมัครใจสละที่นั่ง และ 40,000 คนถูกปฏิเสธการเดินทางโดยไม่สมัครใจแต่ได้ค่าชดเชย

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า สายการบินมักจัดการกับปัญหานี้ให้เสร็จสรรพตั้งแต่ก่อนอนุญาตให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่อง มีน้อยมากๆ ที่จะปฏิเสธการเดินทางสำหรับผู้โดยสารซึ่งขึ้นเครื่องไปแล้วเช่นกรณีนี้


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...