xs
xsm
sm
md
lg

อัยการโสมขาวบุกค้นซัมซุงกรุ๊ป-กองทุนยักษ์ ชาวเน็ตฮือฮาปธน.'พัค'ซื้อ'ไวอะกรา'เพียบ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

<i>เจ้าหน้าที่ฝ่ายอัยการเกาหลีใต้ ขนหีบบรรจุหลักฐานซึ่งยึดมาจากสำนักงานสาขาแห่งหนึ่งของสำนักงานบริการบำนาญแห่งชาติ (เอ็นพีเอส) ในเมืองช็อนจู เมื่อวันพุธ (23 พ.ย.) ทั้งนี้การที่ฝ่ายอัยการบุกตรวจค้นเอ็นพีเอสและกลุ่มซัมซุงกรุ๊ปคราวนี้ ได้รับการจับตามองว่าเป็นการขยายผลจากการสอบสวนคดีกล่าวหาเพื่อนสนิทของประธานาธิบดีพัค กึน-ฮเย ตบทรัพย์พวกกลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่โสมขาว </i>
เอเจนซีส์ – อัยการเกาหลีใต้บุกเข้าตรวจค้นสำนักงานของซัมซุง กรุ๊ป และกองทุนบำนาญภาครัฐเมื่อวันพุธ (23 พ.ย.) ส่งสัญญาณว่ากำลังมีการขยายผลสอบสวนข้อกล่าวหาที่ปรึกษาหญิงคนสนิทของประธานาธิบดีพัค กึน-ฮเย ตบทรัพย์พวกกลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ ซึ่งกำลังเขย่าคณะบริหารของประมุขหญิงแดนโสมขาวอย่างรุนแรง ขณะเดียวกัน สำนักประธานาธิบดีของเธอยังต้องออกมาสร้างความกระจ่าง หลังโลกออนไลน์ฮือฮาหนักกับข่าวที่ว่า มีการสั่งซื้อยา “ไวอะกรา” กว่า 300 เม็ดเมื่อปลายปีที่แล้ว

การบุกตรวจค้นคราวนี้เกิดขึ้นในขณะที่ซัมซุงเผชิญข้อกล่าวหาที่ว่าได้ติดสินบน ชอย ซุนซิล เพื่อนสนิทของประธานาธิบดีพัค เพื่อให้ทางการเกาหลีใต้รับรองการควบกิจการซึ่งก่อให้เกิดการโต้แย้งกันหนักเมื่อปีที่แล้ว

สำนักข่าวยอนฮัปของเกาหลีใต้รายงานว่า ทีมอัยการได้เข้าไปยังสำนักงานยุทธศาสตร์แห่งอนาคตของซัมซุงกรุ๊ป ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลการตัดสินใจทางธุรกิจสำคัญๆ และโฆษกของซัมซุงก็ยืนยันว่าคณะอัยการไปตรวจที่นั่นจริง แต่ไม่ได้ให้รายละเอียด

การควบกิจการระหว่างบริษัทในเครือ 2 แห่งของซัมซุง กรุ๊ปคือ เชอิล อินดัสทรีส์ และซัมซุง ซีแอนด์ที เมื่อปีที่แล้ว ถูกมองว่าเป็นขั้นตอนสำคัญยิ่งยวดในการทำให้ทำให้การผ่องถ่ายอำนาจไปสู่ทายาทตระกูลผู้ก่อตั้งรุ่นที่สามคือ ลี แจยอง เป็นไปอย่างราบรื่น

ดีลคราวนั้นถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักว่ามีความจงใจตีราคาหุ้นซัมซุง ซีแอนด์ที ต่ำกว่าความเป็นจริง กระนั้น สำนักงานบริการบำนาญแห่งชาติ (เอ็นพีเอส) ซึ่งเป็นกิจการกองทุนบำนาญของภาครัฐโสมขาว ที่มีขนาดใหญ่โตเป็นอันดับ 3 ของโลก และเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายหนึ่งของซัมซุง ก็ออกเสียงเห็นชอบ และทำให้การควบรวมผ่านฉลุยในที่สุด

ไม่เพียงซัมซุงกรุ๊ป เจ้าหน้าที่สำนักงานอัยการที่ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อเสียงเรียงนามให้ข้อมูลว่า อัยการยังเข้าตรวจค้นสถานที่ของเอ็นพีเอส ได้แก่ สำนักงานใหญ่ของเอ็นพีเอส, สำนักงานใหญ่ของเอ็นพีเอส อินเวสต์เมนต์, และสำนักงานของอดีตเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุนของเอ็นพีเอส

เวลานี้ ชอยถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการว่าใช้อำนาจโดยมิชอบ และใช้อำนาจบังคับข่มขู่ ขณะที่อัยการระบุว่า พัคดูเหมือนสมรู้ร่วมคิดกับชอยในเรื่องการกดดันกลุ่มกิจการขนาดใหญ่ของประเทศ ซึ่งรวมถึงซัมซุงกรุ๊ป ให้บริจาคเงินเข้ามูลนิธิ 2 แห่งซึ่งอ้างว่าสนับสนุนนโยบายการส่งเสริมชุมชนด้านวัฒนธรรมและกีฬาของพัค จากนั้นจึงมีการผ่องถ่ายเงินไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวของชอย

