xs
xsm
sm
md
lg

'ฮิโรชิมาและนางาซากิ' ทำให้ 'ญี่ปุ่น' เป็นทั้ง 'ผู้ร้าย'และ'เหยื่อ'

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

Hiroshima and Nagasaki: The end never justifies the means
07/08/2015

การทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ใส่เมืองฮิโรชิมา และเมืองนางาซากิ เมื่อ 70 ก่อน เป็นอาชญกรรมซึ่งได้เปลี่ยนแปรประเทศญี่ปุ่นจากการเป็นผู้ร้ายกระทำความผิด ให้กลายเป็นเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายหนึ่ง อเล็กซานเดอร์ ฟลอยด์ (Alexander Freund) หัวหน้าฝ่ายเอเชียของ ดอยเช่อ เวลเล่อ (Deutsche Welle) สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติของเยอรมนี ชี้ในบทวิจารณ์ชิ้นนี้ว่า เพื่อสันติภาพและเสถียรภาพ ญี่ปุ่นจะต้องกล้าเผชิญหน้ากับอดีตของตนเอง

ฮิโรชิมา เป็นเมืองท่าขนาดกลางๆ ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกไกลของเกาะใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตรจากเมืองหลวงโตเกียว ขณะที่ นางาซากิ ก็เป็นเมืองท่าขนาดกลางๆ เช่นเดียวกัน ตั้งอยู่ไกลออกไปอีกทางด้านตะวันตก ทั้งสองแห่งนี้ต่างเป็นเมืองที่สวยงาม คับคั่งด้วยผู้คน ทว่าสถานที่ทั้งสองจุดนี้ไม่ได้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ที่แท้จริงใดๆ เลย

สิ่งเหล่านี้คือความเป็นจริงในปัจจุบันของนครทั้งสอง และเมื่อย้อนเวลากลับไป 70 ปีก่อนมันก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างออกไป บางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลอธิบายว่าทำไมในตอนต้นๆ ทั้ง 2 เมืองนี้จึงสามารถรอดพ้นปลอดภัยจากความโกรธเกรี้ยวของเครื่องบินทิ้งระเบิดอเมริกันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มาได้

ช่างโชคร้ายเหลือเกิน นี่ก็กลายเป็นเหตุผลที่ทำไมในเวลาต่อมาเมืองทั้ง 2 แห่งนี้ จึงถูกกำหนดเป็นเป้าหมายว่า มีความเหมาะเจาะเลิศเลอสำหรับการเป็นพื้นที่ทดสอบอาวุธใหม่อันน่าพิศวงแสนอัศจรรย์ของกองทัพสหรัฐฯเมื่อ 70 ปีก่อน นครทั้ง 2 นี้เองที่ฝ่ายทหารและเหล่านักวิทยาศาสตร์อเมริกันสามารถใช้ศึกษาประเมินผลได้อย่างแม่นยำ ถึงพลานุภาพในการทำลายล้างของอาวุธนิวเคลียร์

ปรากฏว่ามีผู้คนเสียชีวิตไปถึงกว่า 200,000 คน ในจำนวนนี้ราว 90,000 คนสิ้นชีวิตไปในทันที และที่เหลือก็ในอีกไม่กี่วันต่อมา มันช่างเป็นการทดลองอย่างไร้ศีลธรรมภายใต้เงื่อนไขสภาพการณ์ที่เป็นจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของนครนางาซากิด้วยแล้วต้องถือว่าโชคร้ายเป็นพิเศษ เพราะไม่ได้ตกเป็นเป้าหมายตั้งแต่ตอนแรก เมืองนี้ถูกคัดเลือกในท้ายที่สุดเพียงเพราะมีกลุ่มเมฆดำปกคลุมท้องฟ้าเหนือเมืองซึ่งถูกเลือกเป็นเป้าหมายในตอนแรก อันได้แก่เมืองโคคุระ (Kokura)

