xs
xsm
sm
md
lg

InClips : แม็กเคนเตือนทรัมป์ “คำสั่งห้ามเข้าอเมริกาเปิดช่องให้ก่อการร้าย” - คอมมานโดสหรัฐฯ ตาย 1 ในปฏิบัติการลับเยเมนภายใต้ทรัมป์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เอเจนซีส์ - เมื่อวานนี้ (29 ม.ค.) ส.ว.รัฐแอริโซนา พอล แม็กเคน และ ส.ว.รัฐเซาท์แคโรไลนา ลินด์เซย์ เกรแฮม ประสานเสียงกล่าวเตือนถึงคำสั่งประธานาธิบดีที่ออกมาในวันศุกร์ (27) ออกคำสั่งห้ามผู้ถือหนังสือเดินทางจาก 7 ประเทศเข้าอเมริกา และการทำลายหลักการความเป็นอเมริกัน อาจเปิดช่องให้กลุ่มก่อการร้าย IS ใช้เป็นช่องทางในการสร้างข่าวลือ ท่ามกลางปฏิบัติการจู่โจมลับในเยเมนครั้งแรกภายใต้ รบ.สหรัฐฯ ชุดใหม่ ทำเอาคอมมานโดสหรัฐฯ เสียชีวิตถึง 1 ราย และบาดเจ็บ 3 ราย ส่วนสมาชิกก่อการร้าย AQAP เป้าหมายเสียชีวิต 14 คน แต่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ กลับปกปิดจุดประสงค์การออกปฏิบัติการ

หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษ รายงานเมื่อวานนี้ (29 ม.ค.) ว่า ส.ว.พรรครีพับลิกันที่ทรงอิทธิพลในการเมืองอเมริกา 2 คนออกมาเตือนประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเช้าวันอาทิตย์ (29) โดยชี้ว่า คำสั่งห้ามแบนวีซ่า 7 ประเทศมุสลิม และการปฏิเสธการรับผู้อพยพเข้าอเมริกา อาจจะเป็นการเปิดช่องให้กลุ่มก่อการร้ายใช้ประโยชน์ในการทำโฆษณาชวนเชื่อ

โดย ส.ว.พอล แม็กเคน จากรัฐแอริโซนา และ ส.ว.ลินด์เซย์ เกรแฮม จากรัฐเซาท์แคโรไลนา ได้กล่าวเตือนประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ ทรัมป์ ผ่านแถลงการณร่วมในวันอาทิตย์ (29) ว่า “กระบวนการที่เร่งรีบและไม่ระมัดระวังอาจนำไปสู่ผลที่เป็นอันตรายได้”

คนทั้งคู่ยังกล่าวเลยไปถึงการทำลายหลักการความเป็นอเมริกันของผู้นำสหรัฐฯ ด้วยการปฏิเสธการรับผู้อพยพ และการไม่อนุญาตให้บุคคลที่ถือกรีนการ์ด ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิพำนักในอเมริกาถาวรเข้าประเทศ และในแถลงการณ์ร่วมยังประกาศต่อว่า “เราทั้งคู่เกรงว่าคำสั่งทางบริหารของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในครั้งนี้อาจเป็นบาดแผลภายในที่กลายเป็นบ่อนทำลายความแข็งแกร่งในการต่อต้านการก่อการร้ายของสหรัฐฯ”

นอกจากนี้ ในการให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ CBS ของอเมริกา ในรายการ Face The Nation แม็กเคนได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมต่อว่า “คำสั่งที่ออกมาอาจส่งผลทำให้กลุ่มก่อการร้าย IS สามารถใช้เป็นข้ออ้างในการทำสงครามข่าวโฆษณาชวนเชื่อ”

แต่อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ออกมาตอบโต้ ส.ว.แม็กเคน และ ส.ว.เกรแฮม ผ่านทางทวิตเตอร์ในวันเดียวกัน โดยเรียกคนทั้งคู่ว่า “เป็นพวกคิดผิด” และยังประกาศต่อว่า ส.ว.พรรครีพับลิกันทั้งสองเป็น “พวกอ่อนในนโยบายคนเข้าเมืองสหรัฐฯ”

“ส.ว.ควรจะเอาพลังงานในตัวทั้งหมดไปทุ่มเทให้กับกลุ่มก่อการร้าย IS กลุ่มคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย และความมั่นคงทางพรมแดนประเทศมากกว่า แทนที่จะสนใจต่อความน่าจะเป็นในการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3”