ลี ยอง-รยอล อัยการอาวุโสที่ดูแลการสอบสวนคดีนี้ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (20) ว่า มีกลุ่มกิจการ 53 แห่งที่เกิดความกังวลในเรื่องเกี่ยวกับการขอคืนภาษีของพวกตน ถูกบีบบังคับให้บริจาคเงินแก่มูลนิธิ

จากการตรวจสอบมูลนิธิของชอย พบว่าซัมซุงคือผู้บริจาครายใหญ่ที่สุด โดยให้เงินถึง 20,000 ล้านวอน นอกจากนั้น กลุ่มกิจการแห่งนี้ยังถูกกล่าวหาว่า ให้เงินชอยต่างหาก 3 ล้านดอลลาร์ เป็นค่าฝึกขี่ม้าของลูกสาวของเธอในเยอรมนี เรื่องนี้เองที่ทำให้อัยการเข้าตรวจค้นสำนักงานของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ในกรุงโซลเดือนที่แล้ว

บริษัทโฆษณาในเครือซัมซุงยังถูกกล่าวหาว่า เสนอเงินบริจาคให้มูลนิธิด้านกีฬาของหลานสาวของชอย ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของเธอ
<i>โลโก้ของสำนักงานบริการบำนาญแห่งชาติ (เอ็นพีเอส) ที่สำนักงานสาขาในกรุงโซล, เกาหลีใต้ ถ่ายไว้เมื่อวันที่ 4 พ.ย.  เอ็นพีเอสเป็นกองทุนบำนาญภาครัฐ  ซึ่งมีฐานะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่รายหนึ่งของซัมซุงกรุ๊ป </i>
ด้านพัคได้ปฏิเสธคำขอของอัยการในการสอบปากคำเกี่ยวกับคดีอื้อฉาว ซึ่งอาจเป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ถูกสอบปากคำในคดีอาญาขณะดำรงตำแหน่ง โดยทนายความระบุว่า ประธานาธิบดีจะไปให้ปากคำกับทีมสอบสวนอิสระที่จะเข้ามารับผิดชอบคดีนี้เร็วๆ นี้เท่านั้น

ผู้นำเกาหลีใต้ยังโจมตีว่า ข้อกล่าวหาของอัยการว่า เธอสมรู้ร่วมคิดกับชอยเพื่อรีดไถเงินจากกลุ่มกิจการขนาดใหญ่เป็นเรื่องเพ้อฝันที่อิงกับจินตนาการและการคาดเดา

พัคที่มีวาระดำรงตำแหน่งนาน 5 ปีจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2018 ปฏิเสธเสียงเรียกร้องให้ลาออก แต่แถลงขอโทษเรื่องนี้สองครั้งโดยยืนยันว่า ต้องการส่งเสริมเศรษฐกิจ ไม่ได้คิดหาประโยชน์ใส่ตัว แต่ยอมรับว่า ประมาทพลาดพลั้งในการสนิทสนมกับชอย

อย่างไรก็ดี เสียงเรียกร้องให้พัคลาออกไม่ได้เบาลง แต่กลับดังกระหึ่มขึ้น และการที่พัคงดร่วมกิจกรรมสาธารณะโดยปริยายทำให้เกิดความกังวลกับสุญญากาศอำนาจในเกาหลีใต้

เมื่อวันอาทิตย์ (20) ชอยและ อัน ชองบุม อดีตผู้ช่วยประธานาธิบดี ถูกตั้งข้อหาใช้อำนาจโดยมิชอบ ซึ่งส่งผลอย่างจังต่อการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดทางการเมืองของพัค

นอกจากนั้นในวันพุธ(23) คิม ฮุนวุง ผู้ช่วยสำคัญของพัคที่เคยเป็นอัยการมีอนาคต รวมทั้งได้เป็นรัฐมนตรียุติธรรมด้วย ได้ยื่นใบลาออก

วันเดียวกัน สำนักประธานาธิบดีได้ออกมายืนยันข้อมูลจากการเปิดเผยของสมาชิกรัฐสภาฝ่ายค้านที่ว่า สำนักงานของพัคสั่งซื้อยาไวอะกรา ซึ่งเป็นยาที่ใช้รักษาอาการอวัยวะเพศชายไม่แข็งตัวกันโดยทั่วไป เป็นจำนวน 360 เม็ดเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

ขณะที่ข่าวนี้สร้างความฮือฮาบนโลกออนไลน์ สำนักงานของพัคได้อธิบายวัตถุประสงค์ในการซื้อยาเหล่านั้นเพื่อใช้ระงับอาการแพ้ความสูงสำหรับผู้ช่วยของประธานาธิบดีและพนักงานที่ติดตามพัคไปยังเอธิโอเปีย ยูกันดา และเคนยา เมื่อเดือนพฤษภาคม เนื่องจากเมืองหลวงของประเทศเหล่านี้อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1-2 กิโลเมตร

จุง ยุนคุก โฆษกทำเนียบประธานาธิบดี สำทับว่า ในที่สุดแล้วไม่มีการใช้ยาเหล่านั้น

ทั้งนี้ บางครั้งบางคราวแพทย์ในเกาหลีใต้จะสั่งยาประเภทเดียวกับไวอะกราให้นักปีนเขา เนื่องจากเชื่อว่า สามารถป้องกันอาการแพ้ความสูงได้

Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...