มาถึงเวลานี้ ทั่วโลกต่างรู้จักชื่อเมืองขนาดกลางๆ ของญี่ปุ่นที่ไม่ค่อยมีความสลักสำคัญอะไรนัก 2 เมืองนี้เป็นอย่างดีแล้ว ฮิโรชิมา กับ นางาซากิ กลายเป็นอนุสรณ์สถานสำหรับ “ตราบาปของมนุษยชาติ” และความสยดสยองแห่งการทำลายล้างของอาวุธนิวเคลียร์ ภายหลังทำการทิ้งระเบิดปรมาณูลงไปยังเมืองฮิโรชิมา นักบินผู้ช่วยของเครื่องบินทิ้งระเบิดลำนั้นซึ่งมีสมญาว่า “อีโนลา เกย์” (Enola Gay) ได้ใส่ความเห็นเอาไว้ในปูมบันทึกของเขาว่า “คุณพระช่วย เราทำอะไรลงไปนี่?” ทว่าเขาไม่ได้เป็นคนเดียวหรอกที่เกิดความตระหนักรับรู้ถึงความเป็นจริงซึ่งเกิดขึ้นมา

เมื่อถึงเวลาที่ลูกระเบิดปรมาณูอีกลูกหนึ่งถูกหย่อนลงใส่เมืองนางาซากิ ภายหลังการทิ้งระเบิดฮิโรชิมาผ่านไปไม่กี่วัน ทั่วทั้งโลกต่างเกิดความเข้าใจขึ้นมาถึงพลังอำนาจแห่งการทำลายล้างของระเบิดชนิดนี้ ทำให้การใช้อาวุธประเภทนี้เป็นการก่ออาชญกรรมสงครามอย่างชนิดที่ไม่มีทางแก้ตัวได้ ในเวลาต่อมาฝ่ายอเมริกันได้พยายามหาเหตุผลอ้างความชอบธรรมให้แก่พฤติกรรมชั่วร้ายนี้ โดยบอกว่าสงครามในแปซิฟิกจะต้องยืดเยื้อออกไปอีกนานหากปราศจากการโจมตีด้วยระเบิดชนิดนี้ และผู้คนอีกหลายล้านชีวิตจะต้องด่าวดิ้นสิ้นสูญไปในระหว่างการเข้ารุกรานโจมตีในบริเวณหมู่เกาะญี่ปุ่น พวกเขาอ้างว่ากว่าที่ฝ่ายญี่ปุ่นจะตัดสินใจยอมจำนน ก็ต่อเมื่อหลังจากถูกเล่นงานด้วยระเบิดปรมาณูไปแล้ว

และถึงแม้มีนักประวัติศาสตร์บางคนโต้แย้งว่า ไม่ใช่ระเบิดนิวเคลียร์หรอกที่เป็นปัจจัยผลักดันบังคับสำคัญที่สุดซึ่งทำให้ญี่ปุ่นยอมแพ้ แต่เนื่องมาจากสหภาพโซเวียตประกาศเข้าสู่สงครามด้วยต่างหาก ข้อเท็จจริงของเรื่องนี้ก็ยังคงมีอยู่ว่าอาชญากรรมต่อมนุษยชาติอันร้ายแรงถึงขนาดนี้ไม่สามารถที่จะหาเหตุผลใดๆ มาแก้ตัวได้เลย ผลลัพธ์ซึ่งเกิดขึ้นไม่มีทางที่จะใช้อ้างสร้างความชอบธรรมให้แก่วิธีการซึ่งนำมาใช้ได้หรอก สหรัฐอเมริกาเพียงแค่ต้องการทดสอบอาวุธแบบใหม่ และสาธิตให้เห็นความแข็งแกร่งของตน – ทั้งต่อฝ่ายญี่ปุ่น และที่สำคัญกว่าเพื่อนเลยก็คือ ต่อฝ่ายรัสเซีย

นี่เป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯเบ่งกล้ามสำแดงพลานุภาพทางนิวเคลียร์ของตนให้ปรากฏ ซึ่งกลายเป็นการกระตุ้นให้เกิดการสร้างสมอาวุธประเภทนี้ อันส่งผลต่อเนื่องที่ยังกระทบกระเทือนพวกเราอยู่กระทั่งถึงทุกวันนี้ หลังจาก ฮิโรชิมา และ นางาซากิ แล้ว มหาอำนาจทุกๆ ราย รวมไปถึงประดาชาติซึ่งถือว่าตนเองอยู่ในฐานะดังกล่าว ต่างต้องการที่จะได้ระเบิดชนิดนี้ไว้ในครอบครอง รัฐเหล่านี้ได้แก่ รัสเซีย, สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, จีน, อินเดีย, และปากีสถาน