เดอะการ์เดียนชี้ว่า ถึงแม้จะมีการตัดสินออกมาของผู้พิพากษารัฐบาลกลางสหรัฐฯ ออกมาในค่ำวันเสาร์ (28 ม.ค.) แต่ไม่ดูเหมือนว่าทรัมป์จะรับรู้ถึงคำสั่งคุ้มครองเหล่านั้น ในขณะที่ พอล ไรอัน ประธานรัฐสภาสหรัฐฯจากพรรครีพับลิกัน ปฎิเสธที่จะให้ความเห็นถึงการตัดสินเหล่านี้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม โฆษกฆญิงประจำตัวประธานรัฐสภาคองเกรสกล่าวให้ความเห็นในวันเสาร์ (28) ว่า ไรอันสนับสนุนต่อคำพิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ และไม่ได้มองว่าคำสั่งเหล่านี้เป็นการทดสอบทางศาสนาแต่อย่างใด

และในวันอาทิตย์ (29) มีรายงานว่า เพนตากอนได้ออกปฏิบัติการลับในเยเมน โดยในแถลงการณ์ที่ออกมาในช่วงสุดสัปดาห์ ที่สื่ออังกฤษชี้ว่า จากการรายงานของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (Central Command) ระบุเพียงว่า ผลจากการจู่โจมทำให้พลเมืองสหรัฐฯ บาดเจ็บ 3 ราย และคาดว่าน่าจะมีสมาชิกกลุ่ม AQAP เครือข่ายอัลกออิดะห์ เป้าหมายเสียชีวิต 14 ราย

เดอะการ์เดียนชี้ต่อว่า และในการบุกจู่โจมครั้งนี้ยังทำให้เจ้าหน้าที่คอมมานโดสหรัฐฯ เสียชีวิต 1 ราย โดยสื่ออังกฤษระบุว่า อาจเป็นนัยที่ชี้ได้ว่าเพนตากอนภายใต้รัฐบาลสหรัฐฯ ชุดทรัมป์เลือกที่จะใช้นโนยบายแข็งกร้าวในการต่อต้านการก่อการร้าย

ทั้งนี้ ในการแถลงข่าว เพนตากอนไม่ได้ระบุถึงความเสียหายของพลเรือน เหมือนเช่นที่มีรายงานปรากฏบนโลกโซเชียลมีเดีย โดยในแถลงการณ์กล่าวเพียงการร่อนลงจอดฉุกเฉินของอากาศยานที่ใช้ในปฏิบัติการ โดยในรายงานกล่าวเพียงว่า เป็นความขัดข้องของอากศยานสหรัฐฯ และนำไปสู่สิ่งที่เพนตากอนเรียกว่า “การร่อนจอดแบบ ฮาร์ดแลนดิง ในบริเวณใกล้เคียง” เท่านั้น และเพนตากอนระบุต่อว่า ทางกองกำลังคอมมานโดสหรัฐฯ ตั้งใจทำลายอากาศยานลำนี้ทิ้ง แต่ในแถลงการณ์ไม่ได้ระบุว่าทำไปเพื่อจุดประสงค์ใด

ทั้งนี้ประชาชนในพื้นที่ และแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ชี้ว่า ประเภทของอากาศยานลำนี้คือ “เฮลิคอปเตอร์”

สื่ออังกฤษรายงานต่อว่า เยเมนอยู่ในภาวะวิกฤตต่อเนื่อง และรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการรับรองจากประชาคมโลกต้องหลบไปตั้งกองบัญชาการที่เมืองเอเดน ในขณะที่กบฏฮูตีซึ่งขับไล่ผู้นำเยเมนในปี 2015 ยังคงอยู่ภายในเมืองหลวงเยเมน ซึ่งมีซาอุดีอาระเบียเป็นชาติผู้นำเหล่าประเทศอาหรับคอยส่งการโจมตีทางอากาศสู้รบกับกบฏฮูตีอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่นั้นมา

แต่อย่างไรก็ตาม เดอะการ์เดียนชี้ว่า ดูเหมือนในช่วงสุดสัปดาห์ล่าสุด ทางสหรัฐฯ ได้ออกปฏิบัติการจู่โจมลับในวันเสาร์ (28) จากอากาศยานบริเวณนอกชายฝั่งเยเมนเข้าไปภายในพื้นที่

