xs
xsm
sm
md
lg

InPics : หนูน้อยหมวกแดงเวอร์ชันไซบีเรีย! เด็กหญิง 4 ขวบ เดินฝ่าป่าทึบลำพัง อากาศติดลบ 34 หาคนช่วยยายป่วยหนัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เอเจนซีส์ - “ซากลานา ซาลแคก” (Saglana Salchak) เด็กหญิงชาวไซบีเรียวัย 4 ขวบ กลายเป็นฮีโร่ไปทั่วรัฐเขตปกครองตนเองของรัสเซีย สาธารณรัฐตูวา หลังพบหนูน้อยใช้ความกล้าหาญในตัวเดินทางลำพังผ่านป่าไซบีเรียที่มีอุณหภูมิหนาวจัด ติดลบร่วม 34 องศาเซลเซียส ที่เต็มไปด้วยฝูงหมาป่าคอยขย้ำ เดินทางไปหาคนช่วยคุณยายวัย 60 ปีที่กำลังป่วยหนักในระยะทาง 5 ไมล์ ที่ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแค่ไม้ขีดกล่องเดียว โชคดีที่หิมะสูงท่วมอกไม่ทำให้เธอติดอยู่ในน้ำแข็ง แต่กลับพบเมื่อความช่วยเหลือมาถึงบ้านคุณตาที่ตาบอดและคุณยายที่ป่วยหนัก กลับพบว่าคุณยายได้เสียชีวิตไปแล้วจากอาการหัวใจวาย ล่าสุดคณะกรรมาธิการสอบสวนตูวา เขตปกครองตัวเองของรัสเซีย ประกาศเปิดคดีอาญาเอาผิดแม่เด็ก

หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษรายงานเมื่อวานนี้ (14 มี.ค.) ว่า ซากลานา ซาลแคก (Saglana Salchak) จากสาธารณรัฐตูวา เขตปกครองตนเองของรัสเซียได้กลายเป็นฮีโร่ในชั่วข้ามคืน หลังจากผู้คนได้กล่าวขวัญถึงความกล้าหาญของเด็กหญิงวัยเพียงแค่ 4 ขวบ ที่ตัดสินใจเดินฝ่าป่าไทกา (taiga) ของไซบีเรียที่มีอุณหภูมิติดลบระดับขั้วโลกเพื่อเดินทางไปช่วยคุณยายที่กำลังล้มป่วย

ทั้งนี้ พบว่าซาลแคกนั้นอาศัยอยู่กับคุณตาและคุณยายซึ่งมีอาชีพเป็นคนเลี้ยงสัตว์ อาศัยลึกเข้าไปในป่าไทกา ใกล้พรมแดนมองโกเลีย โดยพบว่าหมู่บ้านใกล้สุดจากบ้านฟาร์มปศุสัตว์ของคนทั้งสามนั้นไกลออกไปร่วม 12 ไมล์ และเพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุดนั้นอยู่ห่างออกไปถึง 5 ไมล์ เป็นที่มาของความกล้าหาญของเด็กหญิงชาวไซบีเรียผู้นี้

โดยสื่ออังกฤษชี้ว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ล่าสุด ซากลานา ซาลแคก ตื่นขึ้นมาพบกับความผิดปกติ ได้แลเห็นคุณยายของเธอวัย 60 ปีนอนนิ่งไม่ไหวติง และหลังจากที่เด็กหญิงวัย 4 ขวบได้ปรึกษาหารือกับคุณตาที่ตาบอดแล้ว ซาลแคกตัดสินที่จะเดินทางออกไปเพื่อขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ที่สุด ซึ่งตั้งห่างจากบ้านของเธอไป 5 ไมล์ อ้างอิงการรายงานจากสื่อท้องถิ่น

การเดินทางเริ่มต้นตั้งแต่เช้ามืด พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นพ้นขอบฟ้า ท่ามกลางอุณหภูมิติดลบ 34 องศาเซลเซียส แต่ทว่าทั้งตัวของเด็กหญิงวัย 4 ขวบผู้นี้มีเพียงไม้ขีดไฟ 1 กล่องเท่านั้น เพื่อใช้ในยามที่เธอต้องการแสงสว่าง และพบว่าเธอต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงบุกป่าไซบีเรียเลียบไปตามฝั่งแม่น้ำผ่านทุ่งหิมะขาวโพลน ที่มีความสูงท่วมอกบางครั้ง แต่เป็นที่โชคดีว่า ในการเดินทางครั้งนี้ ซาลแคกที่มีร่างกายของเด็ก 4 ขวบไม่จมอยู่ใต้หิมะเหล่านี้ หรือต้องผจญกับฝูงหมาป่าที่บ่อยครั้งมักจ้องโจมตีฝูงปศุสัตว์ของคุณตาคุณยายของเธอ

ด้านเซมยอน รับต์ซอฟ (Semyon Rubtsov) หัวหน้าทีมกู้ภัยและค้นหาประจำภูมิภาคได้ให้ความเห็นกับหนังสือพิมพ์ คอมโซมอลสกายา ปราฟด์ (Komsomolskaya Pravd) ว่า “สาธารณรัฐตูวานั้นเต็มไปด้วยฝูงหมาป่า” และกล่าวต่อว่า “สัตว์ร้ายพวกนี้ชอบกินฝูงปศุสัตว์ ที่บรรดาผู้เลี้ยงสัตว์ต่างพากันบ่น และหนูน้อยวัย 4 ขวบสามารถที่จะเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่าพวกนี้ได้ง่ายโดยเฉพาะในความมืด”