นอกจากนั้นแล้วยังมีอิสราเอล ซึ่งตัดสินใจที่จะใช้ท่าทีเงียบกริบเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตลอดจนระบอบปกครองอื่นๆ เป็นต้นว่า เกาหลีเหนือ ซึ่งเลือกใช้ท่าทีแบบตรงกันข้าม นั่นคือพยายามใช้อาวุธนิวเคลียร์เป็นไพ่โจ๊กเกอร์เพื่อให้ตนเองอยู่รอดต่อไป รายสุดท้ายที่ต้องเอ่ยถึงได้แก่อิหร่าน ซึ่งต้องการได้ระเบิดชนิดนี้ แต่ถูกกีดกันป้องกันไม่ให้ได้ไว้ในครอบครอง เหล่านี้คือขบวนปีศาจร้ายที่ถูกร่ายมนตร์ให้ทยอยโผล่ขึ้นมา เริ่มตั้งแต่เมื่อ 70 ปีก่อนตอนที่ลูกระเบิดนิวเคลียร์ถูกทิ้งใส่ฮิโรชิมา และ นางาซากิ

อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่งการทิ้งระเบิดทั้ง 2 ครั้งดังกล่าว ยังเป็นการเปิดทางให้ญี่ปุ่นผู้กระหายสงคราม สามารถที่จะเข้ารับบทบาทแสดงตัวเป็นเหยื่อเคราะห์ร้ายของสงคราม –และนี่เป็นสิ่งซึ่งชาวญี่ปุ่นปรารถนาที่จะจดจำด้วยความมีชีวิตชีวา มากกว่าความโหดเหี้ยมเลวร้ายนับครั้งไม่ถ้วนซึ่งบรรพบุรุษของพวกเขาได้กระทำต่อเหล่าชาติเอเชียที่เป็นเพื่อนบ้าน

เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ แท้ที่จริงแล้วคือคนร้ายที่เป็นตัวการกระทำความผิด จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ ญี่ปุ่นยังคงล้มเหลวไม่ได้เผชิญกับอดีตช่วงสงครามของตนอย่างตรงไปตรงมา และหันมาส่งเสริมสนับสนุนการปรองดองกับเหล่าเพื่อนบ้านของตน ในขณะที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นในวันนี้อาจจะก้มศีรษะโค้งคำนับต่อหน้าบรรดาเหยื่อของระเบิดนิวเคลียร์ เขาก็ยังกำลังหาหนทางตีความใหม่ ในเนื้อหาสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับปี 1947 ของญี่ปุ่น ซึ่งสหรัฐฯที่เป็นผู้ชนะสงครามบังคับร่างให้ญี่ปุ่นนำมาใช้ และได้ชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับใฝ่สันติ

ในเวลานี้ นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบ มีความปรารถนาเฉกเช่นเดียวกับอดีตศัตรูในยุคสงครามรายนี้ นั่นคือต้องการส่งเสริมเพิ่มพูนสมรรถนะทางทหารของญี่ปุ่น เพื่อให้สามารถต้านทานตอบโต้จีนที่กำลังเพิ่มความแข็งกร้าวยืนกรานในภูมิภาคนี้มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เมื่อพิจารณาจากทัศนะมุมมองในทางภูมิยุทธศาสตร์แล้ว เรื่องนี้อาจจะสามารถเข้าใจได้ ทว่าอาเบะก็ตัดสินใจเดินหน้ากระทำไปโดยไม่ได้คิดพึ่งพาอาศัยการสนับสนุนของประชาชนชาวญี่ปุ่นส่วนข้างมากแต่อย่างใด

มันไม่ใช่การสร้างสมทางการทหารและการสำแดงพลังอำนาจหรอกที่จะนำไปสู่สันติภาพและเสถียรภาพ หากแต่เป็นการปรองดองและความมั่งคั่งรุ่งเรืองต่างหาก ความสยดสยองของสงครามที่เกิดขึ้นมาแล้ว ควรจักเป็นบทเรียนไม่เฉพาะสำหรับญี่ปุ่นซึ่งเป็นทั้งเหยื่อและทั้งคนร้าย หากแต่ควรจักเป็นบทเรียนสำหรับผู้เล่นในระดับโลกทุกๆ รายอีกด้วย

(จาก ดอยเช่อ เวลเล่อ)
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...