โดย พล.อ.โจเซฟ โวเทล (Joseph Votel) ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯในตะวันออกกลาง และเอเชียใต้กล่าวผ่านแถลงการณ์ถึงการสูญเสียครั้งนี้ว่า “พวกเรารู้สึกเศร้าเป็นอย่างมากต่อการสูญเสียเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ 1 นายของพวกเรา” และแถลงต่อว่า “การเสียสละเหล่านี้เป็นรากฐานของก่ารต่อต้านก่อการร้ายของอเมริกา ที่องค์กรเหล่านี้เป็นตัวอันตายต่อผู้บริสุทธิ์ทั่วโลก”

ในขณะที่หน่วยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ Central Command ออกแถลงการณ์ในวันอาทิตย์ (29) ว่า “คาดว่าจะมีผู้เสียชีวิต 14 รายเป็นสมาชิกกลุ่มก่อการร้าย AQAP ในปฏิบัติการจู่โจม” แต่อย่างไรก็ตามในการแถลง ทางกองบัญชากลางสหรัฐฯไม่ได้ระบุเป้าหมายที่แน่ชัดของปฏิบัติการจู่โจมลับครั้งนี้

ด้านประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์แสดงความไว้อาลัยในการสูญเสียด้วยเช่านกัน โดยทรัมป์กล่าวว่า “ชีวิตของฮีโร่ผู้กล้าต้องถูกทำลายในการต่อสู้ต่อการก่อการร้ายมุสลิมสุดโต่งในคราบปีศาจเหล่านั้น” พร้อมกล่าวต่อว่า “ขอส่งใจและไว้อาลัยไปยังครอบครัวทหารกล้าผู้สูญเสีย”

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวต่อว่า “การเสียสละจากทั้งชายและหญิงในกองกำลังรบของพวกเรา และรวมไปถึงครอบครัวของคนเหล่านั้นที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เป็นเสมือนกระดูกสันหลังของเสรีภาพที่พวกเราหวงแหนสุดชีวิตในฐานะอเมริกันชน หล่อหลอมให้ประเทศของเราปลอดภัยยิ่งขึ้น และโลกของเรามีเสรีภาพมากขึ้น”

เดอะการ์เดียนรายงานว่า อย่างไรก็ตาม เพนตากอนประกาศว่า กองกำลังสหรัฐฯ ไม่ได้จับกุมเชลยในปฏิบัติการจู่โจมลับล่าสุด ส่วนกองบัญชาการกลางแถลงถึงความสำเร็จในปฏิบัติการวันเสาร์ (28) ว่า “ในปฏิบัติการจู่โจมลับครั้งนี้ สหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการครอบครองข้อมูลสำคัญที่จะนำไปสู่การวางแผนการก่อการร้ายในอนาคต”

โดยพยานในพื้นที่ได้ให้ข้อมูลจากการรายงานของรอยเตอร์ว่า ได้ยินการต่อสู้ด้วยอาวุธปืนดังไปทั่วในเขต ยาคลา (Yakla) จังหวัดเบย์ดา (Bayda) และได้สังหารอับดุลราอูฟ อัล-ดาฮับ (Abdulraoof al-Dhahab) ผู้นำระดับสูงของAQAP พร้อมกับสมาชิกคนอื่นๆ ของกลุ่ม

โดยแหล่งข่าวความมั่นคงเยเมนระบุว่า มีแกนนำระดับสูงของกลุ่มอัลกออิดะห์ 3 คนเสียชีวิต

นอกจากนี้ ในสถานการณ์ทั่วไปในเยเมน แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลในวันอาทิตย์ (29) ว่ามีการปะทะเกิดขึ้นระหว่างกองกำลังรัฐบาลเยเมนและกบฎมุสลิมชีอะห์กลุ่มฮูตี บริเวณชายฝั่งตะวันตกของเยเมน ทำให้สมุนกบฏเยเมนไม่ต่ำกว่า 100 คนต้องเสียชีวิตภายในแค่ 24 ชม.

โดยพบว่ามีการนำร่างสมาชิกกลุ่มกบฏฮูตีที่เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 90 คนไปยังโรงพยาบาลในเมือง Hodeida ซึ่งเป็นเมืองภายใต้อิทธิพลของกบฏฮูตี ในขณะที่ร่างผู้เสียชีวิตของทหารรัฐบาลเยเมน 19 นายจากการปะทะถูกนำกลับไปยังเมืองเอเดน แหล่งข่าวการแพทย์และการทหารให้ข้อมูล









Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...