เดอะการ์เดียนรายงานต่อว่า หลังจากที่เธอเดินทางเกือบจะถึงบ้านเป้าหมายที่ห่างออกไปราว 5 ไมล์ ซากลานา ซาลแคก เกือบที่จะเดินเลยไป หากไม่มีใครเข้าพบเธอเข้าเสียก่อน เป็นที่โชคดีว่าคนเหล่านั้นได้เรียกตัวเจ้าหน้าที่การแพทย์จากหมู่บ้านที่ห่างไปร่วม 12 ไมล์ให้มาตรวจสุขภาพหนูน้อยว่าล้มป่วยหรือไม่ ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังบ้านคุณตาคุณยายของเธอ

สื่ออังกฤษรายงานว่า แต่เป็นที่น่าเศร้าเมื่อคนเหล่านั้นเดินทางไปถึง กลับพบว่าคุณยายของซาลแคกนั้นได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ด้วยอาการหัวใจล้มเหลว

ซาลแคก วัย 4 ขวบได้เปิดเผยความรู้สึกของเธอผ่านหนังสือพิมพ์คอมโซมอลสกายา ปราฟด์ว่า เธอไม่รู้สึกกลัวแม้แต่น้อยในการต้องเดินผ่านป่าตามลำพัง “หนูแค่เดิน เดินไปจนถึงที่นั่น” ซึ่งในการให้สัมภาษณ์ซาลแคกยังเปิดเผยว่า นอกจากนี้เธอยังรู้สึกหนาวมาก และหิวอย่างเป็นที่สุด

และถึงแม้ซาลแคกจะต้องล้มป่วยด้วยโรคหวัด แต่ทว่าเธอสามารถกลับหายป่วยเป็นปกติหลังจากเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลท้องถิ่นแล้ว และในขณะนี้ทางการได้ส่งตัวเธอให้เข้าไปอาศัยอยู่ภายในศูนย์สงเคราะห์ ซึ่งเป็นสถานที่ซาลแคกได้มีโอกาสฉลองอายุ 5 ขวบที่นั่น

สำหรับมารดาของซาลแคกและพ่อเลี้ยงที่มีอาชีพเลี้ยงสัตว์ด้วยเช่นกัน โดยคนทั้งคู่เลี้ยงฝูงม้าในบริเวณภูมิภาคอื่น ซึ่งกระทรวงนโยบายสังคมได้เสนอที่จะออกค่าใช้จ่ายให้กับเด็กหญิงและเอเลโอนอรา แม่ของเธอไปยังศูนย์การแพทย์ หลังจากที่แม่ของเธอกลับมาจากภารกิจการต้อนฝูงม้าในเดือนพฤษภาคมแล้ว

แต่ทว่าในวันอาทิตย์ (12 มี.ค.) ล่าสุด เรื่องที่น่าตกใจเกิดขึ้นเมื่อคณะกรรมาธิการสอบสวนตูวา เขตปกครองตัวเองของรัสเซียประกาศจะเอาผิดทางอาญากับเอเลโอนอรา ซาลแคก (Eleonora Salchak) แม่ของเธอ ในการปล่อยให้ผู้เยาว์ตกอยู่ในอันตราย โดยชี้ว่า “เธอรู้ดีว่าผู้สูงอายุทั้งสอง (คุณตาคุณยาย) ไม่มีความสามารถในการให้หลักประกันความปลอดภัยแก่ตัวเด็กได้” รายงานผ่านแถลงการณ์ของคณะกรรมาธิการ

และหากว่ามารดาของซาลแคกมีความผิดจริง หญิงผู้นี้อาจต้องชดใช้ความผิดด้วยการถูกขังในเรือนจำนานถึง 1 ปี และนอกจากนี้ทางคณะกรรมาธิการสอบสวนตูวาประกาศจะสอบเอาผิดของเจ้าหน้าที่กระทรวงนโยบายสังคมประจำเขตของซาลแคกอีกด้วย

ด้านซายานา มองกุช (Sayana Mongush) นักเคลื่อนไหวและนักข่าวประจำคซิล (Kyzyl) เมืองเอกของสาธารณรัฐตูวา ได้ให้ความเห็นกับเดอะการ์เดียนว่า เธอรู้สึกตกใจที่บิดามารดาสูงอายุของซาลแคกไม่มีแม้กระทั่งโทรศัพท์ หรืออินเทอร์เน็ต ซึ่งเธอให้ความเห็นว่า “แม้แต่ในช่วงสมัยยุคโซเวียต บรรดาคนเลี้ยงสัตว์ตูวาต่างมีอุปกรณ์ต่างๆ ที่ทันสมัย รวมไปถึงวิทยุสื่อสาร” และกล่าวต่อว่า “แต่ทว่าในศตวรรษที่ 21 นี้ กลับพบว่าเด็กหญิงไซบีเรียวัย 4 ปีต้องเดินเท้าออกไปหาความช่วยเหลือเพียงลำพัง เพราะไม่มีอุปกรณ์สื่อสาร นี่เถือป็นเรื่องตลกเอามากๆ ความผิดที่เกิดไม่ใช่กับแม่ของเด็ก แต่เป็นที่บรรดาเจ้าหน้าที่รัฐต้องรับผิดชอบ”





(แม่) เอเลโอนอรา ซาลแคก และ(เด็กหญิงวัย 4 ปี) ซากลานา ซาลแคก


ในขณะนี้ทางการได้ส่งตัวเธอให้เข้าไปอาศัยอยู่ภายในศูนย์สงเคราะห์ ซึ่งเป็นสถานที่ซากลานา ซาลแคกได้มีโอกาสฉลองอายุ 5 ขวบที่นั่น

เซมยอน รับต์ซอฟ( Semyon Rubtsov) หัวหน้าทีมกู้ภัยและค้นหาประจำภูมิภาค


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...